Properties

บ้านหรูโตต่อเนื่อง ‘แอสเทรา ไพรด์’ ปักธงพระราม 2

แม้จะมีผู้ประเมินว่าสินค้าที่อยู่อาศัยระดับหรูในกลุ่มคอนโดมิเนียม เริ่มมีซัพพลายออกมามากเกินความต้องการตลาด แต่สำหรับโครงการหรูแนวราบในส่วนของบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ราคาเกินกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ยังเป็นตลาดที่เติบโต มีกำลังซื้อที่ค่อนข้างดี เนื่องจากมีโครงการเปิดใหม่ไม่มากนัก

ล่าสุดผู้ประกอบการรายเล็กที่เติบโตมาจากธุรกิจอสังหาฯเพื่อเช่าและโรงแรม อย่าง บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. จำกัด (VMPC) เป็นอีกรายที่ออกมาเปิดโครงการบ้านหรูและยืนยันว่า ตลาดบ้านหรูราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไปยังคงเติบโตค่อนข้างดี ต่างกับสินค้าราคาต่ำกว่า 10 ล้าน ซึ่งเป็นฐานลูกค้าระดับกลาง ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว

นายปริญญา เธียรวร

นายปริญญา เธียรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร VMPC เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่ (New Series) ในโครงการ “แอสเทรา ไพรด์ พระราม 2” (ASTERA PRIDE ON – RAMA II) เนื้อที่โครงการรวม 12 ไร่เศษ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับไฮเอนด์ จำนวน 45 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 2 ระหว่างซอย 1 และซอย 3 ซึ่งเป็นทำเลทองของกรุงเทพฯ ตอนใต้ ที่ได้รับอานิสงส์จากการขยายและเพิ่มความสะดวกด้านระบบคมนาคมขนส่งจากภาครัฐ

โดยอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (สถานีดาวคะนอง และสถานีบางปะกอก) และอยู่ใกล้ทางด่วน 300 เมตร ใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการเข้าสู่จุดหมายใจกลางเมืองย่านสีลม – สาทร จัดเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่มีระบบคมนาคมสะดวกและมีไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบครอบครัว

ห้องตัวอย่างโครงการ “แอสเทรา ไพรด์ พระราม 2”

“เรายังไม่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการ แต่มียอดจองไปแล้วกว่า 10 ยูนิต จะเปิดขายเป็นทางการวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้” นายปริญญา กล่าวและว่า เหตุผลที่ได้การตอบรับดี ส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบแนวโมเดิร์นที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบครอบครัว และล่าสุดโครงการ “แอสเทรา ไพรด์ พระราม 2” ยังได้รับรางวัลชนะเลิศ (Winner) ในประเภท BEST HOUSING DEVELOPMENT (BANGKOK) จากเวที Thailand Property Awards 2018 ครั้งที่ 13  ซึ่งเป็นการคัดสรรโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดของประเทศไทย

แบบ้าน ห้องตัวอย่างโครงการ “แอสเทรา ไพรด์ พระราม 2”

โครงการ “แอสเทรา ไพรด์ พระราม 2” ซีรีส์ใหม่ออกแบบภายใต้แนวคิด “LIVING PRIDE THE INSPIRATION IN YOUR LIVING IS PRIDE (เพราะแรงบันดาลใจในชีวิตของคุณคือความภาคภูมิใจ)”  ด้วยงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เรียบง่าย ทันสมัย มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ในสไตล์ “Modern Style New Fangled Loft” พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 โดยมีแบบบ้านให้เลือกถึง 5 รูปแบบ ประกอบด้วย

  • Type A (ALLURE) บนที่ดิน 69.8 – 85.9 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 451 ตารางเมตร ขนาด 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน ราคาเริ่มต้นที่ 36.2 – 39.6 ล้านบาท
  • Type B (BLESS) บนที่ดิน 60.9 – 86.6 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 497 ตารางเมตร ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน ราคาตั้งแต่ 39.6 – 44.3 ล้านบาท
  • Type C (CROWN) บนที่ดิน 70.3 – 106 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 618 ตารางเมตร ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 4 คัน ราคา 43.2 – 50.1 ล้านบาท
  • Type D (DIAMOND) บนที่ดิน 60.8 – 100.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 500 ตารางเมตร ขนาด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 3 คัน ราคา 39.5 – 47 ล้านบาท
  • Type E (ELEGANCE) บนที่ดิน 68.6 – 97.4 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 603 ตารางเมตร ขนาด 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 4 คัน ราคา 43.7 – 48.5 ล้านบาท
สระว่ายน้ำ โครงการ “แอสเทรา ไพรด์ พระราม 2”

บ้านแต่ละหลังได้รับการออกแบบให้ถูกหลักฮวงจุ้ย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของทิศทางแสงและลมโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ผสานความเรียบหรู การใช้วัสดุเกรดพรีเมียม สวยงาม แข็งแรง และคงทน นอกจากนี้ภายในโครงการ ยังมีพื้นที่ส่วนกลางด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่, คลับเฮาส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำและซาวน่า มีระบบเข้าออก 2 ชั้นแบบ Pass Card, ระบบ VDO Door Phone, Home Automation ฯลฯ

มาตรการแบงก์ชาติกระทบภาพรวมตลาด

นอกจากนี้ นายปริญญา กล่าวถึง ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 10 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค. – ต.ค.2561) ว่าตลาดยังไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน แต่โครงการที่อยู่อาศัยของ VMPC ยังคงได้กระแสตอบรับดีมากเนื่องจากเป็นตลาดไฮเอนด์ ที่ไม่ได้รับผลกระทบ และโครงการส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเร่งส่งมอบพร้อมโอน

ห้องตัวอย่างโครงการ “แอสเทรา ไพรด์ พระราม 2”

สำหรับช่วงปลายปีนี้ คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังอยู่ในภาวะทรงตัว จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ด้วยการปรับเพิ่มเงินดาวน์ หรือลดวงเงินการปล่อยสินเชื่อบ้านต่อหลักประกัน (Loan to Value : LTV) สำหรับบ้านหลังที่ 2 และที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท โดยให้ปล่อยกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 80% และต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 20% คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสัญญาการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมทั้งหมด

“ผมว่ามาตรการนี้เป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้คนซื้อบ้านเตรียมความพร้อม สำหรับลูกค้าบ้านเกิน 10 ล้านไม่ได้รับผลกระทบ เพราะส่วนใหญ่ดาวน์เกินกว่า 20% และมีจำนวนไม่น้อยที่ซื้อด้วยเงินสด” นายปริญญา กล่าว

 

Add Friend Follow
อรวรรณ หอยจันทร์
อรวรรณ หอยจันทร์ หลายมุมมอง