Properties

ปีแห่งการปรับตัว.. ธุรกิจอสังหาฯ 2562

ก้าวสู่ปี 2562 ศักราชใหม่ปีหมูทอง  อาจจะเป็นหมูทองกับหลายๆ ธุรกิจ แต่สำหรับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้ว ปีหน้าจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน ยังไม่อาจสรุปได้ แต่ที่แน่นอนผู้ประกอบการใหญ่หลายราย ประเมินแนวโน้มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปี 2562 ว่า ชะลอตัวแน่นอน เพราะมีหลายปัจจัยลบเข้ามารุมเร้า

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นปัจจัยบวกด้วยหรือไม่ ต้องรอดูสถานการณ์ใตรมาส 1/2562 ปีหมูสำหรับอสังหาฯน่าจะไม่หมูสำหรับคนทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ส่วนจะท้าทายมากขนาดไหนต้องรอติดตาม

นายอนันต์ อัศวโภคิน

เริ่มกันด้วยมุมมองของ ผู้ประกอบการระดับตำนานอย่าง “บิ๊กตึ๋ง” นายอนันต์ อัศวโภคิน ซีอีโอผู้เป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัทอสังหาฯรายใหญ่ท้อป 3 ในตลาดอย่าง บมจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ประเมินว่าภาพรวมอสังหาฯปี 2562 ว่า จะเป็นปีที่ “หนักหนาและท้าทาย ด้วยปัจจัยลบหลายด้าน”

เริ่มตั้งแต่สภาพแวดล้อมธุรกิจ ที่คาดว่าจะเต็มไปด้วยอุปสรรค สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อโครงการ กำลังซื้อที่ยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดกลาง-ล่าง และมาตรการคุม LTV (สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมอสังหาฯแน่นอน

การเติบโตของตลาดคอนโด

ตลาดชะลอตัวเผชิญหลายปัจจัยลบ

กระทบอย่างไร? หลายคนสังสัย คำตอบจากบิกบอสส์แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ก็คือ ตลาดจะชะลอตัว ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวรับมือกับ ภาวะตลาดที่ชะลอตัวลงกว่าปีนี้ กำลังซื้อส่วนหนึ่งจากนักลงทุน จะหดหายไปตามมาตรการคุมเข้ม LTV ของธปท.

นอกจากนี้ ปัจจัยลบไม่ได้มีเฉพาะในประเทศ แต่ปัจจัยเศรษฐกิจในต่างประเทศ เรื่องสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ก็มีส่วนทำให้เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบ ตลาดจีนที่เคยเป็นลูกค้าสำคัญของอสังหาฯไทยในปีที่ผ่านมา ก็อาจชะลอตัวหรือหดหายไปจำนวนมาก เนื่องจากมาตรการชะลอการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศของรัฐบาลจีน

“การซื้ออสังหาฯของลูกค้าต่างชาติ เป็นเรื่องที่น่าจับตา จะเห็นว่าที่ผ่านมามีบริษัทอสังหาฯหลายราย ขายโครงการให้ลูกค้าต่างชาติจำนวนมาก กลุ่มนี้เสี่ยงเพราะซื้อไว้แต่เมื่อถึงวันโอนอาจไม่โอนก็ได้” นายอนันต์ กล่าว

เขายังกล่าวด้วยว่า ต่างชาติมาซื้ออสังหาฯเยอะมาก ผมห่วงจะไม่โอน โดยเฉพาะตลาดคนจีนซึ่งเริ่มมีปัญหาเศรษฐกิจภายใน และล่าสุดรัฐบาลจีนออกมาตรการ จำกัดการนำเงินไปซื้ออสังหาฯต่างประเทศ อาจกระทบลูกค้าที่ซื้อไว้แล้วยังไม่ถึงกำหนดโอนอาจจะโอนไม่ได้

นอกจากนี้ นายอนันต์ กล่าวว่า เมื่อดูปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นๆ ก็พบว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี เช่น ภาคท่องเที่ยวซึ่งอดลดลงอย่างผิดปกติมาก คนจีนที่หายไปช่วงมีปัญหายังไม่กลับมาเที่ยว โรงแรมที่เชียงใหม่ ที่ภูเก็ตขณะนี้ก็ค่อนข้างแย่ ทั้งที่เข้าฤดูท่องเที่ยวแล้ว

