Business

ประยุทธ์งัด ม.44 สั่งพักชำระหนี้ อุ้มทีวีดิจิทัล

ภาพจาก thaigov.go.th

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุม คสช.โดยมีคณะกรรมการ คสช.เข้าร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือเรื่อง มาตราการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้า คสช.เรื่อง มาตราการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2559 เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการที่สุจริต แต่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสังคมจึงไม่อาจชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดไปแล้วนั้น

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคสช. โดยความเห็นชอบของ คสช. จึงมีคำสั่งดังนี้

ผู้รับใบอนุญาตตามคำสั่ง 76/2559 หรือประกาศรายใดไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในงวดที่เหลือ ให้ผู้รับใบอนุญาตรายนั้นแจ้งเป็นหนังสือไปยัง สำนักงาน กสทช.ภายใน 30 วันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เพื่อขอพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามคำสั่งที่ 76/2559 หรือ ประกาศ

สั่งกสทช.พักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

ให้สำนักงาน กสทช.พิจารณาการพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ให้กับผู้รับใบอนุญาตที่แจ้งตามวรรคหนึ่ง และกำหนดระยะเวลาการพักชำระค่าธรรมเนียม ซึ่งต้องไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน กสทช.

ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขอื่นตามคำสั่งที่ 76/2559 หรือประกาศ

ในระหว่างเวลาพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามวรรคสอง ให้ผู้รับใบอนุญาตชำระดอกเบี้ยในวันที่ครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่ในแต่ละงวดให้แก่ สำนักงาน กสทช.โดยให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราเท่ากับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด

เปิดช่องโอนกิจการได้แต่ไม่ให้ต่างชาติ

ให้ กสทช.และสำนักงาน กสทช. หรือ คณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วแต่กรณี จัดให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ให้กับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลเป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 24 เดือนนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้มีการโอนกิจการได้ โดยไม่ให้ต่างชาติเป็นเจ้าของ

ยันไม่เอื้อประโยชน์ใครแค่ช่วยเยียวยา

ทั้งนี้ การดำเนินการโดยใช้อำนาจตาม ม. 44 ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนักธุรกิจแต่อย่างใด แต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการและให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ เป็นประโยชน์กับประชาชนและไม่ได้ทำให้ภาครัฐเกิดความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 22 บริษัทได้ชำระค่าธรรมเนียมมาแล้วประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังเหลืออีกประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ทางรัฐบาลก็ไม่ได้ยกเลิกมูลหนี้ เพียงแต่วางมาตรการพักชำระหนี้ขยายเวลาออกไปเท่านั้น

 แจง3ปัจจัยสร้างปัญหาผู้ประกอบการ

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าในการประชุมได้นำแนวทางช่วยเหลือทีวีดิจิทัลมาพูดคุย  โดยผู้ประกอบการรู้สึกว่าประสบปัญหาในการธุรกิจ จึงมีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาหลงไปประมูลจึงทำให้การทำธุรกิจประสบปัญหา เพราะมีปัญหา 3 เรื่อง

1.การแข่งขันสูงมากราคาสูงบผิดปกติ 2.ปัจจุบันพฤติกรรมของคนหันไปบริโภคในช่องทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น ทำให้คนดูทีวีน้อยลง การหาโฆษณามาสนับสนุนจึงทำได้ยาก และ 3.ก่อนการประมูลคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดรายละเอียดการปฏิบัติหลายประการ  หลายเรื่องกสทช.สัญญาไว้แต่ยังทำไม่สมบูรณ์  จึงขอให้ช่วยเหลือ คือจะไม่ชำระค่างวดอีก 5 งวดที่เหลือ

คสช.ให้พักชำระหนี้ได้3งวด คิดดบ.1.5%

ที่ประชุมคสช.มีมติสรุปแนวทางช่วยเหลือ อนุญาตให้พักชำระหนี้ได้ 3 งวด ใน 5 งวดที่เหลือ ในปี 2561, 2562, 2563, 2564, 2565  เพื่อมีกำลังเก็บเงินไว้ทำธุรกิจให้เกิดสภาพคล่อง แต่การพักชำระหนี้ 3 งวดจะต้องจ่ายดอกเบี้ย 1.5 %

กสทช.ช่วยจ่ายค่าเครือข่าย50%นาน 2 ปี

ขณะที่ค่าเครือข่ายอนาล็อกของทีวีที่เปลี่ยนเป็นดิจิทัล ปัจจุบันมีผู้ให้บริการอยู่ 4 ราย คือ บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน)  สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และกรมประชาสัมพันธ์  กสทช.จะช่วยจ่ายค่าเครือข่ายให้ครึ่งหนึ่งหรือ 50% เป็นเวลา 2 ปี  และอนุญาตให้โอนใบอนุญาตได้หากมีผู้สนใจอยากขอซื้อต่อสามารถโอนกิจการได้ ทั้งนี้จะออกมาตรา 44 ในเรื่องดังกล่าวภายในอีก 1-2 วันนี้

ทั้งนี้ใบอนุญาตมีอายุ 15 ปี มีการจ่ายเงินค่าใบอนุญาตแล้ว 6 งวด คือตั้งแต่ปี 2557-2562  มีผู้ประกอบการยังไม่จ่ายค่าใบอนุญาตในงวดที่ 4-6 คือในปี 2560-2562  โดยทุกช่องจ่ายค่างวดไปแล้วในปี 2560 จำนวนกว่า  33,000 ล้านบาทและรัฐได้รับเงินมาแล้ว แต่ยังคงค้างอยู่กว่า 17,000 ล้านบาท

“จากการหารือทั้ง 3 ครั้งทุกฝ่ายเห็นชอบแนวทางดังกล่าว เพราะเป็นแนวทางที่เหมาะสมและตอบโจทย์ทั้งการแก้ปัญหาทีวีดิจิทัล  และรัฐบาลไม่ได้เสียหายอะไรช่วยเหลือตามความจำเป็น ตามความเหมาะสม ส่วนเรื่องโทรคมนาคมในที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

 

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight