Digital Economy

รู้จัก ‘เมิ่ง วันโจว’ ผู้บริหารหัวเว่ยที่ แคนาดา-สหรัฐ ต้องการตัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสัญญาณที่สหรัฐอเมริกามีต่อหัวเว่ยนั้นไม่ค่อยดีมาสักระยะแล้ว โดยในเดือนสิงหาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เคยประกาศห้ามไม่ให้หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอเมริกาใช้สินค้าหัวเว่ย โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ นัยว่าเพื่อป้องกันปัญหาด้านความลับที่อาจรั่วไหลได้ ซึ่งแม้หัวเว่ยจะออกมาโต้แย้งว่า ความกังวลเหล่านั้นไม่มีหลักฐานใด ๆ มารองรับเลย แต่บริษัทก็กลายเป็นแพะระดับโลกไปแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมิ่ง วันโจว CFO ของหัวเว่ย

ส่วนการจับกุมตัว “ซาบริน่า เมิ่ง วันโจว” หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) วัย 46 ปีของหัวเว่ยโดยทางการแคนาดาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา อาจทำให้เธอกลายเป็น “แพะ” รายที่สองของสงครามการค้าระหว่างจีน – สหรัฐอเมริกาในที่สุด

เหตุที่กล่าวเช่นนั้นเนื่องจาก CFO รายนี้ เป็นบุตรสาวของบุคคลสำคัญในจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเหริน เจิ้งเฟย (Ren Zhengfei) ที่นอกจากจะเป็นผู้ก่อตั้งหัวเว่ยแล้ว เขายังเป็นอดีตสมาชิกสภาแห่งชาติของพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย หรือก็คือตระกูลของเมิ่งนั้น เป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลผู้ทรงอิทธิพลของจีนแผ่นดินใหญ่นั่นเอง

แต่เหริน เจิ้งเฟย และแม่ของเมิ่ง วันโจว ได้หย่าร้างกันในเวลาต่อมา และเมิ่ง เลือกที่จะใช้นามสกุลของแม่ จึงทำให้เธอมีนามสกุลที่แตกต่างจากพ่อของเธอ ซึ่งเป็นผู้บริหารของหัวเว่ย

เหริน เจิ้งเฟย พ่อของเมิ่ง วันโจว (ภาพจากเอเอฟพี)

เส้นทางของเมิ่งในหัวเว่ยนั้นเริ่มต้นขึ้นในปี 2536 โดยก่อนหน้านั้น (ปี 2535) เธอเข้าทำงานที่แรกในธนาคารด้านการก่อสร้างของจีน (China Construction Bank) เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเมื่อมาทำงานในหัวเว่ย เมิ่งได้ทำงานในหลายตำแหน่ง แต่หลัก ๆ จะอยู่ในสายการเงิน ตั้งแต่งานด้านไฟแนนซ์ การบริการจัดการสินทรัพย์ และบัญชี ล่าสุดคือตำแหน่ง CFO ของหัวเว่ย

แต่ในช่วงต้นของการทำงานในหัวเว่ย เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า เธอเคยเป็นเลขานุการ ช่วยงานด้านการขาย และการออกบูธต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน เนื่องจากในช่วงนั้น หัวเว่ยยังเป็นบริษัทเล็ก ๆ เธอจึงต้องช่วยงานให้มากที่สุด

ต่อมาในปี 2540 เธอกลับไปที่มหาวิทยาลัย Huazhong อีกครั้งเพื่อไปศึกษาต่อปริญญาโทในด้านบัญชี ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า หลังจากนั้น บทบาทของเธอในหัวเว่ยก็ได้รับการจับตามากขึ้น ความก้าวหน้าของเมิ่งยังทำให้เธอถูกมองว่า เธอเตรียมตัวก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งสูงสุดในหัวเว่ยด้วย

 

ภาพจากเอเอฟพี

 

อย่างไรก็ดี เมิ่งไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ หรือสร้างชื่อให้ตัวเองออกสื่อมากนัก โดยครั้งล่าสุดที่เธอปรากฏตัวคืองาน Academic Conference 2018 ที่สิงคโปร์ และในเวทีนั้น เธอกล่าวว่า การไร้ซึ่งสถานศึกษาคือการทำให้โลกเต็มไปด้วยความมืดมิด และการไร้ซึ่งภาคอุตสาหกรรม ก็ทำให้งานวิจัยจากโลกวิทยาศาสตร์ถูกแขวนไว้บนหิ้ง ทว่า หัวเว่ยเป็นบริษัทที่โชคดีที่ได้ครอบครองหัวใจสำคัญของการปฏิวัติยุคอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 นั่นก็คือ “เทคโนโลยี” เอาไว้ได้ และทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ ของ เมิ่ง วันโจว หญิงที่ทางการจีนออกโรงประท้วงอย่างสุดใจให้แคนาดาปล่อยตัวว่าเธออาจมีส่วนเกี่ยวพันกับการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐอเมริกา

Add Friend Follow
Avatar