ขณะเดียวกัน ตัวเลขผลประกอบการที่ออกมาในช่วงไตรมาส 3 ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯก็ไม่ดี เติบโตน้อยที่สุดในรอบ 10 ปีก็ว่าได้ รวมถึงค้าปลีกก็ไม่ดี เช่น ธุรกิจในเครือแลนด์ฯที่ทำอยู่ คือ โฮมโปร ซึ่งมีสาขาหลายจังหวัด ไตรมาส 3 ที่ผ่านมายอดตกไปมาก ทั้งที่มีการเปิดสาขาเพิ่ม

เชื่ออสังหาฯยังโตได้แบบ ชะลอตัว

“ปีหน้าเหนื่อยแน่ อย่าขยายอะไรมาก ให้เก็บเงินสดไว้มากที่สุด ถ้าแบงก์ปล่อยกู้ก็กู้ให้เต็มที่ไม่ต้องกลัวดอกเบี้ยแพง เพราะดอกเบี้ยแพงก็ยังดีกว่าไม่มีเงินสดหมุนเวียน นักธุรกิจไม่เคยกลัวดอกเบี้ยแพง แต่เรากลัวการไม่มีเงินมากกว่า” นายอนันต์ กล่าวพร้อมแนะนำการปรับตัวของธุรกิจอสังหาฯปี 2562 ว่า ให้วางแผนชะลอลงทุน หยุดรับคน-ลดการขยายงาน-ลดขยายธุรกิจ

ปีหน้าอย่ารับคนเพิ่ม อย่าขยายงานมาก อย่าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯถ้าไม่จำเป็น เพราะเข้าก็ไม่ได้ราคา

บิ๊กบอสส์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังกล่าวด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ไม่ดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 4/2561 ตลาดทุนหดตัวกระทบทั้งกำลังซื้อและผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการอสังหาฯควรทำ สำหรับปี 2562 คือควรหันมาเน้นปรับปรุงระบบภายในบริษัทให้ดี และพัฒนาสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับบริษัท ซึ่งไม่ใช่ที่ดินหรือโครงการ แต่เป็นระบบงานและบุคลากร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญและหัวใจสู่ความสำเร็จ แนะนำให้บริษัทอสังหาฯเร่งพัฒนาระบบงาน และพัฒนาทีมงาน เพื่อรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในปี 2562

ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม

เช่นเดียวกับ ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานกรรมการ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวในงานฉลอง 25 ปีพฤกษาฯ ว่าในปี 2562 จะเป็นปีที่ยากลำบากของภาคอสังหาริมทรัพย์ และเป็นปีที่ท้าทายของผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากมีปัจจัยลบหลายประการ ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องมีความระมัดระวัง ในการดำเนินธุรกิจให้มาก แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดอสังหาฯจะยังสามารถเติบโตได้ แต่คงไม่มากนัก

ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม

ด้านนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และอดีตนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ปี2562 เป็นปีที่ต้องตั้งรับและท้าทาย เพราะมีหลายปัจจัยลบที่จะเข้ามากระทบตลาด ผู้นำองค์กรต้องบริหารอย่างรอบคอบเพื่อผ่านมันไปให้ได้ เช่นเดียวกับปี 2561 ที่ผ่านมาจะว่าเป็นปีที่ดีก็ได้ แต่จะถือเป็นอีกปีที่ท้าทายก็ไม่ผิด

ในปี 2561สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นปีที่ “ต้นดีปลายร้าย” เนื่องจากต้นปีเติบโตดี แต่มาในช่วงปลายปี มีปัจจัยลบที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นถึง 3 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วย

  • มาตรการคุมเข้มสินเชื่อบ้าน หรือการอนุมัติสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน LTV ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
  • ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยทุก 0.25% มีผลต่อกำลังซื้อลดลง 2% การขึ้นดอกเบี้ย ในแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นนี้ย่อมจะทำให้กำลังซื้อลดลง
  • อีกปัจจัยที่คาดไม่ถึงก็คือ การที่สภานิติบัญญัตแห่งชิต (สนช.) ผ่านความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดิน ออกมาในปี 2561 จะทำให้กระทบต้นทุนการดำเนินธุรกิจอสังหาฯ

