ดูหนังออนไลน์
COVID-19

สธ. ถามตรง ‘ซิโนแว็ก’ ยืนยันประสิทธิภาพวัคซีน ยันนำเข้าตามแผน 2 ล้านโดส

สธ. ยันไทยนำเข้าวัคซีนโควิดจากซิโนแว็กตามแผน แม้ยังรอความชัดเจนเรื่องประสิทธิภาพ เผยขอข้อสงสัยให้ซิโนแว็กชี้แจง หลังมีข่าวทดลองระยะ 3 ประสิทธิผลต่ำ

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาเลือกวัคซีนของประเทศไทยนั้น จะคำนึงถึงเรื่องคุณสมบัติว่า มีคุณภาพและประสิทธิภาพ รวมทั้งมีความเหมาะสมหรือไม่ ราคาเป็นอย่างไรเนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และจำนวนเพียงพอที่ต้องการหรือไม่ เพราะมีรายงานว่า บางรายมีคุณภาพดี แต่จะส่งมอบได้ต้องรอถึงปลายปี อีกทั้งวัคซีนที่นำมาใช้ ต้องไม่เกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวที่อาจทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า ผลทดลองใช้วัคซีนระยะ 3 ของบริษัท ซิโนแว็ก ของสถาบันบูตันตัน ในบราซิลที่ออกมาว่ามีประสิทธิผล 50.4% เท่านั้น โดยวัคซีนดังกล่าว เป็นตัวเดียวกับที่เราสั่งซื้อไว้ 2 ล้านโดส และจะเริ่มทยอยนำเข้า 2 แสนโดสแรกในเดือน กุมภาพันธ์ 2564

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในเรื่องดังกล่าว ยังมีค่อนข้างจำกัด จึงได้ขอข้อมูลโดยตรงไปยังบริษัท ซิโนแว็ก ซึ่งในขั้นตอนการยื่นขอขึ้นทะเบียนต่อ อย. ทางซิโนแว็ก ต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า วัคซีนที่จะนำมาใช้ ต้องมีคุณภาพยอมรับได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อแผนนำเข้าวัคซีนจากบริษัท ซิโนแว็ก

“คำว่าประสิทธิภาพในภาพรวม 50.4% หมายความว่า ระหว่างผู้ที่ฉีดวัคซีน กับไม่ฉีดวัคซีน จะมีอัตราการติดเชื้อแตกต่างกัน โดยสามารถป้องกันไม่ให้ติดเชื้อได้เลย 50.4% ซึ่งทดลองในพื้นที่ ที่มีการระบาดสูง กับบุคลากรทางการแพทย์”นพ.ศุภกิจ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า วัคซีนดังกล่าว สามารถป้องกันการป่วยได้ 78% และไม่มีอาการหนัก 100% ซึ่งปัจจบันไม่ว่าบริษัทใดที่มีผลการศึกษาเฟส 3 ออกมา เป็นผลการทดลองในระยะต้น ๆ การทดลองที่สมบูรณ์แบบต้องใช้เวลาอีก 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์

สำหรับข้อดีวัคซีนของจีน คือ ผลิตจากเชื้อตาย โดยนำเชื้อโควิด-19 มาน็อคให้หมดฤทธิ์ แล้วฉีดเข้าไปในร่างกาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิม ที่เป็นเทคโนโลยีที่เราคุ้นชิน และทางการจีนได้นำไปฉีดให้กับทหาร และบุคลากรทางการแพทย์เป็นจำนวนมากพอสมควร หลายแสนราย และไม่พบผลข้างเคียง

ด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนวัคซีน จะต้องมีการตรวจสอบ โดยมีหลักการประเมิน 3 ประการ คือ คุณภาพ, ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ

ส่วนผู้ขอขึ้นทะเบียนวัคซีน จะต้องยื่นข้อมูลให้พิจารณา เนื่องจากเป็นสถานการณ์เร่งด่วน โดยเริ่มให้ทยอยยื่นข้อมูลได้แล้ว ขณะเดียวกันจะมีผู้เชี่ยวชาญจากทั่วประเทศมาร่วมพิจารณาไปล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดความรวดเร็วขึ้น แต่ครบถ้วนตามขั้นตอนภายในเดือน มกราคม 2564

ปัจจุบันมีผู้ขอทะเบีนวัคซีนแล้ว 2 ราย คือ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า และบริษัท ซิโนแว็ก นอกจากนี้ อย. ยังพร้อมให้เอกชนยื่นขอขึ้นทะเบียน เพื่อนำเข้าวัคซีนได้เช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team