ดูหนังออนไลน์
Properties

‘สิริเวนเจอร์ส’ ลุยต่อยอดสตาร์ทอัพ-พร็อพเทค 

หลังจากเปิดแผนลงทุนรวมของ “สิริเวนเจอร์ส “ บริษัทร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพและพร็อพเทค ของบมจ.แสนสิริ มาตั้งแต่ต้นปี ด้วยเป้าหมายลงทุน 1,500 ล้านบาทภายใน 3 ปี (2560-2563) ล่าสุดผ่านมาเกือบครบ 1 ปี สิริเวนเจอร์ส อัพเดทความคืบหน้าด้านการลงทุนเทคโนโลยีเพื่อที่อยู่อาศัย ไปแล้วกับ 6 สตาร์ทอัพ และ 2 กองทุน พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้บริการลูกบ้านแสนสิริได้ใช้ผ่าน “แสนสิริ โฮม เซอร์วิส แอพพลิเคชัน” (Sansiri Home service) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไปใช้แล้วกว่า 2.5 หมื่นราย แอคทีฟประมาณ 60% จากฐานลูกค้าแสนสิริทั้งหมดประมาณ 7-8 หมื่นราย

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด (SIRI VENTURES) บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ CVC เพื่อวิจัยและลงทุนด้านพร็อพเทค (PropTech) อย่างครบวงจร เต็มรูปแบบรายแรกของไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่าที่ผ่านมาสิริเวนเจอร์ส ได้ลงทุนใน 6 สตาร์ทอัพและ 2 กองทุนใหญ่ นำเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย มาอำนวยความสะดวกลูกบ้านแสนสิริ ซึ่งประกอบด้วย

กังหันลมจาก semtive
  • Semtive สตาร์ทอัพที่อยู่ระหว่างพัฒนากังหันลมพลังงานไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัย
  • Astralink สตาร์ทอัพด้าน Construction Tech ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแอพพลิเคชัน สำหรับตรวจสอบงานก่อสร้าง 3 มิติแบบเรียลไทม์
หุ่นยนต์ “แสนดี” ที่นำมาใช้ในโครงการคอนโดของแสนสิริ
  • Onion Shack สตาร์ทอัพผู้พัฒนาการสนทนาด้วยเสียงผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สู่ยุค “สั่งการด้วยเสียง” ด้วย AI แบบ Human-like เต็มรูปแบบ และ Techmetics สตาร์ทอัพหนึ่งในสองผู้พัฒนาหุ่นยนต์ให้บริการ (Deliverly Robot) ในโลกจากประเทศสิงคโปร์ โดยแสนสิริได้นำหุ่นยนต์ “แสนดี” เข้ามาใช้ในโครงการอสังหาฯไทยเป็นครั้งแรก
  • AppySphere สตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบ Home Automation
  • Farmshelf สตาร์ทอัพด้าน Living Tech จากสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาการปลูกผักอัจฉริยะภายในที่พักอาศัย
  • Neuron สตาร์ทอัพสัญชาติสิงคโปร์ มาทดลอง บริการ e-Scooter ใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นครั้งแรก เป็นบริการรถสกู้ดเตอร์แทนจักรยาน-มสอเตอร์ไซค์ มีแผนจะให้บริการเพิ่มในหลายโครงการ

ร่วม 2 กองทุนใหญ่อเมริกา-จีน

นอกจากนี้ยังได้ลงทุน ใน 2 กองทุนยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา และจีน คือ กองทุน Fifth Wall กองทุนยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกา และร่วมมือกับกองทุน “China Renaissance” ในการลงทุนในกองทุน “Hua Xing” กองทุนใหญ่ในประเทศจีน ที่มีเครือข่ายสตาร์ทอัพในระดับยูนิคอร์นในเครือข่ายอยู่มากกว่า 20 สตาร์ทอัพ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยง สิริ เวนเจอร์ส ให้พบกับสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรม สำหรับที่อยู่อาศัยในประเทศจีนได้รวดเร็วและมากขึ้น

บริการจากพร็อพเทคที่สิริเวนเจอร์ส นำมาให้บริการกับลูกบ้านแสนสิริในปัจจุบัน ครอบคลุมเรื่องของเทคโนโลยีสำหรับการอยู่อาศัย ระบบบริการพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค ระบบโฮมออโตเมชั่นแบบออนไลน์ สั่งงานด้วยเสียงได้ และอีกหลายบริการ รวมทั้งทดสอบการให้บริการใหม่ๆ เช่น หุ่นยนต์ “แสนดี” ที่ทำหน้าที่สงของ โดยนำมาใช้กับคอนโดโครงการ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า โดยนำเข้ามา 2 ตัว มูลค่าตัวละ 2 ล้านบาท และในอนาคตกำลังศึกษาร่วมกับ Techmetics เจ้าของเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากสิงคโปร์ อาจเข้ามาสร้างโรงงานประกอบในไทย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่ำลงจะสามารถนำมาให้บริการลูกบ้านได้เพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง e-scooter ที่ใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ

