ดูหนังออนไลน์
Entertainment

แมงปอ ชลธิชา เผยช่วงชีวิตที่แสนสาหัส ไว้ใจคนผิดจนแทบไม่เหลือเงินติดกระเป๋า

เปิดชีวิตเรียบง่ายในวันนี้ของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “แมงปอ ชลธิชา” 

พร้อมเผยเคยร้องเพลงจนป่วยหนัก เส้นเสียงอักเสบมาถึงทุกวันนี้!

          ในวงการลูกทุ่งชื่อของ แมงปอ ชลธิชา เรียกว่าติดทำเนียบลำดับต้นๆเลยทีเดียว เพราะเพลงที่เธอปล่อยออกมานั้นเรียกว่าดังเป็นพลุแตก ขายเทปได้เป็นล้านตะลับไม่ว่าจะเป็น อัลบั้ม ตามหาสมชาย และ นางสาวแนนซี่ ซึ่งรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ได้ตอนรับการมาเยือนของ แมงปอ ที่เธอนั้นได้เล่าให้ฟังถึงช่วงชีวิตที่แสนสาหัสเพราะความที่ไว้ใจคนผิด จนแทบไม่เหลือเงินติดกระเป๋า พร้อมอัพเดทจะกลับมาจับไมค์โชว์เสียงได้อีกหรือไม่ ….

ถาม  ย้อนกลับไปคือใครที่ไม่ได้เป็นสายลูกทุ่งก็ต้องรู้จัก แมงปอ ชลธิชา 

แมงปอ ชลธิชา ด้วยความที่ตอนนั้นนักร้องลูกทุ่งที่เป็นวัย 15 – 16 มันมีไม่เหมือน ปอ เป็นวัยรุ่นไม่กี่คนเองค่ะ ที่มาร้องลูกทุ่งโดยเฉพาะที่เราทำเพลง Mv ที่เราทำทรงผมก็จะกุ๊กกิ๊กน่ารักให้พวกน้องๆเด็กๆอยากทำตาม อยากร้องตาม อยากเต้นตาม

