Digital Economy

เป็นเพราะจีน!! แอปเปิลหั่นคาดการณ์รายได้ มองยอดขายซบเซา

แอปเปิล อิงค์ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ ประกาศวานนี้ (2 ม.ค.) ปรับลดคาดการณ์ยอดขายรายไตรมาสของบริษัท ซึ่งนายทิม คุก ซีอีโอบริษัท ระบุว่า เป็นผลมาจากยอดขายไอโฟนที่ซบเซาในตลาดจีน หลังเศรษฐกิจแดนมังกรเติบโตลดลง เพราะความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีน กับสหรัฐ

การเคลื่อนไหว ที่นับเป็นครั้งแรกของแอปเปิล ที่ออกคำเตือนรายได้ ก่อนที่จะเปิดเผยรายได้รายไตรมาสนั้น ฉุดให้ราคาหุ้นของบริษัทหลังปิดตลาดซื้อขายในสหรัฐร่วงลง และจุดชนวนให้เกิดการเทขายหุ้นเป็นวงกว้างในตลาดเอเชียเช้าวันนี้ (3 ม.ค.) แม้ดัชนีสำคัญๆ ในตลาดสหรัฐเมื่อคืนนี้จะขยับขึ้นก็ตาม โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ของสหรัฐ ปิดที่ 23,346.24 จุด เพิ่มขึ้น 18.78 จุด หรือ 0.08% ดัชนีเอส แอนด์ พี ปิดที่ 2,510.03 จุด เพิ่มขึ้น 3.18 จุด หรือ 0.13% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 6,665.94 จุด เพิ่มขึ้น 30.66 จุด หรือ  0.46%

นายคุกให้สัมภาษณ์ซีเอ็นบีซีว่า ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลไม่ได้ตกเป็นเป้าของรัฐบาลจีน แต่ผู้บริโภคบางรายเลือกที่จะไม่ซื้อไอโฟน หรืออุปกรณ์อื่นๆ ของบริษัท เพราะมองว่าเป็นสินค้าของบริษัทอเมริกัน

“ประเด็นใหญ่กว่าก็คือ การที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว และความตึงเครียดทางการค้า ที่สร้างแรงกดดันเพิ่มขึ้น”

ทิม คุก

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางราย ยังตั้งคำถามถึงผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของแอปเปิลเอง อย่างเช่น การที่บริษัทยังคงยึดหลักการที่จะขายสินค้าในราคาแพงต่อไป

แอปเปิลประเมินว่า รายได้ของบริษัทในไตรมาสแรกของปีงบการเงิน ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา จะอยู่ที่ 84,000 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ราว 91,500 ล้านดอลลาร์ และลดลงจากเดิมที่บริษัทคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 89,000 – 93,000 ล้านดอลลาร์

ในแถลงการณ์ที่ส่งถึงนักลงทุนนั้น นายคุกระบุว่า การปรับลดคาดการณ์รายได้ดังกล่าว เนื่องจากในการประเมินครั้งก่อนหน้านี้ แม้บริษัทจะคาดการณ์ถึงความท้าทายจำนวนหนึ่งในตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ๆ เอาไว้แล้ว แต่ยังมองไม่เห็นว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน จะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด

“ตามความเป็นจริงแล้ว รายได้เกือบทั้งหมดของเราต่ำกว่าที่คาดไว้ และ 100% ของรายได้ที่ร่วงลงทั่วโลก เกิดขึ้นในจีน ทั้งจากยอดขายไอโฟน แมค และไอแพด ลดลง”

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team