ดูหนังออนไลน์
CEO INSIGHT

‘มุ่งสร้างคน’ วัฒนธรรมเอพี กระจายบริหารดันยอด 4.1 หมื่นล้าน

เพิ่งประกาศตัวเลขผลประกอบการสิ้นสุดไตรมาส 3/2561 ด้วยยอดพรีเซลล์หรือยอดขายรวม อัพเดท ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายนสูงถึง 41,460 ล้านบาท ทำลายสถิติหลายอย่าง ทั้งการเปิดตัวโครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 45,190 ล้านบาท ผ่านมา 11 เดือนทำยอกขายรวมไปได้กว่า 41,460 ล้านบาท และรายได้รวมกว่า 27,113 ล้านบาท สูงเป็นประวัติการเช่นเดียวกัน

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน

ตัวเลขดังกล่าวเพิ่งสรุปออกมาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ภายใต้การให้สัมภาษณ์ของ นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งไม่ค่อยออกมาพบสื่อบ่อยนัก หลังจากวางโครงสร้างการทำงานของเอพี ด้วยการกระจายอำนาจการบริหาร ให้ทีมงานรับผิดชอบในแต่ละส่วนชัดเจน

โดยกระจายทั้งภาระความรับผิดชอบการบริหารภายใน และการเปิดตัวสู่สาธารณชนผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งจะเห็นว่า ผู้บริหารเอพี ที่เป็นคนให้สัมภาณ์ในอีเวนต์เปิดโครงการ หรือกิจกรรมการตลาดต่างๆ มักเป็นผู้บริหารอันดับรองลงมาจากซีอีโอ ซึ่งในแต่ละปีซีอีโอจะเปิดตัวบ้างในโอกาสที่เป็นงานพบปะนักลงทุน

วางมือโอเปอเรชั่นกระจายทีมบริหาร

“ผมวางมือจากงานโอเปอเรชั่น มาหลายปีแล้ว จัดโครงสร้างให้มีคนรับผิดชอบแต่ละสายงาน รับผิดชอบโดยตรงชัดเจน เมื่อเขาไม่ต้องส่งเรื่องมาให้เราตัดสินใจ เขามีอำนาจตัดสินใจก็ต้องรับผิดชอบเต็มตัว” เป็นแนวคิดที่ นายอนุพงษ์ เผยว่า มันคือหลักการบริหารที่ต้องการกระจายอำนาจ และสร้างประสิทธิภาพจากผลงาน

จากความเป็นจริง คือบริษัทเติบโตขึ้นทุกวัน ไซต์งานก่อสร้างมีมากกว่า 100 ไซต์ การจะลงไปดูงานเองทั้งหมดคงทำไม่ไหว แต่ทำอย่างไรให้มีโครงสร้างทีมบริหารที่ดูแลทั่วถึง สร้างคนให้เป็นทีมงานคุณภาพ ที่ไว้ใจได้ งานก็จะออกมาดีและมีคุณภาพ

“เมื่อเรามอบหมายให้ลูกน้องทำงาน ถ้าเขาต้องส่งงานมาให้เราตรวจก่อน หากพลาดคนที่ต้องรับผิดชอบคือใคร? ก็ต้องเป็นคนตรวจงานซึ่งคือเรา เมื่อเป็นอย่างนี้ลูกน้องก็เป็นลูกน้องอยู่อย่างเดิมไม่โต แต่ในทางกลับกันถ้าเราให้เขาตัดสินใจได้เลย ผิดพลาดอย่างไรเขาต้องรับผิดชอบ และรีบแก้ไขเพื่อให้ได้ผลงานได้ตามเป้า”  นี่คือแนวคิดของซีอีโอเอพี กับการวางโครงสร้างทีมบริหารแบบกระจายอำนาจ

เมื่อไม่ดูโอเปอเรชั่นแล้วดูอะไร? คำตอบของซีอีโอเอพี คือ “ก็ดูภาพรวม ดูเรื่องทิศทาง แนวโน้มธุรกิจ และที่สำคัญ การบริหารจัดการคน การสร้างคนไม่ใช่เรื่องง่าย ป็นสิ่งที่ต้องทำ”

เมื่อองค์กรโตขึ้น มีพนักงานมาจากหลากหลายที่ โดยก่อนหน้านี้เอพี รับทีมบริหารระดับกลางมาจากหลายสาขาธุรกิจ สายการเงิน การตลาด จากคอนซูแมอร์โปรดักซ์ก็มี เมื่อภูมิหลังต่างกันก็ต้องมามองเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นคีย์สำคัญ ในการสร้างแบรนด์ความเป็นเอพี

เนื่องจากคนมาจากหลากหลายวัฒนธรรม ต้องมาปรับจูนการทำงานให้เข้ากัน เป็นวัฒนธรรมเอพี เป็นทีมที่ทำงานไปด้วยกันได้ดี ซึ่งกว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันก็ไม่ใช่เรื่อง่าย

ผลประกอบการเอพี อัพเดท ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2561

“ผมจะบอกว่าไม่ได้ดูโอเปอเรชั่นแล้ว แต่ก็เหนื่อยยิ่งกว่าเดิม เพราะต้องมาดูเรื่องคน การวางทีมงาน การบริหารจัดการเรื่องคน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก องค์กรจะโตได้ทีมงานต้องแข็งแรง”

ด้วยแนวคิดนี้ หลายปีที่ผ่านมา เอพีจึงมีสถาบันฝึกอบรมที่เรียกว่า “เอพี อะคาเดมี่” ที่เน้นทำเรื่องการอบรมความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ เน้นสร้างคนผ่านการอบรมในอะคาเดมี เป็นสถาบันเรียนรู้ด้านอสังหาฯแบบครบวงจร ทำมาหลายปี แต่ซีอีโอเอพี เผยว่าตอนนี้คงถึงเวลาที่ต้องปรับกันใหม่!

เหตุผลก็เพราะเทคโนโลยีมาเร็วเหลือเกิน วิธีคิดในการบริหารแบบเดิมๆ อาจไม่เวิร์ค จะทำอย่างไรให้บริหารได้เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ตอนนี้ก็กำลังคิดที่จะปรับปรุงหลักสูตรการอบรม ให้เข้ากับเทคโนโลยีมากขึ้น

เทคโนโลยีอัพเดททุกวัน โลกสมัยนี้เปลี่ยนเร็วมาก เทคโนโลยีนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

นายอนุพงษ์ ย้ำว่า ทีมงานแข็งแรง เป้าหมายการทำธุรกิจชัดเจน เป็นองค์ประกอบสำคัญ และที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือ การเติบโตอย่างเท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจตลาด และใช้สภาพแวดล้อมเทคโนโลยีใหม่ ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด

รายได้ของเอพี อัพเดท ณ ไตรมาส 3/2561

ผลงานทะลุเป้ายอดขายสิ้นพ.ย.กว่า 4.1 หมื่นล้าน

ถ้าดูความสำเร็จจากผลงานที่ยอดขาย ก็ต้องบอว่าปีนี้เอพี ประสบความสำเร็จมาก เป็นปีที่ทำลายสถิติหลายอย่าง ทั้งการเปิดตัวโครงการใหม่ในมูลค่ารวมสูงถึง 45,190 ล้านบาท ยอดขายรวมทะลุเป้าไปแล้วกว่า 41,460 ล้านบาท และรายได้รวม ณ ไตรมาส 3 จากสินค้าแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ ที่สูงเป็นประวัติการณ์ ถึง 27,113 ล้านบาท

ที่สำคัญปีนี้ยังเป็นปีแรก ที่เอพีได้รับรางวัลจากหลากหลายสถาบัน ทั้งในประเทศ และระดับนานาชาติ รวมแล้วมากถึง 14 รางวัล ในปีเดียว

ความสำเร็จของเอพี ไทยแลนด์ ในวันนี้เป็นผลพวงจากการปรับปรุงระบบการบริหารงานภายใน โดยการพัฒนาและสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ให้สามารถก้าวขึ้นมาบริหาร และรับผิดชอบโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยอดพรีเซลโครงการแนวราบ

ผนวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 27 ปี ของผู้บริหารระดับสูง และการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง ‘นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน’ ที่ผ่านมาเอพี เน้นการผสมผสานประสบการณ์ ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตสมบูรณ์แบบในทุกมิติ

“อนุพงษ์” ย้ำว่า หัวใจสำคัญแห่งความสำเร็จคือ การนำแนวคิดที่เรียกว่า STANFORD DESIGN THINKING เข้ามาใช้ในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ ผ่านการทำความเข้าใจลูกค้าอย่างถ่องแท้ และเข้าใจถึงความต้องการแฝง (Unmet Needs) ซึ่งต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภค ตลอดจนการนำข้อมูลที่ได้มาคิดวิเคราะห์ ตีความ เพื่อนำเสนอสินค้าอสังหาริมทรัพย์ และบริการที่ตรงใจลูกค้าในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน

สิ่งที่ปรับไปได้รับผลสะท้อนจากยอดขาย และยอดรับรู้รายได้ที่เติบโตขึ้นชัดเจน โดยยอดขายรวมทำได้ 41,460 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน มาจากยอดขายของสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมมูลค่า 21,800 ล้านบาท และกลุ่มแนวราบมูลค่า 19,660 ล้านบาท

ส่วนรายได้ ณ ไตรมาส 3 ซึ่งเป็นผลรวมจากรายได้ของสินค้าแนวราบ คอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ มีมูลค่าสูงถึง 27,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 50% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 18,090 ล้านบาท

รวมความสำเร็จ เอพี รับ 14 รางวัลภายในปีเดียว

สินค้าหรูสร้างแบรนด์-สร้างการยอมรับ

หนึ่งในไฮไลท์ที่สร้างชื่อเสียง และผลักดันรายได้รวมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ โครงการระดับอัลตร้าลักชัวรี่  ของเอพี ได้แก่ โครงการ VITTORIO คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ หนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัล Asian’s Best Condo Development ที่สุดของคอนโดมิเนียมหนึ่งเดียวในเอเชีย จากงาน Asian Property Award 2018 ที่คัดเลือกจากคอนโดมิเนียมกว่า 200 แห่งทั่วเอเชีย

VITTORIO ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ราคาขาย 35-120 ล้านบาท ปัจจุบันสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้เป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ คฤหาสน์หรูแบรนด์ THE PALAZZO ศรีนครินทร์ ที่เอพีเปิดตัวเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เสนอขายในช่วงราคาระหว่าง 29-60 ล้านบาท ก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน

“VITTORIO และ THE PALAZZO ศรีนครินทร์ ถือเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่น่าพอใจที่สุด ทั้งสองโครงการเป็นบทพิสูจน์ถึงความเข้าใจถึงความต้องการแฝงของลูกค้า ระดับอัลตร้า-ลักซ์ของเอพี ทั้งในเรื่องของการ-ออกแบบพื้นที่ วิธีการทำการตลาดและกระบวนการขาย

“ทันทีที่เปิดขาย หลังจากที่โครงการก่อสร้างเสร็จ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ทำให้เรามั่นใจว่าตลาดอัลตร้า-ลักซ์ยังคงมีศักยภาพที่ดี แต่ต้องอาศัยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความพร้อม” นายอนุพงษ์ กล่าว

ยอดพรีเซลโครงการคอนโดมิเนียม

ปี’62 จับตาเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศ

ส่วนมุมมองต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 นายอนุพงษ์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเชื่อว่าการแข่งขันกว่า 70% ยังคงเกิดจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่มีความพร้อมทางด้านการเงิน และทรัพยากรบุคคล

ความท้าทายของภาคธุรกิจอสังหาฯ นอกเหนือปัจจัยภายนอกอย่างเช่นเศรษฐกิจโลกแล้ว เศรษฐกิจภายในประเทศ และภาคการเมือง ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างต่อเนื่อง

“อสังหาฯ ยุคใหม่ ผู้ประกอบการต้องวางแผนรบยาวให้เป็น การรบสั้นอย่างเปิดตัวโครงการ แล้วประกาศขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง คงเห็นได้น้อยลงในปีหน้า” นายอนุพงษ์ กล่าว

โจทย์ของดีเวลลอปเปอร์ในอนาคต คือการกำหนดสินค้าและแพคเกจราคาขาย ที่สอดรับกับความสามารถในการซื้อ และโอนกรรมสิทธิ์ได้จริงของลูกค้า ซึ่งสิ่งนี้คือคีย์สำคัญที่ทำให้เอพีประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดในปีนี้

อย่างไรก็ตาม เอพี จะนำความสำเร็จเหล่านี้มาเป็นแรงขับเคลื่อน เป็นพลังในการทำงาน เพื่อพัฒนาอสังหาฯด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ จะสร้างความแตกต่าง ทั้งด้านคุณภาพ พื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย เพื่อก้าวสู่เป้าหมายสูงสุด คือ การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับคนไทย

Add Friend Follow
อรวรรณ หอยจันทร์