ดูหนังออนไลน์
General

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์-เปิดอาคาร ที่ทำการศาลพิจิตร

วันนี้ (29 มี.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิจิตร ณ ที่ทำการศาลจังหวัดพิจิตร ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล

จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายธานินทร์ อินทร์น้อย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพิจิตร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือที่ระลึก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางนิธิวดี โมกขมรรคกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดพิจิตร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือที่ระลึก แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เสร็จแล้ว นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา กราบบังคมทูลรายงาน และขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิจิตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังมณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางลงในเบ้า พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย “อาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิจิตร” พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์

จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณแก่ศาลจังหวัดพิจิตร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ตามลำดับ

นายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 6 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย นายธานินทร์ อินทร์น้อย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพิจิตร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย

เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบ ที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประทับรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก

ต่อจากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว สนามกีฬาโรงเรียนสระหลวงพิทยาคม เพื่อประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง
เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิจิตรในครั้งนี้ นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินครั้งแรก หลังจากทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 โดยมีราษฎรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ ชาวไทดำ ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ชาวไทยทรงดำ อำเภอวชิรบารมี ชาวลาวครั่ง มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทตลอดสองฝั่งถนน ที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน

ทุกคนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง โบกธงชาติ โบกธงพระปรมาภิไธย “ว.ป.ร.” และธงพระนามาภิไธย “ส.ท.” พร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ด้วยความจงรักภักดี ต่างปลื้มปีติที่ได้ชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการนี้ ทรงโบกพระหัตถ์และทรงแย้มพระสรวลให้แก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านอย่างช้า ๆ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กองแพทย์หลวง สำนักพระราชวัง ร่วมกับโรงพยาบาล และหน่วยสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร ออกให้บริการด้านสาธารณสุข ดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ราษฎร ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพิมเสนน้ำ และให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย พระราชทานเลี้ยงแก่ราษฎร ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ทั้งนี้  ศาลจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นเมื่อปี 2442 เดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว สร้างมามีอายุถึง 65 ปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม และคับแคบ ไม่สะดวกแก่การพิจารณาคดี ต่อมา ในปี  2507 กระทรวงยุติธรรม จึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิจิตรหลังใหม่ขึ้น เป็นอาคารสูง 2 ชั้น มีห้องพิจารณาคดี 6 ห้อง และได้ใช้งานมามีอายุกว่า 45 ปี

จนกระทั่งในปี 2553 ได้ก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลหลังปัจจุบัน เป็นอาคารสูง 3 ชั้น ขนาด 14 บัลลังก์ เพื่อรองรับการขยายงานและปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้น เหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่ประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี และได้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม  2557 เป็นต้นมา

ศาลจังหวัดพิจิตร มีเขตอำนาจการพิจารณาพิพากษาคดี ในท้องที่จังหวัดพิจิตร รวม 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสากเหล็ก อำเภอสามง่าม อำเภอดงเจริญ อำเภอตะพานหิน อำเภอทับคล้อ อำเภอบางมูลนาก อำเภอบึงนาราง อำเภอโพทะเล อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอเมืองพิจิตร อำเภอวชิรบารมี และอำเภอวังทรายพูน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team