Economics

‘สุวรรณภูมิ-ภูเก็ต’ หั่นค่าขึ้น-ลงสนามบิน

“สุวรรณภูมิ-ภูเก็ต” ประกาศปรับลดค่าขึ้น – ลงสนามบิน หวังกระตุ้นธุรกิจสายการบิน

นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า วันนี้ (21 พ.ย.) บอร์ด ทอท. มีมติเห็นชอบโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินและการท่องเที่ยวไทยระยะสั้น ณ สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูเก็ต เป็นระยะเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 – 31 มีนาคม 2562

ภาพจาก mof.go.th

โครงการดังกล่าวจะมอบสิทธิพิเศษ 2 ข้อแก่สายการบิน ที่มายังสนามบินภูเก็ตและสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 02.00 – 06.59 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้โดยสารไม่หนาแน่น (Off-peak) ได้แก่
1) ส่วนลดค่าบริการขึ้น-ลงเครื่องบิน (Landing Fee) แก่สายการบินในสัดส่วน 50%
2) สนับสนุนเงินโบนัส 200 บาทต่อผู้โดยสารขาออก 1 คน เพื่อให้สายการบินนำเงินโบนัสที่ได้ไปจ่ายค่าบริการขึ้น-ลงเครื่องบินในเที่ยวบินถัดไป

สำหรับสายการบินที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ จะต้องไม่เคยมีเส้นทางการบินระหว่างประเทศในเวลา 02.00 – 06.59 น. และเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศเส้นทางใหม่มายังสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูเก็ต ในช่วงเวลา 02.00 – 06.59 น. หรือเป็นสายการบินเดิมที่เคยมีเส้นทางการบินระหว่างประเทศในช่วงเวลา 02.00 – 06.59 น. อยู่แล้ว และเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศใหม่เพิ่มเติมในช่วงเวลา 02.00 – 06.59 น. มายังสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูเก็ต

ภาพจาก AOT Official

นายประสงค์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง หลังจากเมื่อ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ยกเว้นการเก็บค่าวีซ่า ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (VISA ON ARRIVAL) เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2561 – 31 มกราคม 2562 จำนวน 21 ประเทศ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงช่วยปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญ

รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ (21 พ.ย.) ที่ประชุมบอร์ด ทอท. มีมติเห็นชอบหลักการให้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศไทย จำกัด (AOT Ground Aviation Services Co., Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าไปดำเนินงานในสนามบินดอนเมือง แต่ ทอท. ต้องไปศึกษาระเบียบข้อบังคับทั้งหมดก่อน จึงดำเนินการได้

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE