Business

นักท่องเที่ยวจีนลด เหตุโรงแรมเชียงใหม่แห่ขายกิจการ

อุตสาหกรรมโรงแรมไทย กำลังเจอกับแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ จากการที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นไปได้ที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลงในระยะยาว

ข้อมูลทางการที่เผยแพร่ออกมาในสัปดาห์นี้ แสดงให้เห็นว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง 8.8% ในช่วงไตรมาส 3 ส่งผลให้ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสดังกล่าวต่ำกว่าที่คาดไว้

ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีน คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมายังไทย แต่จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังเกิดเหตุการณ์ด้านลบขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึง เหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 46 ราย

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ จำนวนโฮสเทล และโรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศ พากันประกาศขายกิจการ ซึ่งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น ระบุว่า พวกเขามีลูกค้ากลุ่มนี้สูงกว่าปกติ เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง

เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่มากกว่า 10 เว็บไซต์ ต่างโพสต์ข้อความประกาศขายโฮสเทล โดยบูติค โฮเต็ล จำนวนมากที่ปิดตัวลงเมื่อไม่นานมานี้ ตั้งราคาขายไว้ตั้งแต่ไม่กี่ล้านบาท ไปจนถึง 50 ล้านบาท

“บรรดาเจ้าของกิจการ เปิดตัวโรงแรมขนาดเล็กขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยหวังที่จะทำรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวที่เฟื่องฟู แต่ในปีนี้ พวกเขาส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวจีน ทำให้ถูกกดดันต้องออกจากธุรกิจ ก่อนที่จะอยู่ในสภาพถังแตก เพราะไม่สามารถรับผลกระทบจากยอดจองห้องพักที่ลดลงได้” นายหน้าอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง ระบุ

ขณะที่นายหน้าอีกรายหนึ่ง บอกว่า บนเว็บไซต์ของบริษัทเขาในขณะนี้ มีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นรีสอร์ท ประกาศขายอยู่มากกว่า 10 แห่ง ไม่นับของบรรดาเว็บไซต์คู่แข่งที่มีจำนวนมากนี้ โดยเขาอยู่ในธุรกิจนี้มาร่วม 7 ปีแล้ว แต่ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างมาก เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีน ตามมาด้วยเหตุการณ์พนักงานรักษาความปลอดภัยสนามบินดอนเมืองมีเรื่องกับนักท่องเที่ยวจีน ที่มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ไปทั่วโลกออนไลน์

การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง สร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนราว 20-30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทย ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง 0.9% ในเดือนกรกฎาคม ตามด้วย 11% ในเดือนสิงหาคม และ 15% ในเดือนกันยายน ทำให้รายได้ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวลดลงไปเช่นกัน

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า โรงแรม และร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของไทย รวมถึง จังหวัดภูเก็ต และเชียงใหม่ ล้วนมีรายได้ลดลง จากการที่จำนวนเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนลดลงนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา

ขณะที่นายชวลิต ฉ่อนเจริญ ประธานชมรมภัตตาคาร และร้านอาหารจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า กลุ่มร้านอาหารที่ต้องพึ่งพากรุ๊ปทัวร์จากจีน ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

“เราอยู่อย่างนี้ไม่ได้ เราเลยพยายามที่จะทำบางอย่าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมา” นายชวลิตกล่าว โดยชมรมของเขา และส่วนบริหารท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ มีแผนที่จะจัดงานเทศกาลอาหารขึ้นมา รวมถึงจัดงานพิเศษต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีน และประเทศอื่นๆ

ภาพจาก การบินไทย

ไม่เพียงแต่ธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารเท่านั้น สายการบินก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยการบินไทย เปิดเผยตัวเลขรายได้ไตรมาส 3 มียอดขาดทุนสุทธิถึง 3,686 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง103% ซึ่งนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย ระบุว่า ตัวเลขขาดทุนที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากจำนวนผู้โดยสารจีนลดลง และเหตุพายุขนาดใหญ่พัดถล่มญี่ปุ่น และฮ่องกง ทำให้ต้องลดเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ที่เป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญของบริษัท

ขณะที่ เอเชีย เอวิเอชั่น ผู้บริหาร ไทย แอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัด รายงานรายได้ช่วง 3 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ขาดทุนสุทธิที่ 358 ล้านบาท เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ที่ทำกำไรได้ 260 ล้านบาท

จนถึงขณะนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังไม่ได้ปรับลดตัวเลขเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศที่ 38 ล้านคน และรายได้ที่ 3 ล้านล้านบาท แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนจะลดลงก็ตาม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลก็เพิ่งอนุมัติมาตรการยกเลิกการจัดเก็บค่าวีซ่าหน้าด่าน 2,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจาก 21 แห่ง รวมถึง จีน ไต้หวัน อินเดีย และซาอุดีอาระเบีย ระหว่างเดือนธันวาคมปีนี้ ถึงมกราคมปีหน้า

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต แสดงความเห็นว่า มาตรการดังกล่าวช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมายังภูเก็ตเพิ่มขึ้นทีละน้อย โดยในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ มีเที่ยวบินเช้าเหมาลำ และกรุ๊ปทัวร์จากจีน ที่เดินทางมายังภูเก็ตเพิ่มขึ้นราว 10-20%

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เห็นว่า ไม่มีแนวโน้มที่การยกเลิกจัดเก็บวีซ่าหน้าด่านดังกล่าวจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมาทั้งหมดได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งตามปกติจะเป็นช่วงไฮซีซันของอุตสาหกรรม

ทางด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการททท. ระบุว่า ททท.ตั้งเป้าที่จะลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวจีน และหันไปดึงดูดนักเดินทางจากประเทศอื่นๆ แทน เพื่อรับประกันถึงการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

“เราจะมุ่งเน้นไปในเรื่องคุณภาพมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องปริมาณอีกต่อไป” นายยุทธศักดิ์ กล่าว โดยททท. จะเบนเข็มไปหานักท่องเที่ยวจากยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจการซื้ออย่างแข็งแกร่ง มีการใช้จ่ายโดยเฉลี่ยที่ราว 60,000 -70,000 บาท เทียบกับจีนที่ 50,000 บาท

ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลง แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น รวมถึง อินเดีย เพิ่มขึ้น 5.5% มาเลเซีย 40.1% เวียดนาม 11.8% และลาว 9.5%

ที่มา: Nikkei Asian Review

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI