CEO INSIGHT

เทรนด์สุขภาพปี 62 ยังแรง!! ‘โซเด็กซ์โซ่’ เร่งขยายฐานลูกค้าเฮลธ์ตี้

การเดินทางไปมาหาสู่ของคนทั่วโลกแสนสบาย มาพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บที่ระบาดได้ง่ายเช่นเดียวกัน ทำให้ธุรกิจด้านโภชนาการเติบโตสูงทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 34 ล้านคนในปี 2561 และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีผู้คนเดินทางเข้าๆ ออกๆ เป็นจำนวนมาก ไม่นับรวมชาวต่างชาติที่มาปักหลักทำงานในไทย

โรงพยาบาลหลายแห่ง โรงเรียนนานาชาติ และบริษัทต่างชาติต่างมีไทยเป็นฐานใหญ่ กิจการเหล่านี้ให้ความสำคัญกับสุขอนามัย เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะที่มากับ “อาหาร” 

โซเด็กซ์โซ่ (Sodexo) ผู้ประกอบการที่บุกเบิกธุรกิจโภชนาการมากกว่า 50 ปีที่ฝรั่งเศส นับว่าใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก โรงพยาบาล องค์กรต่าง โรงเรียน ใน 80 ประเทศทั่วโลก ล้วนใช้บริการของที่นี่ โดยเฉพาะโรงเรียนถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ มีกว่า 6,000 โรงเรียน อาทิ Dulwich College ปักกิ่ง  Eton House และ Nord Anglia มีพนักงานให้บริการอยู่ถึง 430,000 คน

อาร์โนด์ เบียเลคกิ

นายอาร์โนด์ เบียเลคกิ ประธานบริหาร บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด เล่าถึงการที่บริษัทมาปักหลักในไทยกว่า 10 ปี ว่า ธุรกิจโภชนาการเติบโตสูงมากในไทย มีผู้ประกอบการเข้ามาทำตลาดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโซเด็กซ์โซ่นั้น ในปี 2561 เติบโตจากปี 2560 ถึง 26% คิดเป็นรายได้กว่า 2,100 ล้านบาท ขณะที่ทั่วโลกบริษัทมีอัตราเติบโตเฉลี่ยแค่ 2 % เท่านั้น

สาเหตุมาจากคนไทยให้ความสำคัญกับเรื่องโภชนาการมากขึ้น ประกอบกับมีชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มนี้กังวลเรื่อง “อาหารเป็นพิษ” มาก

อาหารที่บริษัทให้บริการเน้นความสะอาด และปลอดภัย เป็นอาหารสุขภาพครบโภชนาการ และสะอาด ทั้งเนื้อสัตว์ปรุงสุก ผัก ผลไม้ สลัดผัก ไม่เน้นอาหารที่มีแคลอรี่สูง เช่น เค้ก หรือคุกกี้ มีการจัดพื้นที่แยกระหว่างพื้นที่เตรียมวัตถุดิบ โรงครัว พื้นที่ทำความสะอาดภาชนะ และ พื้นที่จัดการขยะ อย่างชัดเจน ซึ่งจะมีกฎระเบียบวางไว้ให้พนักงานได้ปฏิบัติตาม ขณะเดียวกันก็มีการอบรมหลักโภชนาการเป็นระยะ พร้อมสำหรับออกไปปฏิบัติงานในสถานที่ต่างๆ

ปัจจุบันตลาดหลักของโซเด็กซ์โซ่ คือ โรงพยาบาลเอกชนที่มีชาวต่างชาติใช้บริการ โรงเรียนนานาชาติ มหาวิทยาลัยเอกชน องค์กร และบริษัทเอกชน เช่น สำนักงานสหประชาชาติ กรุงเทพฯ ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี บริษัทกูเกิล ธนาคารทหารไทย และยูนิลีเวอร์  รวมประมาณ 12 แห่ง

ปัจจุบันมีพนักงานในไทยที่อยู่ในสายงานนี้อยู่ประมาณ 1,000-1,500 คนจากพนักงานทั้งหมด 3,600 คน มีนักโภชนาการ 70-80 คน เชฟนานาชาติ และเชฟฮาราล 20 คน ไม่นับรวมผู้ช่วยเชฟ และพนักงานส่วนงานบริการ 

รูปแบบที่โซเด็กซ์โซ่ให้บริการ หากให้บริการกับบุคลากรภายในองค์กร จะเป็นรูปแบบบริหารห้องอาหาร (Canteen) ครบวงจร ตั้งแต่โรงครัว เพื่อผลิตอาหาร และงานบริการ เช่น เสิร์ฟ  รวมถึงงานเก็บภาชนะ และล้างทำความสะอาด

ส่วนราคาขึ้นกับข้อตกลง เพราะบางองค์กรต้องการให้บริการอาหารฟรีกับพนักงาน ถือเป็นสวัสดิการ บางแห่งให้ขายราคาถูกโดยชดเชยส่วนต่างให้กับบริษัท หรือไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่แทน

“การที่องค์กรต่างๆให้ความสำคัญกับการจัดหาบริษัทผู้เชี่ยวชาญมาให้บริการด้านอาหารกับพนักงาน เพราะต้องการให้เป็นสวัสดิการที่ดีกับพนักงาน เหมือนซื้อใจพนักงาน ให้เห็นว่าองค์กรใส่ใจในความเป็นอยู่ของพนักงาน รวมถึงต้องการดึงดูดให้พนักงานมากินร่วมกันในห้องอาหารในบริษัทมากกว่าไปแยกกันข้างนอก เพื่อให้เกิดพื้นที่ทำความรู้จัก และแลกเปลี่ยนกัน สวัสดิการแบบนี้เชื่อว่าจะทำให้พนักงานอยู่กับองค์กรไปนานๆ”

ส่วนที่เป็นลักษณะการประชุม โซเด็กซ์โซ่จะเป็นผู้จัดการด้านการจัดเลี้ยงทั้งหมดตามออเดอร์ เช่น ที่ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี  ขณะที่สำนักงานยูเอ็นในไทย จะให้บริการทั้งบุคลากรที่มาทำงานจากทั่วโลกรวมกว่า 1,500-2,000 คน รวมถึงให้จัดเลี้ยงเวลามีประชุมต่างๆด้วย

สำหรับโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย  บริษัทจะให้บริการห้องอาหารให้กับเด็กนักเรียน เช่น โรงเรียนนานาชาติฝรั่งเศส  คองคอเดียน สแตมฟอร์ด ถือว่าเติบโตระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในโรงเรียนนานาชาติ เพราะทางโรงเรียนต้องการมีผู้เชี่ยวชาญมาปรุงอาหารที่ถูกสุขอนามัย และอาหารครบหมู่มาให้กับเด็กๆ ป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากอาหารที่ไม่สะอาด ซึ่งหลายๆ โรงเรียนในไทยไม่น้อยที่เคยประสบเหตุการณ์ “อาหารเป็นพิษ” ทำให้เด็กท้องร่วงจำนวนมาก

ทางด้านตลาดโรงพยาบาล เช่น บำรุงราษฎร์ ,พญาไท 2 ,กรุงเทพ ภูเก็ต ,วิชัยยุทธ ,เปาโล นวมินทร์ ,สมิติเวช สุขุมวิท และศรีนครินทร์ เป็นต้น โซเด็กซ์โซ่จะให้บริการ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.ผู้ป่วยใน 2.ผู้ป่วยนอก ผู้ที่มาเยี่ยมญาติที่ป่วย แพทย์พยาบาล และ 3. บุคคลทั่วไป

ยกตัวอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ในส่วนของผู้ป่วยใน จะให้บริการครบวงจร 3 มื้อ เป็นส่วนผู้ป่วยในให้บริการ สำหรับผู้ป่วยที่ต้องควบคุมเรื่องอาหารที่ทำตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น และผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งจะมีนักโภชนาการขึ้นไปรับออเดอร์แต่ละมื้อในห้องพักผู้ป่วยด้วยตัวเองทุกวัน

ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องจัดอาหารให้ประมาณ 500 คนต่อวัน รวมถึงให้บริการห้องอาหารในโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอกไปกลับ บุคคลคนทั่วไป ประมาณ 300 คนต่อวัน และแพทย์พยาบาล

