Economics

เร่งปรับแบบ ‘เทอร์มินอล 2’ ก่อนส่งบอร์ดชี้ชะตา ‘ดวงฤทธิ์’

“ทอท.” ปรับแบบสุวรรณภูมิ “เทอร์มินอล 2” ก่อนส่งให้บอร์ดตัดสินชะตา “ดวงฤทธิ์” เดือนหน้า ชี้หากต่างจากทีโออาร์เดิมมาก “ต้องล้มดีล” เปิดประกวดแบบใหม่

จากกรณีที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แสดงความเห็นว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ควรก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร (Terminal) แห่งที่ 2 ในสนามบินสุวรรณภูมิ ทางทิศใต้ ตามแผนแม่บท (Master Plan) ฉบับปี 2546 ก่อน หลังจากนั้นจึงพิจารณาโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังอื่น รวมถึงอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่ ทอท. กำลังผลักดันนั้น

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ (29 ม.ค.) ตนได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวกับนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ทั้งเรื่องขั้นตอนการนำเสนอโครงการและแนวทางการทำงานของ ทอท. เรียบร้อยแล้ว

โดยเบื้องต้นชี้แจงว่า ขณะนี้ ทอท. ยังไม่ได้เสนอโครงการอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือให้สภาพัฒน์พิจารณา ซึ่งความเห็นดังกล่าวอาจแสดงว่า สภาพัฒน์ต้องการพิจารณาแผนแม่บทสนามบินสนามบินสุวรรณภูมิในภาพรวม มากกว่าพิจารณาเป็นรายโครงการ โดยนายชัยวัฒน์ก็เข้าใจเป็นอย่างดี

นายนิติกล่าวต่อว่า หลังจากนี้ ทอท. ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนที่วางไว้ตามปกติ คือ จะรวบรวมความคิดเห็นจากสภาที่ปรึกษาสนามบิน (Airport Consultants Council: ACC) และผู้ใช้บริการอาคารผู้โดยสาร มาปรับแบบอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น

โดยประเด็นหลักที่ ACC เสนอ คือ ต้องการให้อาคารผู้โดยสารหลังนี้ เป็นอาคารผู้โดยสารของสายการบินสัญชาติไทย ซึ่ง ทอท. ก็ต้องนำความเห็นเหล่านี้มาปรับแบบและทบทวนการใช้งานอาคารผู้โดยสารใหม่ โดยจะเสนอแบบให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาเพื่อสรุปเรื่องอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้

ทั้งนี้ หากบอร์ดพิจารณาแล้วว่า แบบที่ปรับใหม่ไม่ต่างจากเงื่อนไขการประกวดออกแบบ (TOR) ครั้งล่าสุด ที่มีนิติบุคคลร่วมทำงานดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก หรือ “กลุ่มดวงฤทธิ์” เป็นผู้ชนะการประกวด ก็จะเดินหน้าเสนอโครงการและชี้แจงสภาพัฒน์ตามขั้นตอนต่อไป

“แต่ถ้าหากบอร์ดเห็นว่า แบบที่ปรับปรุงใหม่แตกต่างจากทีโออาร์เดิมและมีนัยยะสำคัญต่อผลการประกวดแบบ ก็คงต้องเปิดประกวดออกแบบใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นเอกชนที่แพ้การประกวดออกแบบ ก็สามารถแย้งได้ว่า ถ้าทีโออาร์เป็นแบบใหม่ ก็จะทำให้มีโอกาสชนะการประกวดมากขึ้น” นายนิตินัย กล่าว

ทั้งนี้ ถ้าหากต้องล้มการประกวดออกแบบครั้งนี้ ก็คาดว่าคงจะไม่ส่งผล เนื่องจาก ทอท. ได้สงวนเงื่อนไขบางประเด็นไว้ในทีโออาร์อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากต้องประกวดออกแบบคอนเซ็ปต์ใหม่อีกครั้ง ทอท. ก็จะดำเนินการบางส่วนเองไปก่อน เช่น ตอม่อ ฐานราก เพื่อไม่ให้โครงการล่าช้ามากเกินไป ด้านเอกชนก็ต้องออกแบบคอนเซ็ปต์ให้สอดคล้องและต่อเนื่องกันกับงานที่ ทอท. เริ่มไว้

นายนิตินัย กล่าวถึงความล่าช้าของ โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 และการขยายอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ด้านทิศตะวันตก (West Wing) ในสนามบินสุวรรณภูมิว่า ถ้าหากทั้ง 2 โครงการล่าช้า ก็ยังไม่มีผลกระทบต่อการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2562 เพราะส่วนใหญ่เป็นงบออกแบบ จึงมีมูลค่าน้อย แต่จะส่งผลต่อการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2563 มากกว่า เพราะเป็นงบลงทุนที่มีมูลค่าสูง

สำหรับการประมูลพื้นที่จำหน่ายสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ในสนามบินสุวรรณภูมินั้น ทอท. จะเสนอทีโออาร์ให้บอร์ดพิจารณาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้เช่นกัน โดยตอนนี้ยังบอกรายละเอียดในทีโออาร์ไม่ได้ เพราะต้องรอให้บอร์ดพิจารณาก่อน

อย่างไรก็ตาม ทอท. ตั้งเป้าจะทราบผลการประมูลดิวตี้ฟรีให้ได้ภายในวันที่ 27 กันยายน 2562 เพราะต้องให้เวลาผู้ชนะการประมูลสต็อกสินค้าเป็นเวลา 1 ปี ก่อนสัญญากับกลุ่มคิง เพาเวอร์ จะหมดลงในวันที่ 27 กันยายน 2563

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE