COLUMNISTS

แนวคิดเศรษฐกิจอย่าง ‘มาร์ค’

จิตติศักดิ์ นันทพานิช
จิตติศักดิ์ นันทพานิช จุดตัดความคิด
98

” มาร์ค” ในที่นี้ คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค  ประชาธิปัตย์(ปชป.) ไม่ใช่  มากซ์ ที่โลกรู้จัก  

 ในการดีเบตชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคปชป. เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มาร์คอภิสิทธิ์ 1 ใน 3 ผู้ท้าชิง ได้แย้งความคิดของ  หมอวรงค์  เดชกิจวิกรม  ที่ประกาศอย่างห้าวหาญกลางเวทีว่า จะเปลี่ยนอุดมการณ์พรรคจากเสรีนิยม ไปเป็นสวัสดิการประชาธิปไตย  โดยวิพากษ์ว่าเสรีนิยมนั้น เอื้อให้เกิดการผูกขาด

 อดีตหัวหน้าพรรคปชป.ยืนยันว่า  อุดมการณ์ของพรรคคือ  เสรีนิยมประชาธิปไตยที่ยึดมั่นในคุณค่า การแข่งขันเสรีที่เป็นธรรม พรรคเชื่อว่ารัฐควรแทรกแซงเท่าที่จำเป็นเพื่อตัดตอนการผูกขาด   

ก่อนย้ำหนักๆว่า อุดมการณ์ของพรรคจะเปลี่ยนมิได้   ส่วนสวัสดิการนั้นเป็นนโยบายไม่ใช่อุดมการณ์

“อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ ระหว่างปี 2551-2554   รับตำแหน่งช่วงคลื่นเศรษฐกิจจากวิกฤติซับไพร์มที่จุดศูนย์กลางอยู่ที่วอลล์สตรีท นิวยอร์ก กำลังซัดกระหน่ำไปทั่วโลก  เศรษฐกิจไทยพลอยโดนหางเลขไปด้วย 

อดีตนายกฯ เปรียบสถานการณ์เวลานั้นว่าเหมือน อาคารที่ไฟกำลังไหม้ รัฐบาลจึงดับไฟด้วยมาตรการเช็คช่วยชาติให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน คนละ 2,000 บาท รวม  8  ล้านคน  ส่วนจะจับจ่ายซื้ออะไรให้เป็นไปตามอัธยาศัย

ส่วนการดูแลสินค้าเกษตร รัฐบาลอภิสิทธิ์ ใช้นโยบายประกันราคาข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ มาแทนนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลสมชาย  

กลไกของนโยบายนี้คือ  หากผลผลิตของเกษตรกร (ที่ลงทะเบียนร่วมโครงการ) ออกขายไม่ได้ราคา หรือขายได้ต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลรับประกันไว้รัฐบาลจะชดเชยส่วนส่วนต่างให้ และเกษตรกรมีสิทธิว่า รับเงินชดเชยไปแล้วจะขายข้าวเลย หรือรอจนกว่าราคาในตลาดขยับค่อยขายก็ได้

“อภิสิทธิ์” เชื่อมั่นในระบบประกันราคามาก โดยบอกเสมอๆ ว่า ข้อดีคือรัฐบาลไม่ต้องบริหารจัดการ เรื่องการซื้อขายและจัดเก็บ และยังยืนยันว่ากับสมาชิกปชป.ว่าจะนำนโยบายนี้กลับมาใช้ ถ้าได้เป็นรัฐบาล 

ด้วยหลักคิดใหญ่ที่ว่ารัฐบาลควรแทรกแซงเท่าที่จำเป็น  อภิสิทธิ์ จึงค้านวิธีดูแลคนฐานรากของรัฐบาลปัจจุบันด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นพิเศษ มีโอกาสเมื่อไหร่กล่าวถึงเมื่อนั้น 

ระหว่างเดินสายหาเสียงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคที่จังหวัดตาก ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “อภิสิทธิ์”  โจมตีบัตรสวัสดิการฯ ว่า  ยุ่งยาก ซับซ้อน ได้บัตรแล้วต้องไปซื้อตามสถานที่ที่กำหนด(ร้านธงฟ้า)  พร้อมมองข้ามช็อตว่าหากประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ชาวบ้านไปซื้อของในท้องถิ่น ทำให้เงินสะพัดทั่วถึง ดีกว่าไปอยู่กับนายทุนไม่กี่คน

สรุปคือ แนวคิดเศรษฐกิจอย่างมาร์ค นั้นยึดหลักเสรีนิยมประชาธิปไตยไม่เปลี่ยน  รัฐบาลไม่ควรไปยุ่มย่ามกับประชาชนมากนัก หากจะอุดหนุนกลุ่มคนฐานรากควรให้เงินสด   ที่เหลือชาวบ้านคิดต่อได้เองว่าควรจะทำอย่างไร

สมัยเป็นนายกฯ อภิสิทธิ์ เคยพูดโดยอ้างงานวิจัยชิ้นหนึ่งว่า การให้เงินกับประชาชนเป็นมาตรการที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่เคยเปลี่ยนของอภิสิทธิ์เช่นกัน

กับมุมแย้ง วิธีการบริหารจัดการบัตรสวัสดิการฯ ของรัฐบาลประยุทธ์   นอกจากประเด็นเรื่องหลักคิดต่างกันแล้ว เชื่อว่า อภิสิทธิ์และนักการเมืองพรรคอื่นๆ  คงมองออกว่า จำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ  11.4 ล้านคนนั้น มีความหมายอย่างไร กับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นต้นปีหน้า

ภาพ: เฟซบุ๊ก เพจ Abhisit Vejjajiva

Add Friend Follow