Finance

กนง.ชี้ตลาดเงินโลกผันผวนสูง-ยันขึ้นดอกเบี้ยค่อยเป็นค่อยไป

“กนง.” ชี้ตลาดการเงินโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง สั่งจับตานโยบายการเงิน – สงครามการค้า ยันปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาระดับ 1.75% ยังเอื้อต่อเศรษฐกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผย รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 8/2561วันที่ 19 ธันวาคม 2561 โดยระบุว่า ที่ประชุม กนง.ปรับประมาณการ เศรษฐกิจไทยใหม่ โดยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 ขยายตัว 4.2% และปี 2562 ขยายตัว 4% ปรับลดลงจากที่ประเมินไว้ครั้งก่อนที่ 4.4% และ 4.2% ตามลำดับ โดยโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่ากรณีฐานมาจากปัจจัยต่างประเทศเป็นสำคัญ ได้แก่ มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐที่อาจเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น และความผันผวนในตลาดการเงินโลกในกรณีที่สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลง (no-deal Brexit)

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำจากปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ การบริโภคภาคเอกชนที่อาจขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากกำลังซื้อในประเทศที่ยังขยายตัวไม่ทั่วถึงโดยเฉพาะรายได้ภาคเกษตรที่อาจลดลงมากกว่าคาด และการใช้จ่ายภาครัฐที่อาจต่ำกว่าคาดจากข้อจำกัดในการเบิกจ่ายและการดำเนินโครงการลงทุนของภาครัฐ

คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องตามแรงส่งจากอุปสงค์ในประเทศแม้อุปสงค์ต่างประเทศชะลอลงบ้าง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม แต่มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นตามความผันผวนของราคาพลังงานและราคาอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ภาวะการเงินโดยรวมอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ เสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีและความเสี่ยงบางจุดได้รับการดูแลในระดับหนึ่งด้วยมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน อาทิ มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล การปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย รวมทั้งร่างพ.ร.บ. สหกรณ์ที่แก้ไขเกณฑ์การกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เห็นชอบแล้ว

อย่างไรก็ตาม กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจมีความต่อเนื่องชัดเจนเพียงพอและมีแนวโน้มขยายตัวสอดคล้องกับศักยภาพสามารถรองรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 1.75% ในครั้งนี้ได้ โดยประเมินว่าการลดระดับความผ่อนคลายของนโยบายการเงินลงเล็กน้อยจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป แต่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนระยะยาว ความจำเป็นที่ต้องพึ่งพานโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับที่ผ่านมาจึงลดน้อยลง และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้จะช่วยสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) สำหรับอนาคตเมื่อมีโอกาส

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้อภิปรายเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป โดยเห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะยังมีความเหมาะสมในระยะข้างหน้า และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยอาจไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่องดังเช่นในอดีต ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะประเมินสถานการณ์ตามพัฒนาการของข้อมูลเป็นสำคัญ (data-dependent) ทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจอัตราเงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงิน รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบการดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสมในระยะต่อไป

คณะกรรมการฯ เห็นว่าในระยะข้างหน้าตลาดการเงินโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีสาเหตุหลักจากทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก, มาตรการกีดกันทางการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง แลความไม่แน่นอนของสถานการณ์ Brexit และการเมืองในกลุ่มประเทศยูโรที่อาจรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งจะกดดันราคาสินทรัพย์และ

ค่าเงินคณะกรรมการฯ จึงเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการของตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดต่อไป

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team