อีกบริการที่ทดลองใช้คือ e-Scooter หรือสกู๊ตเตอร์สำหรับเคลื่อนที่ระยะสั้นๆ ใช้แทนการขี่จักรยาน หรือมอเตอร์ไซค์ ซึ่งนำมาทดลองใช้ในคอนโด T 77 ฮาบิโตะ ที่สุขุมวิท 77 จำนวน 50 คัน ซึ่งในอนาคตอาจให้ลูกบ้านใช้บริการ อี-สกู๊ตเตอร์จากโครงการคอนโดแสนสิริที่สุขุมวิท 77  ไปยังสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช ซึ่งอีสกู๊ตเตอร์ เป็นสกู๊ตเตอร์ที่บังคับออนไลน์ จำกัดการวิ่งได้ตามพื้นที่ที่กำหนดคิดค่าบริการตามระยะการใช้งาน โดยจ่ายผ่านบัตรเครดิต แต่ในเบื้องต้นเป็นการให้ทดลองใช้ฟรีในปัจจุบัน นอกจากนี้อีสกู๊ตเตอร์อีก 200ตัวให้บริการอยู่ที่เชียงใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเที่ยวในเมืองเชียงใหม่

ขอบข่ายเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับการอยู่อาศัย

เล็งทำ Asset-Backed Token ลงทุนอสังหาฯ

นอกจากบริการต่างๆดังกล่าวแล่ว นายจิรพัฒน์ กล่าวว่าอีกเรื่องที่สิริเวนเจอร์ กำลังให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือ การทำ Asset-Backed Tokenization หรือการออกเหรียญดิจิทัลโดยมีทรัพย์สินค้ำประกัน ซึ่งเป็นธุรกิจการลงทุนในดิจิทัลแอสเสทรูปแบบใหม่ ที่ในต่างประเทศทำกันแพร่หลาย คือการนำแอสเสทที่เป็นอสังหาฯ หรือทรัพยสินอื่นเช่นทองคำ มาเป็นหลักประกันและทำ Tokenization ซึ่งหมายถึงการทำให้สินทรัพย์ต่างๆ กลายไปอยู่ในรูปแบบโทเคน เป็นเหรียญดิจิทัล ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างตัวแทนทรัพย์สินในรูปแบบดิจิทัล ที่เรามักได้ยินบ่อยครั้ง เช่น เงินคริปโตเคอเรนซี่

ทั้งนี้ หากทำได้ก็จะสามารถนำมาทำกับโครงการอสังหาฯราคาแพง โดยสามารถทำ Token แบ่งราคาทรัพย์สินนั้นๆ ออกเป็นหน่วยย่อยในสกุลดิจิทัล แล้วขายให้กับนักลงทุนได้ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอกฎหมายเรื่องนี้จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) อนุมัติออกมาก่อน แต่ในต่างประเทศมีการทำแพร่หลาย เช่นที่ออสเตรเลีย ทำและขายหน่วยเป็น Bricks หน่วยละ 10,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นต้น

โดยภาพรวมการลงทุนของสิริเวนเจอร์ส ในปี 2561 ใช้เงินลงทุนกับสตาร์ทอัพ และกองทุนไปแล้ว 300 ล้านบาท ส่วนแผนงานในปี 2562 จะเพิ่มเงินลงทุนด้านพร็อเทคและสตาร์ทอัพ อีกเท่าตัวเป็น 600 ล้านบาท

สตาร์ทอัพและกองทุน ที่สิริเวนเจอร์สลงทุนในปี 2561

มุ่งพา ‘สตาร์ทอัพไทย’ สู่ซิลิคอนวัลเลย์

นอกจากนี้ นายจิรพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทยังสามารถช่วยส่งเสริมระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ (Startup Ecosystem) ให้เติบโต ทั้งการจับมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีในไทยและระดับโลกรวม 12 ราย โดยในปีนี้ สิริ เวนเจอร์ส ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งมากมาย อาทิ Startup Thailand, Microsoft Thailand, dtac accelerate, Hubba Thailand และ Unicef ซึ่งแสนสิรินับเป็นองค์กรแรกในประเทศไทย ที่ได้รับเลือกให้เป็น UNICEF’s Selected Partner นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรทั้งที่เป็น Accelerator มหาวิทยาลัย และองค์กรรัฐ ที่มีส่วนผลักดันการเติบโตของสตาร์ทอัพอีกมากมาย

