ดูหนังออนไลน์
Business

ทิศทาง 2564 ‘GC’ เชื่อเห็นดีลซื้อกิจการ ลุ้นยอดขายเติบโตเกิน 10%

ทิศทาง 2564 “GC” เชื่อเห็นดีล ซื้อกิจการ ลุ้นราคาขยับดันยอดขายเติบโตเกิน 10% พร้อมชะลอ “ปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์” สหรัฐ รอถกพันธมิตร-ผู้รับเหมา

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC แถลงข่าวทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในปี 2564 ว่า ในปี 2564 GC จะดำเนินงานด้วยนโยบาย “แข็งแกร่งจากภายใน สร้างโอกาสใหม่ยุค New Normal” พร้อมเร่งยกระดับกลยุทธ์ 3 Steps ตอกย้ำการเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล ได้แก่

  • Step Change กลยุทธ์การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
  • Step Out กลยุทธ์การแสวงหาโอกาสเพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจใหม่หรือในต่างประเทศ
  • Step Up กลยุทธ์สร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ

 

จังหวะดี GC มองดีล “ซื้อกิจการ”

นายคงกระพันเปิดเผยต่อว่า จากสถานการณ์ทางธุรกิจในปัจจุบัน ทำให้ GC มีโอกาสในการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดมากขึ้น โดยบริษัทสนใจกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรสูง (High Value Business: HVB) รวมถึงสอดคล้องกับกับทิศทางของโลก เช่น ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), พลังงานทดแทน เป็นต้น

ขณะนี้ GC จึงกำลังพิจารณาโครงการที่น่าสนใจอยู่หลายโครงการ แต่ก็ต้องรอการหารือ เพราะการทำ M&A ไม่มีราคามาตรฐาน ขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา อีกทั้งปัจจุบันมีสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ยากต่อการเข้าไปเยี่ยมชมกิจการในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะเห็นข้อตกลง M&A เกิดขึ้นบ้างในปีนี้ โดย GC มีกระแสเงินสดอยู่ในระดับที่ดีและมีความสามารถในการกู้อีกพอสมควร จึงพร้อมจะเข้าทำ M&A ได้

เราก็ดูธุรกิจพวกนี้มาแล้วปีนึง ก่อนโควิดมันดีอยู่แล้ว ระหว่างโควิดพบว่าธุรกิจของเขาก็ยังไปได้ดี ช่วงนี้มีช่องให้เราเข้าไปทำ M&A ตอนนี้พอทราบแล้วว่าบริษัทไหนที่เราสนใจ มีการคุยกันแล้ว แต่ที่สำคัญต้องเตรียมองค์กรและคนให้พร้อม เพราะว่าปัจจัยอันนึงที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการทำ M&A ก็คือว่า หลังจากซื้อมาแล้วจะรวมอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ซื้อของดี ๆ มาแล้วทำไม่เป็น มันก็จะไม่ดี เราก็ต้องทำให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ GC ยังหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ผ่านการนำเงินไปลงทุนในกองทุนหรือสตาร์ทอัพ (Corporate Venture Capital: CVC) ซึ่งจะนำไปสู่ธุรกิจที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอนาคต พร้อมสานต่อการขยายฐานธุรกิจแห่งที่ 2 (Second Home Based) โดย 4 กลุ่มธุรกิจที่ GC สนใจจะลงทุนในรูปแบบ CVC คือ วัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) ชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) เทคโนโลยีสะอาด (Clean Tech) และดิจิทัล (Digital)

GC

ต่อรอง “ปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์” สหรัฐ

นายคงกระพันกล่าวถึงการลงทุนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่รัฐโอไฮโอ สหรัฐว่า ได้ชะลอไปก่อน แต่ยืนยันว่ายังเดินหน้าอยู่ สาเหตุที่ต้องชะลอ เพราะอยู่ระหว่างหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยตอนนี้กำลังพูดคุยกับผู้ที่สนใจหลายราย ซึ่งมีความก้าวหน้า

อีกด้านหนึ่ง บริษัทจะใช้โอกาสนี้เก็บข้อมูลและต่อรองต้นทุนค่าก่อสร้าง เพราะเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ความต้องการก่อสร้างโรงงานในสหรัฐปีนี้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อน GC จึงเชื่อว่าบริษัทจะมีต้นทุนค่าก่อสร้างที่ถูกลง และบริษัทกำลังยื่นขอรับการสนับสนุนเงินกู้จากกระทรวงพลังงานสหรัฐ ที่มีเงื่อนไขน่าสนใจ โดยคาดว่ากลางปีนี้ จะทราบว่าจะเริ่มตัดสินใจลงทุนได้เมื่อไหร่ แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้รีบร้อน เพราะต้องการแน่ใจว่ามีพันธมิตรที่ดีและต้นทุนการก่อสร้างที่เหมาะสม

 

GC ลุ้น! ยอดขายเติบโตเกิน 10%

นายคงกระพันกล่าวถึงยอดขายในปี 2564 ว่า ในแง่ปริมาณจะเพิ่ม 8-10% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะมีโรงงานใหม่และโครงการใหม่ ๆ ซึ่งเสริมกำลังการผลิต 6-7% และการปิดซ่อมบำรุงในปีนี้ลดลง

ด้านราคาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีทิศทางดีกว่าปีที่แล้วในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 2-3 ของปี 2563 ซึ่งความต้องการต่ำมากเพราะสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังมีความเสี่ยงและไม่แน่นอนสูง เพราะถึงแม้ทั่วโลกจะมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสถานการณ์

ถ้าราคาทุกอย่างเท่ากับปีที่แล้ว ยอดขายมันต้องเพิ่มขึ้น 8-10% แต่ถ้าเราคิดว่า ถ้าราคาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มันดีขึ้นอีกนิดหน่อย มันก็เกิน 10%

สำหรับแผนการออกหุ้นกู้ GC ได้ขอวงเงินในที่ประชุมผู้ถือหุ้นไว้ทั้งหมด 4,000 ล้านเหรียญซึ่งจะทยอยออกใน 4 ปีข้างหน้า แต่การออกหุ้นกู้ก็ต้องมีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน เช่น ใช้คืนเงินกู้เก่า การลงทุนโครงการใหม่ ๆ ที่อยู่ระหว่างการศึกษา หรือการทำ M&A

สำหรับธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจปิโตรเลียมในปี 2563 ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีสายผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจร และการที่ GC ดำเนินมาตรการรองรับ อาทิเช่น การประหยัดค่าใช้จ่าย การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กร ส่งผลให้บริษัทมี Adjusted EBITDA ในปี 2563 อยู่ที่ 28,579 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2562

นอกจากนี้ ด้วยภาวะตลาดปิโตรเคมีในบางสายผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งหลังของปี บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลประกอบการของบริษัทปี 2563 มีกำไรสุทธิ 200 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

NOPPHAWHAN TECHASANEE