ดูหนังออนไลน์
Stock

คลายร้อนแรง! ‘ดาวโจนส์’ เดินขาลง นักลงทุนจับตาใกล้ชิด ‘ตลาดพันธบัตร’

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (2 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลดลง จากการที่นักลงทุนพากันจับตามองตลาดพันธบัตรอย่างใกล้ชิด รวมถึง ความคืบหน้าในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ด้วย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 31,494.94 จุด ลดลง 40.57 จุด หรือ 0.13% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,887.84 จุด ขยับลงมา 13.98 จุด หรือ 0.36% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,499.13 จุด ลบ 89.70 จุด หรือ 0.66%

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 600 จุดเมื่อวานนี้ (1 มี.ค.) ทำสถิติทะยานขึ้นมากที่สุดภายในวันเดียวนับตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 หลังสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง, การ อ่อนตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ รวมทั้งการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้ความเห็นชอบต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติให้ความเห็นชอบต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา ก่อนที่จะส่งให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนลงนามรับรองเป็นกฎหมาย

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ คาดว่า กระบวนการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 15 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะหมดอายุลง

เจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะทำการประกาศในวันนี้ให้บริษัทเมอร์ค ซึ่งเป็นผู้ผลิตยารายใหญ่ เข้าดำเนินการช่วยเหลือบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ในการผลิตวัคซีนโควิด-19

การประกาศดังกล่าวมีขึ้น ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลสหรัฐในการเพิ่มกำลังการผลิตวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

รัฐบาลเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจะมีการจัดส่งวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันจำนวน 3.9 ล้านโดสภายในสัปดาห์นี้ แต่ก็มีความกังวลว่าการผลิตวัคซีนจะต่ำกว่าเป้าในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่รัฐบาลต้องการกระจายวัคซีนอีกกว่า 16 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนนี้

ภายใต้ข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐ เมอร์คจะใช้โรงงาน 2 แห่งในสหรัฐสำหรับการผลิตวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐเร่งหาโรงงานเพื่อเพิ่มการผลิตวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน หลังพบว่าทางบริษัททำการผลิตวัคซีนได้ล่าช้ากว่ากำหนด และในที่สุดรัฐบาลได้บรรลุข้อตกลงกับเมอร์ค ในการช่วยผลิตวัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ขณะที่เมอร์คได้ล้มเลิกโครงการพัฒนาวัคซีนของตนเอง เนื่องจากผลการทดลองทางคลินิกพบว่าวัคซีนของบริษัทไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มีนาคมนี้ หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวในแถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์ที่แล้วว่า เฟดจะยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ขณะที่ส่งสัญญาณตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% ต่อไปอีกกว่า 3 ปี

The Bangkok Insight Editorial Team