รวมถึงการร่วมจัดงานที่สนับสนุนองค์ความรู้ ติดอาวุธให้แก่คนในอีโคซิสเท็ม เช่น Techsauce Global Summit 2018, Startup Thailand 2018 การพาสตาร์ทอัพไทยไปสู่เวทีสตาร์ทอัพระดับโลกอย่าง ซิลิคอน วัลเลย์ การจัดงานแฮกกาธอน เพื่อให้สตาร์ทอัพได้โชว์ผลงาน ซึ่งรวมถึงงานแฮกกาธอน ที่บริษัทจะร่วมกับ Google Developer Thailand ในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้ด้วย

ขณะเดียวกัน สิริ เวนเจอร์ส ยังได้ร่วมมือกับ Startup Platform ระดับโลก อาทิ “Plug and Play” จากซิลิคอน วัลเล่ย์ส สหรัฐอเมริกา และ “SOSA” จากอิสราเอล ซึ่งทั้งสองเป็นเครือข่ายของสตาร์ทอัพเกือบหมื่นรายจากทั่วโลก รวมถึงล่าสุดในความร่วมมือกับ “China Renaissance” ในการลงทุนในกองทุน “Hua Xing” กองทุนใหญ่ในประเทศจีนที่มีเครือข่ายสตาร์ทอัพในระดับยูนิคอร์น ในเครือข่ายอยู่มากกว่า 20 สตาร์ทอัพ ที่จะช่วยเชื่อมโยง สิริ เวนเจอร์ส ให้พบกับสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ ในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยในประเทศจีนได้รวดเร็วและมากขึ้น

วิชั่นและเป้าหมายของสิริเวนเจอร์ส

เตรียม 600 ล้านต่อยอดลงทุนปี 62

สำหรับปี 2562 บริษัทเตรียมลงทุนในมูลค่ารวม  600 ล้านบาท ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ลงทุนไปแล้วมาต่อยอด เช่น การพัฒนายกระดับ “แสนดี” หุ่นยนต์ให้บริการของแสนสิริที่จะสามารถให้บริการได้มากกว่าการช่วยส่งพัสดุ อาจเป็นคล้ายรปภ.

นอกจากนี้ จะมีการลงทุนใหม่ในสตาร์ทอัพ และ Venture Capital ที่จะขยับสเกลการลงทุนในสตาร์ทอัพในระดับซีรี่ส์เอขึ้นไป การสนับสนุนระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพ จะเริ่มขยายตลาดการสนับสนุนสตาร์ทอัพ และเทคโนโลยีสู่ระดับเอเชียมากขึ้นจากในปีนี้ ซึ่งเน้นสนับสนุนในประเทศไทยเป็นหลัก

การวิจัยและพัฒนา (Lab & Development) จะยังคงเดินหน้าพัฒนางานวิจัยร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ในทั้ง 4 ด้านภายใต้แผนการดำเนินงานของ สิริเวนเจอร์ส ในปี 2562 จะครอบคลุมความต้องการของลูกค้าแสนสิริได้ในทุกด้าน รวมถึงยังยกระดับธุรกิจอสังหาฯไทย ผ่านการสร้างระบบนิเวศเพื่อพัฒนาด้าน PropTech และ Living Tech ที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ สิริ เวนเจอร์ส เป็นกองทุนสำหรับลงทุนด้านเทคโนโลยีขององค์กร (Corporate Venture Capital : CVC) ภายใต้การร่วมทุนกันระหว่าง บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนการถือหุ้น 90% และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 10% มีวิสัยทัศน์ในการค้นหาและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มาช่วยพัฒนาการทำงานในแวดวงอสังหาฯ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิต และการอยู่อาศัยของผู้บริโภค พร้อมทั้งส่งเสริมระบบนิเวศสตาร์ทอัพให้เติบโต มุ่งเน้นการลงทุนเทคโนโลยีใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • เทคโนโลยีด้านการก่อสร้าง (ConsTech)
  • เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน (Sustainablity)
  • เทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ (PropTech)
  • เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยและสุขภาพ (LivingTech & HealthTech)

Add Friend Follow
อรวรรณ หอยจันทร์