ดูหนังออนไลน์
World News

แห่ชื่นชม ‘ทวิตเตอร์’ แบนบัญชี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ถาวร

บรรดาแกนนำด้านสิทธิพลเรือนจำนวนหนึ่ง ออกมาแสดงความชื่นชม ต่อการเคลื่อนไหวล่าสุดของ “ทวิตเตอร์” แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดัง ที่ตัดสินใจปิดบัญชีผู้ใช้งานของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ อย่างถาวร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แกนนำด้านสิทธิพลเรือนในสหรัฐจำนวนหนึ่ง ที่โจมตีทวิตเตอร์มาเป็นเวลานาน เกี่ยวกับการแพร่กระจาย “hate speech” และความแตกแยก พากันออกมาชื่นชมต่อการเคลื่อนไหวล่าสุดของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรายนี้ ที่ตัดสินใจระงับบัญชีทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

โจนาธาน กรีนแบลตต์ ซีอีโอกลุ่ม Anti-Defamation League กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็น “ขั้นตอนที่ยอดเยี่ยม”

“นับเป็นจุดจบอย่างเหมาะสมของมรดกแห่งการสาดพ่นความเกลียดชัง และพิษร้าย ประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้โซเชียลมีเดีย ปลุกระดมให้เกิดการจลาจลรุนแรง ที่อาคารรัฐสภา และเขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนนี้”

เช่นเดียวกับอีริค เนอิง โฆษกกลุ่ม Muslim Advocates ที่ระบุว่า ทวิตเตอร์แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

“อย่างที่ทวิตเตอร์ระบุ การปล่อยให้ทรัมป์ทวีตข้อความ โพสต์บนเฟซบุ๊ก ขึ้นคลิปวิดีโอบนยูทูบ เพื่อกลุ่มผู้สนับสนุนชาตินิยมผิวของของเขาต่อไปนั้น เป็นความเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดการปลุกระดมความรุนแรงขึ้นมาก ตอนนี้ ก็ขึ้นอยู่กับเฟซบุ๊ก และยูทูบแล้ว ที่จะเดินตามการนำของทวิตเตอร์หรือไม่”

‘ทวิตเตอร์’’ แบนบัญชี ‘ทรัมป์’ ถาวร

เมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) ตามเวลาในสหรัฐ ทวิตเตอร์ประกาศระงับการใช้งานบัญชี @realDonaldTrump ซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการถาวร โดยให้เหตุผลว่าตัดสินใจระงับบัญชีดังกล่าวเนื่องจากมี “ความเสี่ยงปลุกปั่นความรุนแรงในอนาคต”

การระงับบัญชีของผู้นำสหรัฐดังกล่าว มีขึ้นหลังทวิตเตอร์ระงับบัญชีของเขาเป็นเวลา 12 ชั่วโมงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 ม.ค.) หลังเกิดเหตุผู้สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์บุกเข้าอาคารรัฐสภาสหรัฐ ในขณะที่สมาชิกรัฐสภาเตรียมรับรองชัยชนะของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ทวิตเตอร์ แถลงว่า แม้บริษัทจะมีหลักการในการดูแลบัญชีของผู้นำประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งโดยเฉพาะ เพื่อให้สาธารณชนรับการสื่อสารจากพวกเขาโดยตรง แต่บัญชีเหล่านี้ก็ไม่ได้อยู่เหนือกฎของทวิตเตอร์ และเจ้าของบัญชีก็ไม่สามารถใช้บัญชีทวิตเตอร์ ปลุกปั่นความรุนแรงได้

ทวิตเตอร์ลงรายละเอียดการตัดสินใจครั้งนี้ โดยระบุว่า เมื่อวันศุกร์ ผู้นำสหรัฐ ทวีตข้อความว่า

“ชาวอเมริกันผู้รักชาติที่ยิ่งใหญ่ 75,000,000 คนที่เลือกผม เลือก AMERICA FIRST และเลือก MAKE AMERICA GREAT AGAIN จะมีพลังเสียงอันยิ่งใหญ่ในอนาคต พวกเขาจะไม่ถูกดูหมิ่นหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม!!!”

หลังจากนั้นไม่นานประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตอีกข้อความว่า

“ถึงทุกคนที่ถาม ผมจะไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคม”

ทวิตเตอร์ให้เหตุผลว่า เมื่อพิจารณาถึงบริบทของเหตุการณ์แล้ว การใช้ภาษาในทวีตข้อความทั้ง 2 ทวีตนี้ ละเมิดนโยบาย “การเชิดชูการใช้ความรุนแรง” (Glorification of Violence) โดยให้เหตุผลว่า

การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าจะไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นการยืนยันต่อผู้สนับสนุนของเขาว่า การเลือกตั้งไม่ชอบธรรม และยังขัดต่อทวีตข้อความของแดน สกาวิโน ผู้ช่วยหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายสื่อสาร ที่ระบุว่า จะมีการ “เปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างเรียบร้อย” ในวันที่ 20 มกราคม

ส่วนทวีตข้อความที่สอง อาจเป็นการเชิญชวนให้ผู้ที่จะใช้ความรุนแรงเห็นว่า พิธีดังกล่าวเป็นเป้าหมายที่ “ปลอดภัย” เนื่องจากตัวของประธานาธิบดีทรัมป์ จะไม่เข้าร่วมงาน

ทั้งการที่ทรัมป์ กลับมาใช้คำว่า “ชาวอเมริกันผู้รักชาติ” หรือ American Patriots เพื่อสื่อถึงผู้สนับสนุนของเขา หลังใช้คำนี้ในการปราศรัยก่อนเกิดเหตุบุกอาคารรัฐสภา เพื่อสื่อถึงผู้สนับสนุนของเขา สามารถตีความได้ว่า เป็นการสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรงที่อาคารรัฐสภาสหรัฐ

การระบุว่า ผู้สนับสนุนของเขามี “พลังเสียงอันยิ่งใหญ่ในอนาคต” และ “พวกเขาจะไม่ถูกดูหมิ่นหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม!!!” อาจตีความได้ว่า ทรัมป์ต้องการบ่งบอกว่า เขาจะไม่อำนวยความสะดวกให้มีการ ”เปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างเรียบร้อย” และเขาวางแผนจะสนับสนุน ส่งเสริม และปกป้องผู้ที่เห็นว่าเขาคือผู้ชนะการเลือกตั้ง

แถลงการณ์บอกด้วยว่า ขณะนี้มีการเริ่มวางแผนประท้วงแบบติดอาวุธ ทั้งในทวิตเตอร์ และในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ รวมถึงแผนโจมตีอาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตันและในรัฐอื่น ๆ ในวันที่ 17 มกราคมนี้

“เราเห็นว่า ทวีตข้อความทั้งสองนี้ อาจจูงใจให้ผู้อื่นลอกเลียนเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมาได้ และมีสิ่งบ่งบอกว่า มีการรับทราบ และเข้าใจสารของทวีตเหล่านี้ว่า เป็นการสนับสนุนการกระทำดังกล่าว” 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team