นายประเสริฐ ย้ำว่า ทั้ง 3 ปัจจัยล้วนเข้ามากระทบธุรกิจพัฒนาอสังหาฯชัดเจน กระทบทั้งต่อตลาดผู้ซื้อและผู้ประกอบการ ซึ่งก็ต้องปรับตัวตั้งรับเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ฯที่ปรับตัวลดลง สถิติการซื้อขายหุ้นในตลาดฯเป็นนิวโลว์ ทำให้กำลังซื้อและความมั่นใจตลาดลดลง ทำให้สถานการณ์อสังหาฯไม่ง่ายมาตั้งแต่ปลายปี 2561 และเชื่อว่าสถานการณ์เช่นนี้ จะข้ามมาถึงปี 2562 ด้วยอย่างแน่นอน

นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์

แนะทำ ซิตี้ คอนโด เจาะเรียลดีมานด์  

จากแนวคิดของผู้ประกอบการ มาดูมุมมองของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาฯ ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยนางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2562 เชื่อว่าในส่วนของอุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้น จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับตัวเลขเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา คือประมาณ  53,000 หน่วย ในขณะที่ความต้องการยังคงอยู่ในช่วงระหว่าง 50,000-55,000 หน่วย ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปี 2561

โดยตัวเลขคอนโดมิเนียมที่จะเปิดในปี 2562 อาจใกล้เคียงปี 2561 แต่อัตราการขายอาจช้าลง เพราะตลาดนักลงทุนหายไป จากมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะเริ่มใช้วันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ระบุให้ธนาคารพาณิชย์ กำหนดการปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ สำหรับที่อยู่อาศัยลูกค้าที่ซื้อเป็นสัญญาที่ 2 หากผ่อนสัญญาแรกเกินกว่า 3 ปีแล้ว ต้องวางเงินดาวน์ 10% และหากยังผ่อนสัญญาแรกไม่ถึง 3 ปี ต้องวางเงินดาวน์ 20%

และการซื้ออสังหาฯเป็นสัญญาที่ 3 ต้องวางเงินดาวน์ 30% ทุกกรณี รวมทั้งการซื้ออสังหาฯราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไปทุกกรณี ต้องวางเงินดาวน์ 20% มาตรการนี้อาจทำให้กำลังซื้อชะลอตัว โดยเฉพาะจากผู้ซื้อในกลุ่มนักลงทุน

สำหรับรูปแบบของการพัฒนาสินค้า นางนลินรัตน์ ระบุว่า การพัฒนาโครงการจะมีการปรับให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายย่อยมากขึ้น เช่นคอนโดสำหรับคนรักการออกกำลังกาย ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือ คอนโดสำหรับคนรักสัตว์ เลี้ยงน้องหมาน้องแมวได้ เป็นต้น

คอนโดเฉพาะกลุ่ม

ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการจะหันมาปรับตัว มองตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น และการมองหาทำเลเพื่อการพัฒนาโครงการก็จะยากขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินแพงและที่ดินทำเลในเมืองใกล้แนวรถไฟฟ้า ไม่เหลือแปลงใหญ่ให้นำมาพัฒนาได้

อีกแนวโน้มที่จะเห็นในปี 2562 คือ การสร้างคอนโดมิเนียมในพื้นที่เช่า แบบขายสิทธิ์การเช่าระยะยาว หรือ Leasehold เช่า 30 ปีขึ้นไป จะมีการพัฒนามากขึ้น และได้การยอมรับจากตลาดมากขึ้นด้วย สาเหตุหลักมาจากที่ดินทำเลในเมืองที่เป็นกรรมสิทธิ์ หรือ Freehold หาได้ยากขึ้น และเจ้าของที่ดินเรียกราคาขายสูงมาก เช่นที่ปรากฏเมื่อต้นปี 2561 ที่ราคาที่ดินย่านหลังสวนขายที่ 3 ล้านบาท/ตารางวา ทำให้ยากต่อการนำมาพัฒนา และทำราคาขายที่ตลาดรับได้

