ดูหนังออนไลน์
Business

ประเด็นที่ต้องรู้ ก่อนจองซื้อ หรือ คิดลงทุนหุ้น OR!

OR เปิดจองซื้อหุ้น เตรียมเปิดให้ผู้มีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในช่วงปลายเดือนนี้ นับว่าสร้างความคึกคัก ให้กับตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปี เพราะคาดกันว่าจะเป็นหุ้น ที่มีมูลค่าตลาดค่อนข้างสูง

OR เปิดจองซื้อหุ้น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กำหนดราคาจองซื้อ 16-18 บาทต่อหุ้น โดยมีจำนวนหุ้นจดทะเบียน 12,000 ล้านหุ้น ดังนั้นหากคิดตามราคา IPO มูลค่าตลาดจะอยู่ที่ 192,000 ล้านบาท หากราคาอยู่ที่ 16 บาท และมูลค่าตลาดจะอยู่ที่ 216,000 ล้านบาท หากราคา IPO อยู่ที่ 18 บาท

ยิ่งเมื่อเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งราคาอาจขยับขึ้นสูงกว่านี้ มูลค่าตลาดของ OR ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่าไร มูลค่าตลาดก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

OR เปิดจองซื้อหุ้น

สำหรับคนที่มีสิทธิจองซื้อในราคา IPO คือผู้ที่ถือหุ้น บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT อยู่แล้วและน่าจะเป็นคนที่รู้เรื่องหุ้นดีอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าคงศึกษาข้อมูลกันอย่างละเอียด ก่อนจองซื้อ เพราะครั้งนี้ทาง ปตท.ให้จองได้เกินสิทธิ

แต่สำหรับคนทั่วไปที่สนใจลงทุนหุ้น OR อาจจำเป็นต้องรู้ในเบื้องต้น ก่อนไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ภายหลัง เพราะอาจจะเห็นว่าอนาคตของ OR มีแต่จะเติบโตขึ้นตามเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีประเด็นที่จำเป็นต้องรู้ก่อนลงทุน

ประเด็นแรก การนำ OR เข้าตลาดมีความเสี่ยงทางกฎหมายหรือไม่ หลังจากที่มีผู้ร้องเรียนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการ “ขายสมบัติชาติ”

หากพิจารณาจากคำร้องเรียนก่อนหน้านี้ เมื่อหลายปีก่อน ที่เห็นว่าปตท. จะลดสัดส่วนหุ้นใน OR เหลือ 20% แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประเด็นนี้เป็นอันตกไป เพราะปตท.จะขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป 25% หรือราว 3,000 ล้านหุ้น และ ปตท.ถือหุ้น 75% หรือ 9,000 ล้านหุ้น ซึ่งเท่ากับว่า ปตท.ยังถือหุ้นใหญ่สุดเพียงผู้เดีย

OR เปิดจองซื้อหุ้น

ประเด็นที่สอง รายได้ของ OR แข็งแกร่ง จากก่อนหน้านี้อยู่ในกลุ่มปตท. อาจเห็นไม่ชัดว่า เมื่อแยกธุรกิจออกมาแล้ว จะมีรายได้มากน้อยแค่ไหน จากรายงานที่ปตท.ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกปีที่ผ่านมา OR มีรายได้รวม 319,308.4 ล้านบาท ขณะที่ปตท.มีรายได้รวม 1,232,187.60 ล้านบาท (ซึ่งรวมของ OR) หรือ เกือบ 1 ใน 4 ของรายได้กลุ่มปตท.

ประการที่สาม แม้รายได้ของ OR มีสัดส่วนค่อนข้างสูงในกลุ่มปตท. แต่ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจน้ำมันถึง 91% ซึ่งจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกที่หันไปใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงยังต้องใช้เวลา หากมีการเปลี่ยนแปลงจากรถใช้น้ำมันไปเป็นรถไฟฟ้า “เร็ว” ก็จะกระทบรายได้ ซึ่งขณะนี้ทาง OR ได้เตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงในสถานีบริการน้ำมัน พร้อมจะปรับเปลี่ยนไปได้ทันที แต่จะกระทบต่อรายได้แค่ไหนยังเป็นประเด็นท้าทายสำหรับ OR

OR เปิดจองซื้อหุ้น คิดก่อนตัดสินใจ 

ประการที่สี่ OR ปรับเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น สมกับชื่อ ปตท.น้ำมันและค้าปลีก แต่สัดส่วนรายได้กลุ่มนี้ หรือ ที่เรียกว่า Non-oil ยังเติบโตไม่มากนัก และยังมีสัดส่วนรายได้ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดของ OR ซึ่งมาจากน้ำมัน โดยในช่วง 9 เดือนแรกปี 2563 มีรายได้รวม 12,248.8 ล้านบาท คิดเป็น 3.8% ของรายได้รวม

ประการที่ห้า OR มีฐานธุรกิจค้าปลีกในสถานีบริการน้ำมัน  ปัจจุบันถือว่า OR มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในบรรดาธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ด้วยสถานีบริการทั้งในและต่างประเทศมากถึง 2,297 แห่ง และที่มาแรงแซงโค้งของธุรกิจในเครือและมีอัตราการเติบโตสูง คือ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ซึ่งปัจจุบันมีมากถึง 3,440 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงร้านสะดวกซื้อมากกว่า 2,000 แห่ง ดังนั้น OR นับว่าความแข็งแกร่งอย่างมากด้านช่องทางการจำหน่าย

OR เปิดจองซื้อหุ้น

ประการที่หก กำไรสุทธิของ OR ยังไม่โดดเด่นมากนัก เมื่อดูจากงบการเงินที่เปิดเผยออกมา โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มีกำไรสุทธิ 5,686.5 ล้านบาท คิดเป็น 1.8% เมื่อเทียบกับปีกอนหน้านี้ลดลงเล็กน้อย และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิของ OR ก็ขึ้นๆลงๆ

ประการที่เจ็ด OR มีแผนใช้เงินที่ได้จากการจำหน่ายหุ้นครั้งนี้ เพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน  ปัจจุบัน OR มีสถานีบริการในหลายประเทศ และเริ่มรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ดังนั้น โอกาสการติบโตจึงขึ้นกับการเติบโตในต่างประเทศด้วย ในขณะที่ในประเทศค่อนข้างเต็มแล้ว อาจเติบโตได้ไม่มากไปกว่าระดับปัจจุบัน

ดังนั้น หากใครสนใจลงทุนใน OR ไม่ว่าจะมีสิทธิจองซื้อหุ้น หรือ ไม่มีสิทธิและประสงค์จะซื้อผ่านตลาดหุ้น ลองพิจารณาจุดแข็ง-จุดอ่อน เพื่อประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ ผู้บริหาร OR เตรียมนำเสนอข้อมูลผ่านออนไลน์ ในวันพุธที่ 20 ม.ค.นี้ เวลา 14.30-16.00 น. ใครสนใจติดตามได้!!

อ่านข่าวเพิ่มเติม:

The Bangkok Insight Editorial Team