ดูหนังออนไลน์
Economics

ปฏิวัติวงการพลังงาน!! กกพ.ตั้ง ‘3 บิ๊กเอ็นจีโอ’ เป็นอนุกรรมการฯ วางกฎการมีส่วนร่วม

ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชุดใหม่ ได้วางเป้าหมายร่วมกันที่จะปรับวิธีการทำงานใหม่ เน้นการทำงานเชิงรุก เรื่องใหญ่ที่จะให้เป็นรูปธรรม คือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในภารกิจของกกพ.มากขึ้น โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ จำนวน 11 คน เพื่อวางกฎ กติกา กระบวนการ และวิธีการให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

4 อนุกรรมการจากภาคประชาสังคม

  • นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตวุฒิสมาชิก กรุงเทพมหานคร
  • นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
  • รศ.ดร.เรณู เวชรัชต์พิมล นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม
  • นายศุภิชัย ตั้งใจตรง อดีตกกพ.

ส่วนกรรมการที่เหลือมาจากฝ่ายต่างๆในสำนักงานกกพ. มีกรอบเวลาดำเนินงาน 3 เดือน สำหรับเรื่องสำคัญที่กกพ.มอบให้ทั้ง 11 คน วางกรอบการมีส่วนร่วม ได้แก่

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน ทั้งกิจการไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ
  • การออกประกาศและกฎระเบียบต่างๆของกกพ.
  • ฃองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า (กองทุนรอบโรงไฟฟ้า)
  • อัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (เอฟที)
  • รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ)

การดำเนินงานดังกล่าว มีเป้าหมายอยู่ที่การวางแนวทางการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม เพราะแต่ละเรื่องจะมีระดับการมีส่วนร่วมแตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับ

  • การให้ความเห็น
  • ให้ข้อมูล
  • คิดและวางแผน
  • ตัดสินใจ 
  • ดำเนินการ

บางเรื่องประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ถึงระดับการดำเนินการ เช่น กองทุนรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งมีภาคส่วนต่างๆรวมถึงประชาชนเป็น คณะกรรมการกองทุนฯในแต่ละพื้นที่ มีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงการตัดสินใจและดำเนินการเพื่อใช้เงินในกองทุนฯ แต่บางเรื่องมีส่วนร่วมในการร่วมคิดและวางแผน เช่น อีเอชไอเอ บางเรื่องอยู่ในระดับให้ความคิดเห็น เช่น เอฟที และการออกใบอนุญาตต่างๆ เป็นต้น

“การตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจมาวางแนวทางการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องต่างๆนั้น เพราะจากการเปิดรับฟังความเห็นผ่านเว็ปไซด์ในหลายๆเรื่อง พบว่ามีประชาชนเข้ามาแสดงความเห็นน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย” 

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ

สำหรับการทำงานเชิงรุก กกพ.ได้ออกไปค้นหาข้อเท็จจริงในพื้นที่มากขึ้นด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาพิจารณาจากเอกสารเป็นหลัก โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกกพ. และนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กกพ. รวมทั้งผู้บริหารสำนักงาน กกพ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ รับฟังเท็จจริงจากกลุ่มผู้ค้านการก่อสร้างโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ของบริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ (จังหวัดอ านาจเจริญ) ขนาด 26 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตจาก กกพ.

โดยโครงการได้จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) แล้ว เมื่อปี 2561

แต่มีการร้องเรียนจากประชาชน ถึงผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ประเด็นหลัก ก็คือ โรงไฟฟ้าแย่งน้ำจากประชาชนในพื้นที่ 

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

กกพ.ได้ประชุมหารือร่วมกับนายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดยโสธร โดยมีผู้แทนเครือข่ายอนุรักษ์กลุ่มน้ำเซบาย และ กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย จากจังหวัดยโสธร และอำนาจเจริญ เข้าร่วม และพบกับกลุ่มผู้คัดค้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ และกลุ่มผู้สนับสนุน ส่วนใหญ่เป็นชาวไร่อ้อย

ขณะเดียวกันได้ลงพื้นที่เพื่อดูสภาพข้อเท็จจริง โดยดูจุดผันน้ำจากลำน้ำเซบาย และดูสภาพ ทั่วไปของพื้นที่โครงการฯ ทั้งนี้ในเบื้องต้นกกพ.ให้คำแนะนำกับโรงไฟฟ้า ให้วางท่อเหนือฝายน้ำล้น 20 ซม. เพื่อให้ประชาชนมั่นได้ใจได้ว่า ในช่วงหน้าแล้ง โรงไฟฟ้าจะไม่แย่งน้ำจากประชาชน จนทำให้เกิดวิกฤตซ้ำเติม แต่ในหน้าน้ำ ซึ่งมีน้ำเยอะ โรงไฟฟ้าสามารถแบ่งใช้น้ำจากประชาชนได้

อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าจะสามารถใช้น้ำได้ต่อเมื่อต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการลุ่มน้ำ ที่มีหน้าที่ดูปริมาณน้ำและความต้องการใช้น้ำภาพรวมในพื้นที่เสียก่อน  ตามพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB