ดูหนังออนไลน์
Entertainment

สะใภ้จ้าว ฮาน่า เมาท์สามี ฮิวโก้ ใช้ชีวิตติดดินเกิน จนลูก ๆ สับสนคิดว่าบ้านยากจน

นาน ๆ ทีจะเห็นสาวไฮโซ “ฮาน่า-ทัศนาวลัย จักรพงษ์” ออกรายการโทรทัศน์ ล่าสุดในรายการ Z story เจ้าตัวได้ออกมาเล่าถึงเรื่องราวของสามี “ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์” แบบหมดเปลือก กับเรื่องใช้ชีวิตแบบสมถะสุด ๆ ถึงขั้นภรรยาต้องซื้อของเปลี่ยนให้ใหม่เลยทีเดียว

เมาท์ชีวิตสามีเป็นลูกเจ้าแต่ใช้ชีวิตสมถะมาก ?

“มาก ๆ ทุกอย่างที่เค้าใช้เราแทบจะซื้อให้หมดเลย เพราะทนดูไม่ได้ รองเท้าที่ฮิวโก้ใส่อยู่ คือ ขาดแล้วขาดอีก เอาไปปะแล้ว ซ่อมแล้วซ่อมอีก จนเราต้องบอกว่าเธอเดี๋ยวซื้อให้ใหม่ ถุงเท้าก็เป็นรู อย่างสูทนะ ปะสองรอบ จนแบบว่าเราบอกว่าเธอเดี๋ยวฉันเก็บเงินซื้อให้ เค้าบอกว่าในเมื่อมันใช้งานได้อยู่ก็ใช้ไป โทรศัพท์เนี้ยนะ ยังใช้รุ่นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ไอโฟน 5 ยังไม่ยอมเปลี่ยน ฉันถามว่าทำไมไม่เปลี่ยน เค้าเปลี่ยนกันไปรุ่นไหนแล้ว เค้าบอกว่ามันยังทำงานของมันได้อยู่ ยังรับโทรศัพท์ยังพิมพ์อะไรได้”

แล้วเค้าไม่เล่นแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ ที่มันอัปเดตเหรอ ?

“เค้าก็ใช้ในแบบของเค้าไป เค้าบอกว่าถ้ามันยังทำงานของมันได้ แสดงว่ามันยังดีอยู่ เพราะฉะนั้นจะไปเปลี่ยนมันทำไม ทำไมต้องไปเสียตังค์กับเรื่องที่มันไม่สมเหตุสมผล”

เห็นว่าทำตัวสมถะ จนลูกถามว่า บ้านเราจนเหรอ ?

“จริง (หัวเราะ) คือ เค้าเห็นว่าเวลาไปบ้านเพื่อน บ้านคนอื่นมีความเป็นบ้าน มีสระว่ายน้ำ มีของเล่นทุกสิ่งอย่างนู่นนั่น แต่ว่าพี่กับสามีอยู่คอนโดกัน แล้วเค้าก็เลยถามว่าคอนโดเราต้องคืนเค้าเมื่อไร (หัวเราะ) เหมือนกับว่าเราไปต่างประเทศ แล้วต้องคืนห้อง เค้าไม่เคยได้อะไรเลย อย่างที่เค้าอยากได้ เค้าก็จะได้ก็ต่อเมื่อวันเกิด วันปีใหม่ วันคริสต์มาส หรือ ว่าได้รางวัลจากโรงเรียน

เค้าก็แบบว่าไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนเค้ามี ทำไมบ้านเราจนขนาดนั้นเหรอ เราพยายามสอนเค้า ขายของให้เค้าเห็นว่ากว่าจะได้เงินมามันลำบาก พ่อต้องออกไปร้องเพลง อยากทำให้เค้าเห็นว่ากว่าจะได้เงินมามันต้องมีความลำบาก เทียบกับเด็กคนอื่น พ่อแม่มีเงินซื้อเกมส์เป็นหมื่น เราว่าลูกเราต้องมีภูมิ

คุณฮิวโก้ สามีเนี้ยเค้าอยากให้ลูกมีภูมิเยอะ ๆ เพราะตอนเด็กเค้าบอกว่าเค้าไม่เห็นต้องได้อะไรเลย แต่สมัยนี้พ่อแม่รู้ว่าลูกชอบอะไร คือ สปอยด์ เค้าก็เลยรู้สึกว่าไม่มีการอดทนรอคอย อยากได้อะไรได้ แล้วจะติดวัตถุเกินไป เค้าจะได้ก็ต่อเมื่อสมควรจะได้เท่านั้น ห้ามสปอยด์ลูก บางทีเรายังสงสารลูกเราด้วยซ้ำ”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

The Bangkok Insight Editorial Team