ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ต้องรู้!! แพทย์ยันเฝ้าระวังอาการหลังฉีดวัคซีนโควิด 30 นาทีจำเป็นมาก

“กรมควบคุมโรค” เผยการเฝ้าระวังอาการหลัง ฉีดวัคซีนโควิด 30 นาทีมีความจำเป็น แม้วัคซีนจะมีความปลอดภัย แต่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นได้

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำการฉีดวัคซีนโควิด 19 ของไทยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต เพื่อปกป้องระบบสุขภาพของประเทศ และเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เผย การเฝ้าระวังอาการหลังฉีด 30 นาทีมีความจำเป็น แม้วัคซีนจะมีความปลอดภัย แต่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ ซึ่งปกติจะสังเกตอาการ 15 นาที แต่ระบบของประเทศไทยเพื่อความปลอดภัยจะให้อยู่สังเกตอาการในสถานที่นั้น ๆ เป็นเวลา 30 นาที

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การ ฉีดวัคซีนโควิด 19 ของประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการป่วย และเสียชีวิต เพื่อปกป้องระบบสุขภาพของประเทศ และเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คนไทยทุกคนได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ฉีดวัคซีนโควิด

สำหรับในระยะแรกที่วัคซีนมีจำกัด 2 ล้านโดสของบริษัทซิโนแวค จึงฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เสี่ยงก่อน ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย เช่น ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ อสม. เป็นต้น และประชาชนที่มีโรคประจำตัว ส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ยังต้องระงับการฉีดวัคซีนของซิโนแวคไว้ก่อน เนื่องจากมีผลการศึกษาวิจัยในกลุ่มอายุดังกล่าวน้อย

ขณะนี้ ได้มีการกระจายวัคซีนไปยังพื้นที่เสี่ยงใน 13 จังหวัดแล้ว และได้ดำเนินการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งได้รับรายงานอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีนประปรายในบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม แม้วัคซีนจะมีความปลอดภัย แต่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ จึงมีความจำเป็นที่ต้องเฝ้าระวังอาการหลังฉีด 30 นาที โดยหลังรับวัคซีนจะมีการสังเกตอาการเพื่อดู ว่ามีการแพ้วัคซีนหรือไม่ ซึ่งปกติจะสังเกตอาการ 15 นาที

แต่ระบบของประเทศไทย เพื่อความปลอดภัยจะให้อยู่สังเกตอาการในสถานที่นั้น ๆ เป็นเวลา 30 นาที ตามโปรแกรมการฉีดวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้เพื่อความปลอดภัยอย่างรอบคอบ และเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาการใด ๆ ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้าน และนัดให้มาฉีดเข็มที่สองต่อไป รวมถึงให้คำแนะนำ แผ่นพับในการเฝ้าระวังอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ และเบอร์ติดต่อกับโรงพยาบาลที่ให้บริการ

สำหรับการเฝ้าระวัง สังเกตและติดตามอาการหลังรับวัคซีนนั้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการดังนี้ สังเกตและถามอาการหลังฉีดทันที, เฝ้าระวังและสังเกตอาการในสถานที่รับวัคซีน 30 นาที จากนั้นจะมีการติดตามอาการอีกในวันที่ 1, 7 และ 30 ผ่านทางไลน์ “หมอพร้อม” หรือมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล, รพ.สต. หรือ อสม. เป็นผู้ติดตามอาการ ทั้งนี้ ผู้ที่รับวัคซีนควรสังเกตอาการต่อไปจนครบ 30 วันตามโปรแกรมที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้เพื่อความปลอดภัย

นายแพทย์โอภาส กล่าวอีกว่า สำหรับอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีน แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ

1. อาการไม่รุนแรง ได้แก่ มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และปวดบริเวณที่ฉีด หากมีอาการเหล่านี้หลังฉีดขอให้รายงานในระบบไลน์ “หมอพร้อม” ซึ่งอาการเพียงเล็กน้อยเหล่านี้จะหายได้ภายใน 1-2 วัน

2. อาการรุนแรง ได้แก่ ไข้สูง แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีจุดเลือดออกจำนวนมาก ผื่นขึ้นทั้งตัว อาเจียนมากกว่า 5 ครั้ง ชัก และหมดสติ ถ้ามีอาการขณะเฝ้าระวังอาการหลังฉีด 30 นาที ขอให้รีบแจ้งแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ที่สังเกตอาการทันที แต่หากกลับบ้านแล้วเกิดอาการดังกล่าว ขอให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็ว หรือโทรสายด่วน 1669 เพื่อแจ้งรถพยาบาลมารับหรือถ้าหมดสติให้ญาติรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

ฉีดวัคซีนโควิด

ทั้งนี้ แฟนเพจเฟซบุ๊ก ไทยรู้สู้โควิด ได้สรุปข้อมูลสถานการณ์ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ประจำวันที่ 7 มีนาคมว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดส่งวัคซีนให้จังหวัดเป้าหมายเบื้องต้นครบทั้ง 13 จังหวัด ระยะที่ 1 รอบแรก เป็นจำนวนวัคซีนรวม 116,520 โดส ข้อมูลจนถึงวันที่ 1 มีนาคม และได้วางแผนการจัดส่งเพิ่มเติมให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร และสมุทรสาครวันที่ 19 มีนาคม

สำหรับผลการให้บริการวัคซีนโควิด-19 มีรายละเอียดดังนี้ จำนวนผู้ได้รับวัคซีนรายใหม่ 1,633 ราย จำนวนผู้ได้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์- 7 มีนาคมมีจำนวน 27,497 ราย ส่วนผลการเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน มีรายงานผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนจำนวน 956 ราย คิดเป็น 3.48% ของผู้รับวัคซีนทั้งหมด โดยวันนี้มีรายใหม่เพิ่ม 128 ราย

ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลอาการที่พบ

  • อักเสบบริเวณที่ฉีด 191 ราย หรือ 20%
  • ปวดเมื่อยเนื้อตัว 173 ราย หรือ 18%
  • คลื่นไส้ 116 ราย หรือ 12%
  • ไข้ 73 ราย หรือ 8%
  • อาเจียน 71 ราย หรือ 7%
  • เกิดผื่น 66 ราย หรือ 7%
  • ท้องเสีย 50 ราย หรือ 5%
  • เหนื่อย 49 ราย หรือ 5%
  • มีอาการอื่น ๆ 96 ราย หรือ 10%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri
Siree Osiri OHO BANGKOK