ถาม แมงปอ เริ่มต้นการเป็นนักร้องได้ยังไง

แมงปอ ชลธิชา เริ่มมาจาก ปอ ชอบร้องเพลง คุณแม่ก็แอบไปบอกคุณพ่อว่าลูกสาวชอบร้องเพลงนะคงอยากจะเป็นนักร้อง ตอนนั้นอายุประมาณ 14 ค่ะ คุณพ่อก็เลยมาถามเราว่าอยากจะเป็นนักร้องหรือเปล่า (เพราะว่าคุณพ่อเขาเป็นนักมวยเก่า) ซึ่งอาจจะรู้สึกว่าไม่เกี่ยวกันใช่ไหมค่ะ แต่จริงๆแล้วแอบเกี่ยวค่ะ เพราะว่าเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมาย เป็นที่เป๊ะทุกอย่างมีระเบียบวินัยสูงมาก พอเราบอกว่าอยากเป็นค่ะ คุณพ่อก็บอกว่างั้นต้องเป็นให้ได้ ต้องทำให้ได้ คุณพ่อเลยพาไปหาคุณแม่ชื่อว่า คุณแม่พัชรี เป็นคุณแม่ของพี่ สายใจ วลี ซึ่งเป็นนักร้องลูกทุ่งเราก็ไปร้องให้ฟัง พอร้องให้ฟังปุ๊บ!! บอกว่าแก้วเสียงของเราได้เลย เดี๋ยวพาไปประกวดเลยก็พาไปประกวดเลยค่ะ เพราะวันนั้นตรงกับวันเสาร์ที่ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ จะจัดประกวดร้องเพลงทุกวันเสาร์เขาก็พาเราไปลงชื่อแล้วเราก็ยืนร้องเพลงแต่ตกรอบแรกค่ะ เพราะด้วยความที่เราไม่เคยขึ้นเวที เพราะเราร้องแต่ที่บ้าน ในห้องเรียน แต่พอเราขึ้นไปบนเวทีวันนั้นทำอะไรไม่เป็นเลยมันตื่นเต้น พอเราลงมาจากเวทีคุณพ่องงเลยทำไมอยู่บ้านเราถึงร้องได้ แต่พอขึ้นเวทีทำไมเสียงมันไม่ออก พอหลังจากนั้น แม่พัชรี เขาก็พาเราไปเล่นละครพอเล่นละครเรื่องแรกเป็นตัวประกอบเป็นคนขายไก่ย่างคู่กับแม่น้อย โพธิ์งาม พี่น้อยเป็นคนตำส้มตำแล้วเราเป็นคนปิ้งไก่แล้วทีนี้ คุณพ่อ ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบพรีเซ็นลูกสาวตลอดเวลาอยู่แล้วเขาก็จะมีเทปที่อัดเสียง ปอ ไว้แล้วเขาก็เรียก แม่น้อย มาฟังเสียงลูกสาวผมเขาก็เปิดให้ฟัง แม่น้อย เขาก็บอกว่าเสียงดีทำไมไม่ไปค่าเพลงเขาก็เลยแนะนำไปที่ค่าย นพพร ซิลเวอร์ โกลด์ ซึ่งตอนนั้นในค่าย นพพร จะมีนักร้องรุ่นเก่าเอาเพลงมาทำใหม่ พอเราเข้าไปคือ แบบใหม่เด็กด้วยเขาก็รับเราเลยได้ออกอัลบั้มแรกชื่อ สาว 16 เพราะตอนนั้นออกตอนอายุ 16 พอดี อัลบั้มที่สองคือ หนูกลัวตุ๊กแก ส่วนอัลบั้มที่สามล้านตลับ (ตามหาสมชาย) คือตอนนั้นเป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตเราเลยเพราะ 1 เดือนมีสามสิบวัน ปอ จะมีงานประมาณสี่สิบงานห้าสิบงาน เพลงที่ฮิตๆของ ปอ ตอนนั้นก็จะมี หนูอยากโดนอุ้ม , สมชายเปลี่ยนไป เป็นสิบอัลบั้มเลยค่ะ

ถาม เพราะมีเพลงเยอะ งานเยอะจนทำให้เกิดเส้นเสียงอักเสบ จนไม่มีเสียงจะพูดเลยตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น

แมงปอ ชลธิชา ตอนนั้นเหมือนเราใช้เสียงเยอะมาก อย่างช่วงเทศกาลเราวิ่งวันเดียวคือ 6 งานตั้งแต่เช้าจนถึงดึกไปเลยบางทีแบบข้ามวันเราใช้ชีวิตหนักมากแล้วก็พักผ่อนน้อย ทำให้เส้นเสียงของเราอักเสบสะสมไปเรื่อยๆแล้วเราก็ไม่ได้ไปหาหมอ เริ่มจากทอนซิลอักเสบ เจ็บคอ แล้วในคอเราจะมีตุ่มขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆเวลาเราอ้าปากเราก็จะเห็นเลยแล้วพอเรามาร้องเพลงตรงโน้ตที่เราร้องได้เสียงเราไปถึงแต่ทำไมวันนี้เราขึ้นไม่ถึงเราต้องใช้พลังเยอะต้องตะเบ็งเสียงออกมา จนมาถึงวันหนึ่งที่เราตื่นขึ้นมาแล้วเราพูดไม่มีเสียงแล้วเราเลยโทรหาเจ้าภาพงานให้เขาได้ยินเสียงของเรา ว่าไม่มีเสียงจริงๆพอเขาได้ยินเสียงเราเขาก็แคนเซิลงานไปดีกว่า ซึ่งพอเราไปหาคุณหมอก็แนะนำให้เราผ่า แต่คุณหมอเขาไม่ได้การันตีว่าพอผ่าแล้วเสียงของเราจะกลับมาได้เหมือนเดิม อาจจะเปลี่ยนแปลง อาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้ ปอ ก็เลยเกิดความกลัว

ถาม ณ ตอนนั้นเป็นการตัดสินใจของเราเลยหรือเปล่าว่าจะผ่า หรือ จะเลิกเป็นนักร้องเลยไหม

แมงปอ ชลธิชา เรื่องการเลิกเป็นนักร้องตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดอะไรถึงขนาดนั้นนะคะ เพราะเรายังรักที่จะร้องเพลงอยู่แล้วอีกอย่างหนึ่งคืองานที่เรารับข้ามปีไปแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเลิก ก็พยายามทำตามที่หมอบอกคือ ดื่มน้ำเยอะๆพักผ่อนเยอะๆไม่จำเป็นไม่ต้องพูดมาก ให้เราใช้เสียงเฉพาะเวลาที่เราร้องเพลงมันก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆถามว่าตอนนี้เต็มร้อยไหมก็ไม่ได้เต็มร้อย

ถาม แต่จริงๆวิกฤตของชีวิตของผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่มีปัญหาเส้นเสียงทำให้เป็นอุปสรรคด้านการร้องเพลง แต่เพราะว่าทำงานตั้งแต่เด็กๆประสบการณ์ชีวิตก็เลยน้อยกลายเป็นว่าไว้ใจคนข้างกลายหลอกเงินไปเหลือติดตัวแค่หลักพัน

แมงปอ ชลธิชา สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเกิดจากคนที่เราไว้ใจอย่างซื้อบ้าน ก็ไม่ได้ซื้อเป็นชื่อเราเองเพราะว่าเขาบอกเราอายุยังน้อยอยู่ยังไปกู้ไม่ได้ทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างเลยซื้อเป็นชื่อเขา ทั้งรถ ทั้งบ้าน แล้วช่วงหลังๆก็มาขอยืมเราสามหมื่นบ้าง ห้าหมื่นบ้าง แสนหนึ่ง ซึ่งเราก็ให้เข้าไปโดยที่เราก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะหลอกเรา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของเราก็รับรู้ แต่เขาก็ไว้ใจคนนี้เหมือนกันแล้วพอช่วงหลังคือ เราทำงานแล้วเราก็ไม่ได้เงินหลายๆปี แต่ ปอ ก็ยังมีเงินเก็บของ ปอ อยู่ แต่เงินใหม่ๆที่เราไปทำงานคือไม่ได้ เพราะเราคิดว่าเดี๋ยวเขาก็ให้เพราะเราไว้ใจเขามาก ๆ

ถาม แล้วจุดอะไรที่เราเริ่มที่จะรู้แล้วว่าไม่ใช่

แมงปอ ชลธิชา เพราะมีคนโทรหาเราว่ารู้จักคนนี้ไหมเขามาติดเงินผมนะ ถ้าเขาไม่ใช้คืนคุณก็ต้องใช้แทนเขานะ รู้ว่าสนิทกันเป็นคนคนเดียวกันคุณต้องรับผิดชอบด้วยนะ มีถึงขั้นที่เอาปืนมาวางต่อหน้าเราเลยเราก็รู้สึกว่าถ้าเป็นแบบสนี้ต่อไปก็คงไม่ไหว เขาก็บอกว่าไม่มีจะให้เพราะมันไม่มี

ถาม แล้วเราเหลือเงินแค่ 5,000 บาทเราใช้ชีวิตยังไง

แมงปอ ชลธิชา ช่วงนั้นแย่มากเลยค่ะ แล้วเป็นปี 54 นั้นน้ำท่วมด้วย แล้วห้าพันนั้นคือ ก็ไม่ใช่เงินเราเองด้วยเราไปยืมเขามาด้วย แต่เงินชจริงๆที่ ปอ มีคือมีไม่ถึงสองร้อยบาทด้วยซ้ำ เวลาที่เราจะกินไข่เจียวเราต้องเอามาตีๆใส่น้ำเยอะๆ ส่วนบ้านหลังนั้นเราก็ไม่ได้อยู่เพราะว่าเราโดนยืดไปเพราะเป็นชื่อเขาเราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเราเอาเงิน 5,000 ที่เราไปยืมเขามาเราเอาไปซื้อกะทะ ซื้อไก่ ซื้อน้ำมันชวนคุณแม่ไปทอดขายก็มีคนเข้ามาถามเยอะแยะไปหมดเลยว่าทำไม แมงปอ ถึงให้แม่มาขายไก่ทอดแบบนี้ ทำไม แมงปอ ถึงมายืนขายไก่ทอดแบบนี้เพราะช่วงนั้นงานของเราก็น้อยลงด้วย แต่ที่เราเลือกขายไก่ทอดเพราะเราคิดว่า แม่ เหนื่อยมากเพราะต้องย้ายของเขาออกมาขายก็เลยเปลี่ยนมาขายหน้าบ้านแทนเราก็เปิดขายส้มตำ น้ำตกแทน แต่พอเราเริ่มมีงาน เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาก็เลยให้คุณแม่หยุดขาย

ถาม ในช่วงตอนนั้นเรามีช่วงท้อแท้ หรือ หมดหวังไหม 

แมงปอ ชลธิชา มีช่วงหนึ่งค่ะ ที่ ปอ เป็นแบบนั้นคือ แย่มากในหัวเราคิดแค่ว่าทำไมต้องเป็นเรา ทำไมต้องเป็นเรา เราไม่เคยทำอะไรให้ เรามีแต่ให้สิ่งดีๆทั้งนั้นเลย คิดอยู่แบบนี้จนมีวันหนึ่งเราก็คิดได้ว่าถ้าเขามีความสุข เขามีชีวิตที่ดีเขาคงไม่มาทำอะไรกับเราแบบนี้ ก็เลยคิดแบบว่าเราคงดีกว่าเขาเขาถึงมาเบียดเบียนเราเพราะฉะนั้น วันนี้เราตัดเลยแล้วกันหมายถึงว่าเขาได้ไปแล้วขอให้ชีวิตเขาดีขึ้น ขอให้ไม่ไปเบียดเบียนใครส่วนตัว ปอ จะไม่มานั่งถามแล้วว่าทำไมเธอต้องทำกับฉัน ปอ ก็จะมองไปข้างหน้าแล้ว วันนี้จะทำยังไงต่อ พรุ่งนี้จะไปงานที่ไหน จะทำยังไงดี หาเงินจากที่ไหน แต่ก็ทำให้ตอนนี้ ปอ กลัวคนจะคุยกับใครสักคนก็ทำให้เราคิดแล้วคิดอีกเขาจะมาแบบไหน ซึ่งถ้า ปอ รู้สึกว่าคนที่เข้ามาคุยกับเรามีอาการแปลกๆทำให้เราไม่ไว้ใจเราก็พร้อมที่จะตัดทันที คือ อยู่กับครอบครัวเราก็ดีแล้ว

ถาม ซึ่งตอนนี้ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปเพราะว่าตอนนี้ใครๆก็เรียกว่า เจ๊แมงปอ 

แมงปอ ชลธิชา ที่ตลาดไทค่ะ จริง ๆ ร้านนี้เป็นร้านของผู้ใหญ่ที่ ปอ เคารพเขาก็เห็นว่างานเราก็ไม่ค่อยมี แล้วช่วงนี้ โควิด ด้วยงั้นมาดูร้านให้หน่อยว่าวันนี้ขายปลาได้กี่บาทอะไรอย่างนี้ค่ะ

ถาม ตอนนี้ทิ้งการเป็นนักร้องลูกทุ่งไปหรือยัง

แมงปอ ชลธิชา ก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้นค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดให้เรามาร้องเพลงเราก็มีความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเพราะเราห่างไมค์มานาน แต่ถ้าเกิดเป็นแบบว่า แมงปอ มาช่วยดูเบื้องหลังหน่อยจะทำนักร้องคนนี้ทำเพลงยังไงแนวไหนดีอยากทำ แต่ถ้ามีคนจ้างเราก็รับนะคะ เพราะเราไม่ได้ถึงว่าร้องไม่ได้เลยเพราะ ปอ ก็จะมีลูกคู่ของเราด้วย ยังไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team