ในขณะที่ที่ดินเช่าระยะยาว ทำเลในเมืองหลายแปลงยังพอมีหลงเหลือ และโครงการที่พัฒนาบนที่ดินแบบเช่าระยะยาว ก็สามารถขายคอนโดในราคาที่ต่ำกว่าแบบกรรมสิทธิ์ราว 30-40% และตลาดเริ่มให้การยอมรับ สำหรับโครงการในทำเลที่ดี เชื่อว่าจะมีออกมาในตลาดเพิ่มขึ้น

ในมุมมองของเน็กซัส สัดส่วนของคอนโดมิเนียม ที่ผู้ประกอบการควรจะพัฒนา น่าจะเพิ่มสัดส่วนไปที่กลุ่ม “ซิตี้ คอนโด” และตลาดระดับกลาง (mid market) ที่เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของกรุงเทพฯ เพื่อจะได้ตอบสนองกับความต้องการที่อยู่อาศัยจริง ซึ่งจะเป็นตลาดที่มีเสถียรภาพ และยั่งยืนมากกว่าตลาดต่างชาติเพื่อการลงทุน

เทรนด์การลงทุนของต่างชาติ ในตลาดอสังหาฯไทย

เทรนด์ต่างชาติยังเดินหน้าลงทุนอสังหาฯไทย

แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนจากต่างชาติก็สำคัญ สำหรับตลาดการลงทุนจากต่างชาติ เป็นที่จับตามองในช่วงที่ผ่านมานั้น เชื่อว่าการลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ หรือนักลงทุนสถาบัน จะยังคงเห็นได้อย่างต่อเนื่องในปี 2562 โดยเฉพาะการเข้ามาในลักษณะการร่วมทุน กับผู้ประกอบการไทยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมออกสู่ตลาด เชื่อว่าจะยังคงเป็นเทรนด์ที่เติบโตในปี 2562 โดยสัดส่วนจำนวนห้องชุดที่นักลงทุนจากจีน ญี่ปุ่น และบางส่วนจากฮ่องกง และสิงคโปร์ ที่เข้ามาลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการคนไทย น่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 30% จากเดิม 26% หรือ 15,820  หน่วย จาก 24 โครงการในปี 2561

นอกจากนี้ ผู้บริหารเน็กซัส มองว่า นักลงทุนรายย่อยจากประเทศจีน ก็น่าจะยังคงเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยอย่างต่อเนื่อง ในทำเลที่ขยายออกไปจากทำเลเดิม โดยตลาดยักลงทุนจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน น่าจะยังรักษาระดับการลงทุนที่ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันตลาดใหม่คือ CLMV กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ก็เป็นอีกตลาดที่น่าจับตาว่าจะเข้ามา เป็นนักลงทุนรายย่อยในอสังหาฯไทยเพิ่มขึ้น

โครงการมิกซ์ยูสด์ที่จะเปิดในอนาคต

นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการแบบผสมผสาน หรือ mixed used ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก โรงแรม และที่อยู่อาศัย ภายในโครงการเดียวกัน ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุนใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบาย เชื่อว่าจะเปิดตัวมากขึ้น ซึ่งโครงกการมิกซ์ยูสด์ หลายโครงการที่เปิดตัวเมื่อปี 2561 ก็จะทยอยเช้าสู่ตลาดในปี 2562 และจะมีโครงการมิกซ์ ยูสด์ ที่พัฒนาใหม่เปิดตัวเพิ่มเข้ามาด้วย

การเปลี่ยนแปลงราคาคอนโดรายทำเล

ราคาที่ดิน-คอนโดฯเริ่มนิ่งปรับขึ้นน้อยลง

หากจะวิเคราะห์ถึงการปรับตัวของราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพในช่วง 1-3 ปีข้างหน้านั้น ผู้บริหารเน็กซัส มองว่า ราคาคอนโดมิเนียมจะปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่ลดลง ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะไม่สามารถขึ้นได้ในอัตราที่มากเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้น ผู้ประกอบการก็น่าจะพัฒนาโครงการในราคาที่ไม่ต้องปรับตัวสูงขึ้นมากนัก ดังนั้น จึงคาดว่าราคาคอนโดมิเนียม จะปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ในระดับ 6-7%

