Finance

“GULF” ขึ้นแท่นหุ้นฮอตแห่งปี 2561

ในปี 2561 ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเป็นไปอย่างผันผวน และดัชนีปรับตัวลดลงเกือบ 6% ซึ่งหุ้นที่มีขนาดของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ระดับแสนล้านบาทขึ้นไปส่วนใหญ่จะปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน ขณะที่หุ้นบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กลับเป็นหุ้นที่มีความโดดเด่นและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากพิจารณาราคาหุ้นในรอบปี 2561 ปรับตัวขึ้นถึง 16.92% จากระดับราคา 65 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 76 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดที่  83.75 บาทต่อหุ้น ต่ำสุดที่ 60 บาทต่อหุ้น และราคาเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ 71.52 บาทต่อหุ้น

ส่วนมาร์เก็ตแคปมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มาร์เก็ตแคปของ หุ้น GULF ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.5 แสนล้านบาท เป็น 1.62 แสนล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบโครงสร้างผู้ถือหุ้น GULF ในช่วงเดือนพฤศภาคม 2561 กับเดือนพฤศจิกายน 2561 พบว่า สถาบันต่างชาติได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นอย่างคึกคักโดย ยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ ได้เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นเป็น 255.36 ล้านหุ้นคิดเป็น 11.97% จากเดิมที่เคยถือหุ้น 137.92 ล้านหุ้นคิดเป็น 6.47%  แบงก์ ออฟ สิงคโปร์ ถือหุ้น 59 ล้านหุ้นคิดเป็น 2.77% จากเดิมที่เคยถือหุ้น 56.78 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.66%

รวมถึง แบงก์ เอเชีย ดีเวลลอปเม้นท์ ถือหุ้น 64 ล้านหุ้น คิดเป็น 3% จากเดิมที่ไม่เคยถือลงทุน และ เซาท์อีสท์ เอเชีย ยูเค นอมินี ถือหุ้น 13.69 ล้านหุ้นคิดเป็น 0.64% จากเดิมที่ไม่เคยถือหุ้น

สาเหตุส่วนหนึ่งที่หุ้น GULF ได้รับความนิยมจากสถาบันต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะได้รับการคัดเลือกเข้าดัชนีที่สำคัญทั้ง ดัชนี MSCI และดัชนีฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) ซึ่งนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศใช้เป็นตัวอ้างอิงถ่วงน้ำหนักในการลงทุน

รวมทั้งตอนนี้บรรดานักวิเคราะห์ในตลาดหุ้นไทยก็ประเมินกันว่า หุ้น GULF ยังมีโอกาสที่จะได้เข้าคำนวณในดัชนี SET 50 รอบใหม่ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนธ.ค. 2561 เพื่อจะนำไปคำนวณในรอบปี 2562

บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่า ฝ่ายวิจัยได้คาดการณ์หุ้นเข้าคำนวณดัชนี SET50 รอบต้นปี 62 ที่จะประกาศในช่วงกลางธ.ค. 2561 นี้ โดยหุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวณ SET50 รอบใหม่ คือ หุ้นบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF และหุ้นบริษัทดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวณ SET100 รอบใหม่ คือ AEONTS-MBK-JAS-PLANB-GOLD- ANAN

บล.กสิกรไทย ได้คาดการณ์หุ้นเข้าคำนวณดัชนี SET50 รอบครึ่งแรกปี 62  ที่มีโอกาสถูกนำเข้าคำนวณสูงมาก คือ GULF และ WHA ส่วน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ TPIPP และบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SAWAD ยังไม่มีความชัดมาก

ส่วนหุ้นที่คาดเข้าคำนวณใน SET100 นั้นได้แก่ GULF AEONTS MBK PLANB ANAN ซึ่ง GULF AEONTS MBK และ PLANB มีโอกาสติดเข้าคำนวณสูงมาก

บล.ทิสโก้ คาดการณ์หุ้นเข้าคำนวณ SET50 ได้แก่ GULF-WHA-BLA ขณะที่หุ้นเข้า SET100 ได้แก่ GULF AEONTS MBK THG PLANB S GOLD GLAND SPCG

อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินกันไว้ ก็ถือว่าหุ้น GULF จะได้เข้าคำนวณในดัชนีอ้างอิงที่สำคัญ ทั้ง 3 ดัชนี ดังนั้นมีโอกาสที่กลุ่มนักลงทุนสถาบันและต่างชาติจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากขึ้นอีก แม้ว่าปัจจุบันแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้ไหลกลับเข้ามาลงทุนอย่างจริงจังเหมือนในอดีต แต่นักวิเคราะห์เชื่อมีโอกาสที่เงินทุนจะไหลกลับเข้ามาได้ในไม่ช้า

ขณะที่ บล.เอเซียพลัส เชื่อว่า พัฒนาการทางการเมืองบวกกับการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ น่าจะช่วยจำกัด ของการปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นไทย นอกจากนี้ มูลค่าพื้นฐาน(Valuation)ของ ตลาดหุ้นไทย และประเทศเกิดใหม่ อยู่ในระดับที่ไม่แพงมากนัก โดยในส่วนของ พีอีเรโชล่วงหน้า(Expected P/E) ปี 2562 ตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ต่ำกว่า 15 เท่า ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านอย่าง ตลาดหุ้นประเทศอินโดนีเซียอยู่ที่ 14.4 เท่า และต่ำกว่าฟิลิปปินส์ที่ 15.4 เท่า แต่ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย ทั้งในแง่ของการเกินดุลทางการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวก และทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง รวมทั้งนักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นไทยในปีนี้ไปแล้วสูงถึงกว่า 2.87 แสนล้านบาท จากนี้เชื่อว่าแรงขายน่าจะเบาลง และน่าจะทำให้เงินทุนจะ ไหลกลับเข้ามาในช่วง 3-6 เดือนหลังจากนี้

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team