ดูหนังออนไลน์
General

‘ผบช.น.’ แถลงสถานการณ์ชุมนุมวานนี้ ยันจำเป็นต้องใช้กระสุนยาง!

“ผบช.น.” แถลงสถานการณ์ชุมนุมวานนี้ ยันดำเนินการตามขั้นตอน และอดทนอดกลั้น ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย รับจำเป็นต้องใช้กระสุนยาง!

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงสถานการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ภาพที่มีปรากฏตามสื่อโซเชียล ทั้งการเตะ และลากผู้ที่บาดเจ็บว่า ขอให้มองในภาพรวมทั้งหมด บางทีเราเห็นเหตุการณ์แค่ช่วง ๆ เจตนาคงจะพยายามระงับเหตุให้เร็วที่สุด และนำตัวผู้กระทำผิดแยกออกจากกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อไม่ให้สถานการณ์รุนแรง ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน และอดทนอดกลั้นตลอดก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย

“จริง ๆ ความรุนแรงไม่รุนแรงขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุม ถ้าผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบตำรวจไม่เคยใช้กำลัง อย่างกรณีที่ผู้ชุมนุมปัสสาวะอยู่บนตู้คอนเทนเนอร์แสดงให้เห็นว่า ถ้าตำรวจไม่อดทนอดกลั้นก็ต้องลากตัวลงมาแล้ว ก่อนที่ตำรวจจะเริ่มปฏิบัติตามยุทธวิธี หรือตามขั้นตอน เรามีการประกาศแจ้งเตือนและลูกน้องเราก็ถูกกระทำ จนกระทั่งเกรงว่าสถานการณ์จะลุกลามจนควบคุมไม่ได้ อยากจะขอเราเป็นคนไทยด้วยกัน การเห็นต่างมีการแสดงออกได้หลายทางก็ทำในช่องทางที่ถูกต้อง” พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามตัดรั้วลวดหนาม และเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ที่ขวางกั้นไว้ เพื่อลดการเผชิญหน้ากันบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 จนตำรวจต้องเริ่มเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมยอมรับว่า มีการใช้อาวุธควบคุมฝูงชนที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น กระสุนยาง เนื่องจากยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนใช้สิ่งของขว้างปาตำรวจ และยังใช้ความรุนแรง หากไม่เร่งควบคุมสถานการณ์ ก็อาจจะทำให้สถานการณ์บานปลายได้

จากนั้นยังมีการไปปิดล้อมสน.ดินแดง และสน.สุทธิสาร และขว้างปาสิ่งของ รวมทั้งเผารถยนต์ของตำรวจได้รับความเสียหาย และกำลังตรวจสอบความเสียหายและดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 90 นาย และรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ 27 นาย เสียชีวิต 1 นาย คือ ร.ต.อ.วิวัฒน์ เสริฐสนิท รองสารวัตรปราบปราม สน.ธรรมศาลา ที่หัวใจหยุดเต้นฉับพลันระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ดูแลสวัสดิการกับครอบครัวของตำรวจที่เสียชีวิต โดยจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันพรุ่งนี้ เบื้องต้นจะเลื่อนขั้น 3 ชั้นยศ 3 ขั้นเงินเดือน และมีเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 2.7 ล้านบาท พร้อมกับรับบุตรเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ

ขณะที่พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาที่แตกต่างกันไปทั้งการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณภาพจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล – บช.น.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team