CEO INSIGHT

‘แจ็ค หม่า’ เตือนสติเด็กยุคมิลเลนเนียล

แจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานที่ชัดเจนสำหรับคนหนุ่มสาว ที่เข้าร่วมในงานสัมมนาเวิลด์ อิโคโนมิค ฟอรัม (ดับเบิลยูอีเอฟ) เมื่อเร็วๆ นี้  ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับพฤติกรรมที่มักถูกพูดถึงว่า เป็นนิสัยของคนยุคมิลเลนเนียล ที่จะเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มต้นวัยทำงานใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นเร็วๆ นั้น หม่าบอกกันแบบตรงๆ ว่า “อย่าทำ”

“งานแรกของคุณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ และเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ ของคุณที่อาจจะค้นพบที่ปรึกษาที่ถูกคน”

“คุณควรหาเจ้านายดีๆ ที่สามารถสอนคนให้รู้ถึงวิธีการเป็นมนุษย์ วิธีที่จะทำเรื่องที่ถูกต้อง วิธีที่จะทำเรื่องที่เหมาะสม”

เขาแย้งด้วยว่า ขนาด หรือ ความสำเร็จของบริษัทไม่ได้มีความสำคัญมากนัก

“จงอยู่ที่นั่น ที่ทำงานแรกของคุณ สัญญากับตัวเองว่า ฉันจะอยู่ที่นี่ 3 ปี”

หม่า วัย 54 ปี ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ จากประสบการณ์ที่เขาบอกว่า ได้เปลี่ยนแปลงตัวเขาในช่วงต้นของการทำงาน

เมื่อเขาเข้าทำงานสถาบันอาจารย์หังโจว ที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ มหาวิทยาลัยหังโจว นอร์มัล เขาไม่ได้ตัดสินใจที่จะทำอาชีพครูอย่างจริงจัง

“ผมคิดว่า อา เด็กผู้ชายจะมาเป็นครูได้อย่างไร”

แต่ในยุคนั้น เป็นช่วงเวลาของการปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ผู้คนที่ผ่านการฝึกฝนในด้านต่างๆ มาโดยเฉพาะ มักจะถูกคาดหวังว่าจะต้องทำงานตามที่เรียน หรือได้รับการอบรมมา

ในวันสำเร็จการศึกษา ขณะที่เขากำลังเดินลากกระเป๋าออกจากมหาวิทยาลัย อธิการบดีของมหาวิทยาลัยได้เรียกเขาเอาไว้ พร้อมบอกว่า “ครูรู้ว่าเธอจะไปที่ไหน”  ซึ่งหมายถึงงานสอนหนังสือที่เขากำลังจะไปรับหน้าที่ “สัญญากับครูนะ 6 ปี อย่าออกก่อน”

หม่าเล่าว่า ตอนนั้นเขาก็ไม่เห็นด้วย แต่เขาก็ยอมรับปาก

“ผมทำตามคำสัญญานั้น” หม่า บอก โดยเขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยอยู่ 6 ปี แม้ช่วงเวลานั้น จะมีโอกาสดีๆ หลายครั้งผ่านเขามา แต่เขาก็ยังยึดมั่นที่จะทำตามสัญญา

หม่าเรียนรู้วิธีที่จะเป็นครูที่ดี วิธีการสื่อสารกับนักเรียนของเขา และเขา “ใจเย็นลง”

หลังครบ 6 ปีตามสัญญา หม่าลาออกจากงาน และเริ่มทำอาชีพอินเทอร์เน็ตของเขา ก่อตั้งอาลีบาบา พร้อมกับผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่นๆ อีก 17 คน

ภายใต้การนำของหม่า อาลีบาบาเติบโตอย่างรวดเร็ว แปลงชีวิตของเขาให้กลายเป็นตำนานของการก่อร่างสร้างตัวจากคนธรรมดาๆ สู่มหาเศรษฐี  โดยเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงที่เขาประกาศจะลงจากตำแหน่งประธานบริหารบริษัทในปี 2562 นั้น อาลีบาบามีมูลค่าอยู่ที่  420 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ผลวิจัยจำนวนหนึ่งได้หักล้างการโต้แย้งที่ว่า การเปลี่ยนงานบ่อยๆ จะช่วยให้คนมีความก้าวหน้า และเลื่อนตำแหน่งไปได้เร็วกว่าการที่จะอยู่นิ่งๆ ในที่ทำงานเดียว

อาทิเช่น ผลการศึกษากลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ของโมนิกา ฮาโมริ ศาสตราจารย์ด้านทรัพยากรบุคคล และพฤติกรรมองค์กร จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจไออี ในสเปน ดำเนินการศึกษาประวัติการทำงานของซีอีโอ 1,000 คน ของกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่สุดในยุโรป และสหรัฐ ซึ่งเธอพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ซีอีโอเหล่านี้ เคยมีนายจ้างมาแค่ 3 รายเท่านั้น

ขณะที่การศึกษาผู้บริหารที่ไม่ใช่ซีอีโออีก 14,000 คน พบว่า การโยกย้ายตำแหน่งภายในองค์กร ทำให้เกิดการเลื่อนตำแหน่งเร็วกว่าการลาออกไปทำงานที่ใหม่ โดยบริษัทต่างๆ มีแนวโน้มที่จะเลื่อนตำแหน่งคนในมากกว่าคนนอก เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับพนักงาน และงานของตัวเองดี

อย่างไรก็ดี คำแนะนำของหม่า จะออกไปทางปรัชญามากกว่าผลการศึกษาต่างๆ จากการที่เขาย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องรู้จักตัวเองในฐานะมืออาชีพ และเรียนรู้จากบุคคลอื่นๆ ในขณะที่ยังอยู่ในช่วงอายุ 20 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความอหังการของวัยหนุ่มสาวสามารถทำให้คนใจร้อน คิดว่าตัวเองเก่งทำได้ทุกอย่าง

“ผมได้เห็นปัญหา และความหายนะเกิดขึ้นจำนวนมาก ตอนที่คุณมีอายุอยู่ในช่วงวัย 20 คุณไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณมีความคิดมากมาย คุณคิดว่าตัวเองทำได้ทุกอย่าง แต่ที่จริงแล้ว คุณทำอะไรไม่ได้เลย”

หม่าย้ำด้วยว่า เป็นเรื่องที่ฉลาดกว่าที่จะทำตาม และเรียนรู้จากคนอื่น เคล็ดลับอยู่ตรงที่ว่า มองหาเจ้านาย หรือที่ปรึกษาให้ถูกคน จากนั้นก็เกาะติดเขาเอาไว้

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team