ส่วนทำเลที่ราคาคอนโดมิเนียม ปรับตัวขึ้นไปสูงมากอย่างทำเล “ทองหล่อ” ผู้บริหารเน็กซัส มองว่าเป็น “ราคาภาพลวงตา” หรือเป็น Illusion of location ในช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งราคาคอนโดวิ่งไปเกิน 3 แสนบาท/ตารางเมตร ปีหน้าจะเห็นการพัฒนาโคงการในทำเลนี้ ด้วยราคาที่สมเหตุผลมากขึ้น อาจเป็นโครงการที่เข้าไปในซอยแยกย่อย และราคาขายคอนโดทำเลนี้อาจปรับมาอยู่ที่ไม่เกิน 2 แสนบาท/ตารางเมตร อย่างไรก็ตาม พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย ยังคงเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการ ที่มองหาที่ดินเพื่อเข้ามาพัฒนาโครงการ แต่ในทำเลนี้ ราคาคอนโดที่ควรเป็นน่าจะเป็นราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายจริงๆ

ในขณะที่ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งธนบุรี ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ทำให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการเปิดศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ไอคอนสยาม ขึ้นในพื้นที่ ประกอบกับรถไฟฟ้าสายสีทองที่กำลังก่อสร้าง และก็เช่นเดียวกันคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นใหม่ราคาก็จะต้องสูงขึ้นมากอย่างแน่นอน ราคาทำเลนี้อาจสูงต่อเนื่องในปี 2562

ทำเลคอนโดมิเนียมน่าสนใจ

อีกทำเลที่น่าสนใจ คือ ติวานนท์ ที่ผู้ประกอบการหลายรายยังคงมีคำถามจากอุปทานที่ยังมีขายอยู่ เชื่อว่าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าคอนโดในทำเลติวานนท์ ซึ่งราคาไม่สูงมากน่าจะได้รับการดูดซับจากตลาด ราคาคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วในบริเวณนี้เป็นราคาที่น่าสนใจ เพราะเป็นราคาจับต้องได้มากที่สุดในตลาด

ส่วนทำเลรัชดาพระราม 9 เป็นทำเลทองของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ถ้าจะยังคงเป็นทำเลที่ครองใจลูกค้ากลุ่มนี้ได้ การตั้งราคาและการทำการตลาด จะต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม และมีบริการหลังการขายที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่างชาติกลุ่มนี้ได้จริง

ประกาศธปท.เบรกตลาดนักลงทุนบางส่วน

ส่วนนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เรื่องการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้บริหารเน็กซัส เชื่อว่าจะส่งผลต่อการพัฒนาสินค้าในตลาดที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียม เพราะจะกระทบต่อกำลังซื้อส่วนหนึ่ง ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยบ้านอาจจะมีการขายระหว่างก่อสร้างมากขึ้น เพื่อให้ผู้ซื้อได้ผ่อนชำระเงินดาวน์บางส่วนก่อน  และคอนโดมิเนียมก็อาจจะต้องเน้นขายช่วงพรีเซลมากขึ้น ที่มีระยะเวลาการผ่อนยาวขึ้น เพื่อให้ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ควบคุมของธปท. มีเงินดาวน์ 10-20% ตามเงื่อนไข

และท้ายที่สุด อีกประเด็นที่สำคัญ คือภาวะเศรษฐกิจและการเมือง จะเป็นตัวบ่งชี้ตลาดอสังหาฯว่าจะเติบโตได้เพียงใด โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในระยะอันใกล้นี้ ช่วงแรกอาจมีเงินสะพัดแต่ไม่แน่ใจว่า จะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาฯได้แค่ไหน คงต้องรอดูผลหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาด ซึ่งต้องรอดูหลังไตรมาสแรกปี 2562 ไปแล้ว

Add Friend Follow
อรวรรณ หอยจันทร์