“หลายๆองค์กรให้เราเข้าไปจัดบริการด้านอาหารให้ เพราะเชื่อมั่นในเรื่องสุขอนามัย และระบบตรวจสอบของเรา ที่จะคัดตั้งแต่ผู้จัดส่งวัตถุดิบ การจัดพื้นที่เตรียมวัตถุดิบ ทำอาหาร ล้าง และขยะ รวมถึงความสะอาดของอุปกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามหลักสุขอนามัย ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องสำคัญมากในการป้องกันความเสี่ยงจากโรคอุจจาระร่วง รวมถึงการสุ่มตรวจเป็นระยะ และเก็บตัวอย่างอาหารทุกมื้อ เพื่อพิสูจน์ตรวจสอบกรณีมีเรื่องร้องเรียนกับโรงพยาบาล หรือโรงเรียนต่างๆ ขณะเดียวกันเราก็มีระบบประกันภัยกรณีเกิดเหตุด้วย ”

นายดุสิต นิลประภา Food Service Manager  บริษัท โซเด็กซ์โซ่  ที่ดูแลโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท บอกว่า บริษัทจัดพนักงานมาดูแล ทั้งเชฟ ผู้ช่วย นักโภชนาการ พนักงานเสิร์ฟ และล้าง รวมถึง 97 คน มีห้องครัวแยกระหว่างครัวที่ทำอาหารผู้ป่วยที่ต้องปิดมิดชิด ครัวทำอาหารให้กับแพทย์พยาบาล และครัวสำหรับห้องอาหารที่เปิดให้บริการแบบทั่วไปในโรงพยาบาล ซึ่งจะมีทั้งคนมาโรงพยาบาล และคนนอกมากิน เพราะราคาอาหารไม่แพง หากเทียบกับอาหารที่ถูกสุขอนามัยที่จำหน่ายในย่านสุขุมวิท

ดุสิต นิลประภา

“หลักการทำงานของเรา คือ ความสะอาดมาก่อนเสมอ ดังนั้นจะเลือกผู้จัดส่งวัตถุดิบที่เชื่อถือ และตรวจสอบที่มาที่ไปได้อย่างชัดเจนเท่านั้น  โดยมีสุ่มตรวจสอบเป็นระยะ ๆ และรักษาคุณภาพของอาหารสดที่เข้ามาทุกวัน โรงครัวที่ต้องรักษาความสะอาด และห้องล้างภาชนะที่ต้องแยกจากกัน” 

ด้านการเสิร์ฟเป็นลักษณะตู้มิดชิดเก็บอุณหภูมิเพื่อให้ร้อนเสมอที่ 70 องศา  ในส่วนของผู้ป่วยที่ต้องระมัดระวังความสะอาด เช่นผู้ป่วยติดเชื้อจะเป็นภาชนะใช้แล้วทิ้งทันที เป็นต้น

“ตั้งแต่เรามาให้บริการที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาหลายปี ไม่มีข้อร้องเรียนใดๆ มีแต่เรื่องรสชาติที่อาจไม่ถูกปากทุกคน และบางคนอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องคุมอาหารด้วย แต่สำหรับผู้ป่วยทั่วไป จะจัดตามที่เขาต้องการ แต่ทั้งหมดต้องถูกสุขอนามัย และโภชนาการ ตามหลักการของเรา ”

เรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง คือ เรื่องความสะอาด มีมาตรฐานหลายอย่างกำกับ อาทิ มาตรฐาคุณภาพสถานพยาบาล หรือ JCI มาตรฐาน ISO มาตรฐาน HACCP รวมถึง KPI ของโรงพยาบาลด้วย เพราะให้บริการตั้งแต่ผู้ป่วย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดในโรงพยาบาล ทั้งหมดและพยาบาล รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มากินอาหารที่นี่ด้วย

สำหรับตลาดใหม่ของโซเด็กซ์โซ่นั้น นายอาร์โนด์ ระบุว่า นอกจากขยายตลาดเดิมไปในกลุ่มลูกค้าใหม่แล้ว ยังจะขยายไปที่กลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการอาหารที่ถูกโภชนาการสมวัยด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยกำลังมีแนวโน้มจะมีบ้านพักของผู้สูงอายุมากขึ้นเหมือนในต่างประเทศ เพราะสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ลูกหลานไม่มีเวลาดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงผู้สูงอายุในประเทศไทยที่มีจำนวนมากขึ้น  

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB