ดูหนังออนไลน์
Entertainment

บุ๋ม โทรคุย หญิงลี อีกฝ่ายขอโทษ ไม่รู้จะไว้ใจใครจัดการได้ เผยเหตุยกมรดก 50 ล้าน

จากกรณีนักร้องลูกทุ่งสาว “หญิงลี ศรีจุมพล” ได้ออกมาอัดคลิปผ่านทางเฟซบุ๊ก Yinglee Srijumpol ความยาวประมาณ 7 นาที ด้วยใบหน้าเศร้าซึมและน้ำเสียงสั่นเครือ หากตนเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดก็ตาม ขอยกทรัพย์สินกว่า 50 ล้านให้เป็นการกุศลเพื่อเด็กกำพร้า ส่วนของพ่อแม่ให้รับเงินประกันชีวิต 10 ล้านบาท พร้อมระบุชื่อ “บุ๋ม ปนัดดา” ให้เป็นผู้จัดการธุรกรรมหลังตนสิ้นลม

ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว ขณะจัดรายการ ตกมันส์บันเทิง โดยระบุว่า รีบโทรไปหาหญิงลี เจ้าตัวก็ขอโทษที่มีการเอ่ยชื่อโดยยังไม่ได้ขออนุญาต แต่ไม่รู้จะไว้ใจให้ใครจัดการได้ จากการพูดคุยกับหญิงลี เขาไม่ได้เครียดมาก แต่เหมือนมีปัญหาชีวิตอะไรบางอย่าง แล้วตัดสินใจว่าควรจะเป็นแบบนี้

ตนก็ค่อย ๆ ถามหญิงลีว่าเกิดอะไรขึ้น ปัญหาคืออะไร สรุปเป็นเรื่องมุมมองในครอบครัว อาจจะเป็นปัญหาข้างในกัน ไม่เข้าใจตรงกัน เลยรู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักขนาดนี้ ทำไมเขาไม่เข้าใจเรา แต่ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ก็ให้เขาได้ในส่วนที่เขาพึงจะได้ ส่วนพ่อแม่ได้เต็มที่อยู่แล้ว

แต่บริษัทที่ทำมา อยากทำเป็นการกุศลดีกว่า เพราะเขาสงสารเด็ก ๆ กำพร้า แต่ยังไม่รู้ระบบบริหาร เลยกลัวดราม่า ตนเลยบอกหญิงลีไปว่าขั้นตอนการทำอย่างไร เพราะผ่านมาหมดแล้ว ให้ไปเริ่มจุดนี้ก่อน ก็แนะนำไป เพราะมีเงินอยู่แล้ว ไม่ต้องระดมทุนอะไร ไม่มีใครว่าหรอก เพราะเราไม่ได้เปิดรับบริจาค

ตนก็บอกให้เขาใจเย็น ๆ ไปทีละสเต็ป และให้กำลังใจเขาเรื่องครอบครัว อะไรที่เป็นปัญหาของคนอื่น แม้เป็นคนในครอบครัว ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ต้องถอยบ้าง ปล่อยเขาไปบ้าง เราก็ทำงานของเราไป อะไรที่ให้ได้พอที่จะให้ แต่บางอย่างให้ไม่ได้ ก็ค่อย ๆ จัดสรร

โทรคุยกันยาวมากพอสมควร กระทั่งมาสรุปค่อย ๆ ดึงใจให้เขากลับมา ให้เขาเครียดน้อยลง ยืนยันว่าหญิงลีไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าอย่างที่หลายคนคิด แต่ปัญหาบางอย่าง เขาใช้หลักธรรมะค่อย ๆ ปลงว่า เมื่อคนเราไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง ก็ควรจัดการทรัพย์สมบัติให้เรียบร้อยก่อน เพราะเขาก็ไม่มีทายาท

ทั้งนี้ หญิงลี เปิดใจกับ ไนน์เอนเตอร์เทน ยืนยันว่าตนเองยังสุขภาพดีไม่คิดฆ่าตัวตาย แต่รู้สึกเคว้งคว้างไม่รู้สิ่งที่ทำอยู่ทำไปเพื่ออะไร จิตใจหญิงลีมันร้าว ถามเรื่องปัญหาครอบครัว หญิงลีบอกว่าไม่มีใครเป็นอย่างใจเราได้ เข้าใจดี ปัญหาทุกอย่างเป็นเรื่องสะสม พยายามปรับทุกอย่างมาเสมอ ไม่อยากให้กระทบครอบครัว เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวจริง ๆ

ยืนยันที่พูดในคลิปให้เป็นตามนั้น ยังใช้ชีวิตปกติ แต่หากเกิดอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตหรือเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ให้ทรัพย์สินมูลค่า กว่า 50 ล้านตกเป็นของสังคมต่อไป ใครอยากช่วยเด็กก็ทำได้ ไม่ต้องรอให้หญิงลีตายก่อน ยังไม่ได้อยากตายแบบไม่มีประโยชน์ ตอนนี้ตัวเองก็อยู่รีสอร์ตที่บุรีรัมย์ ยังเปิดปกติ เตรียมสร้างสระว่ายน้ำด้วย ส่วนงานที่กรุงเทพฯ หยุดไว้ก่อนช่วงโควิด งานคอนเสิร์ตถูกยกเลิกไปมากกว่า 10 งานแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team