Politics

‘นายกฯ’ มีหนาว!! ‘เรืองไกร’ ร้องกกต.ฟัน ‘ตู่ดิจิทัล’

“เรืองไกร” บุก “กกต.” ร้องสอบนายกรัฐมนตรีเปิด “เฟซบุ๊ก-อินสตราแกรม-ทวิตเตอร์-เว็บไซด์” ชี้เข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อมวลชน ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เปิดเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์และเว็บไซด์ส่วนตัวสื่อสารกับสาธารณะว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อมวลชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) ทำให้ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 160(6) ประกอบมาตรา 170(4) หรือไม่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเปิดเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์และเว็บไซด์ส่วนตัว โดยมียอดผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 กำหนดลักษณะต้องห้ามผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรีว่าต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) คือต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ขณะที่ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนมาตรา 3 และร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่สภาวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นผู้เสนอรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบกำหนดความหมายของ “สื่อมวลชน” ครอบคลุมถึงสื่อดิจิทัล สื่อออนไลน์

“รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่เพียงห้ามเฉพาะรัฐมนตรีเป็นเจ้าของสื่อเท่านั้น แต่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหรือแม้แต่ผู้ที่จะลงสมัครเป็น ส.ส.ด้วย ขนาดผมจะลงสมัคร ส.ส.ในเร็ว ๆ นี้อ่านกฎหมายเข้าใจแล้ว ยังต้องปิดเฟซบุ๊กส่วนตัวไป เทียบกับคดีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายรัฐมนตรี ที่กฎหมายก็เขียนห้ามไม่ให้เป็นลูกจ้างบุคคลใด ๆ กรณีนี้กฎหมายเขียนว่าไม่ให้เป็นเจ้าของสื่อมวลชนใด ๆ มันค่อนข้างเชื่อได้ว่าวันนี้นายกฯเข้าข่ายผิดแล้ว และมีน้ำหนักยิ่งกว่า 4 รัฐมนตรีที่โดนไปแล้วด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาตัวเองอย่างไรเป็นสิทธิของท่าน แต่ผมต้องการเตือนท่านว่าถ้าท่านไปรับการเป็นผู้เสนอชื่อของพรรคการเมืองใด ท่านก็จะติดคุณสมบัติข้อนี้ด้วย” นายเรืองไกร กล่าว

ทั้งนี้ อยากให้กกต.เร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หรือถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลวินิจฉัยว่าขนาดคุณสมบัติ จะไม่ได้มีผลเฉพาะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังจะทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นทั้งคณะไปด้วย

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team