ดูหนังออนไลน์
World News

‘วอชิงตัน’ ประกาศภาวะฉุกเฉิน 15 วัน ม็อบ ‘ทรัมป์’ บุกรัฐสภา ดับ 4 ศพ เจอซุกระเบิด

กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐ ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 15 วัน จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ หลังเกิดเหตุจลาจลกลางเมืองหลวงจากการที่กลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งบางส่วนมีอาวุธ บุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภา ช่วงบ่ายวานนี้ (6 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลเพิ่มเป็น 4 คน

การชุมนุม และบุกรุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา สหรัฐ เกิดขึ้นในขณะที่สมาชิกรัฐสภากำลังประชุมเพื่อรับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดน ว่าที่ผู้นำสหรัฐ คนใหม่ จนทำให้ต้องยุติการประชุม และปิดอาคารรัฐสภา

สหรัฐ

ตำรวจกรุงวอชิงตัน ดีซี เปิดเผยข้อมูลผู้เสียชีวิตล่าสุดว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ที่ถูกตำรวจยิง ซึ่งสื้อสหรัฐ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นทหารอากาศผ่านศึก ชาวเมืองซาน ดิอาโก ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย เสียชีวิต อันเนื่องมาจาก “เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์”

ขณะเดียวกันมีผู้ถูกจับกุมแล้วทั้งสิ้น 52 คน ในจำนวนนี้ 47 คน กระทำผิดจากการฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิว

ในเวลาต่อมา นางมูเรียล โบว์เซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี และผู้ว่าการตำรวจ แถลงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า หญิงผู้เสียชีวิตเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมที่บุกเข้าภายในอาคาร และเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สหรัฐ

สหรัฐ

นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี ยังได้ประกาศภาวะฉุกเฉินสาธารณะเป็นเวลา 15 วัน จนถึงวันที่ 21 มกราคมนี้ หรือหนึ่งวันหลังเสร็จสิ้นการประกอบพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน

การประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าว มีขึ้นหลังทางการกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของเมื่อวานนี้ จนถึงเวลา 06.00 น. วันนี้ ( 7 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อรับมือกับเหตุจลาจลที่เกิดขึ้น

สหรัฐ

สหรัฐ

ขณะบุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภา ตำรวจวอชิงตันเปิดเผยว่าผู้สนับสนุนทรัมป์ ซึ่งบางส่วนสวมชุดป้องกันตัว ได้ใช้สารเคมีที่ทำให้ระคายเคือง โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ชุมนุมต่างตะโกน “พวกเขาอยู่ไหน” และ “เราต้องการทรัมป์”

ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำตัวสมาชิกรัฐสภา และสื่อมวลชนไปยังบริเวณที่ไม่มีการเปิดเผย  ในเวลาเดียวกันก็มีการเสริมกำลังจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เพื่อควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังทรัมป์ กล่าวต่อหน้าผู้สนับสนุนหลายพันคน ที่ร่วมเดินขบวนในกรุงวอชิงตันก่อนหน้านี้ว่า “เราจะไม่ยอมแพ้” แม้คณะผู้เลือกตั้งได้ลงคะแนนเสียงยอมรับว่านายไบเดน คือผู้ชนะการเลือกตั้งแล้วก็ตาม

สหรัฐ

นายไบเดนคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังเก็บคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งได้ 306 เสียง ส่วนนายทรัมป์ได้ 232 เสียง นายไบเดน ยังได้คะแนนมหาชนมากกว่านายทรัมป์อย่างน้อย 7 ล้านเสียง

ที่ผ่านมา ทีมงานของนายทรัมป์ ยื่นคำร้องต่อศาลคัดค้านผลการเลือกตั้งหลายสิบครั้งในหลายรัฐ แต่ไม่ประสบผล ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกัน พยายามหาทางพลิกผลการเลือกตั้งในบางรัฐ แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะให้ทำเช่นนั้นได้

รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ประธานวุฒิสภา ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร และจะเป็นผู้ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งของคณะผู้เลือกตั้ง ยืนยันว่าเขาจะไม่ยับยั้งการรับรองว่า นายไบเดนเป็นผู้ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี แม้ว่าจะมีการร้องขอจากนายทรัมป์ก็ตาม

สหรัฐ

เกิดอะไรขึ้นที่อาคารรัฐสภาสหรัฐ 

12.45 น. หรือประมาณ 00.15 น. ของวันที่ 7 มกราคม 2564 ตามเวลาไทย ทรัมป์เปิดปราศรัยกับฝูงชนที่อุทยานเนชันแนล มอลล์ อ้างว่ามีการโกงการเลือกตั้ง พร้อมประกาศว่า “เราจะไม่ยอมแพ้” ก่อนก็ปลุกให้มวลชนเดินขบวนไปยังสภาคองเกรส

14.15 น. ผู้สนับสนุนนายทรัมป์จำนวนมาก รวมตัวที่บริเวณบันไดฝั่งตะวันออกของอาคารรัฐสภา และเริ่มผลักดันแนวกั้น และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เพื่อบุกเข้าไปภายในอาคาร จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ซึ่งใช้สเปรย์พริกไทย และยิงแก๊สน้ำตา สกัดกั้นผู้ชุมนุม

ด้านตำรวจวอชิงตันให้ข่าวว่าผู้สนับสนุนทรัมป์ ซึ่งบางส่วนสวมชุดป้องกันตัวได้ใช้สารเคมีที่ทำให้ระคายเคืองพ่นใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านในอาคาร สมาชิกรัฐสภา รวมถึง นางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐ ถูกนำตัวออกจากอาคาร บางคนสวมหน้ากากกันแก๊สพิษด้วย มีการเสริมกำลังจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และหน่วยเจ้าหน้าที่อารักขา เพื่อควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

15.00 น. ผู้ชุมนุมบางส่วน เข้าไปในอาคารได้สำเร็จ ผู้ชุมนุมคนหนึ่งขึ้นไปบนบัลลังก์วุฒิสภา และตะโกน “ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง” ผู้ชุมนุมอีกคนหนึ่งเข้าไปนั่งในห้องทำงานของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และเอาขาพาดบนโต๊ะ

นายไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายทรัมป์ “ทำตามคำสัตย์ปฏิญาณที่ให้ไว้ และปกป้องประชาธิปไตย ด้วยการทำให้การชุมนุมยุติลง”

“การโจมตีอาคารรัฐสภาไม่ใช่การชุมนุมเรียกร้อง แต่เป็นการก่อจลาจล” นายไบเดน ระบุ และว่า “ประชาธิปไตยเป็นสิ่งเปราะบาง การจะพิทักษ์ไว้ได้ จะต้องอาศัยผู้นำที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เพื่ออำนาจของตัวเอง”

ด้านนายทรัมป์โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ให้ผู้ชุมนุมไม่ใช่ความรุนแรงและสลายตัว

“ผมรับรู้ความเจ็บปวดของพวกคุณ ผมรู้ว่าคุณเจ็บ” นายทรัมป์ กล่าว แต่ยังคงยืนยันว่า มีการขโมยชัยชนะในการเลือกตั้ง  “ทุกคนรู้ดี โดยเฉพาะอีกฝ่ายหนึ่ง แต่พวกคุณต้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้” เขาบอกกับผู้ชุมนุม

“นี่เป็นการเลือกตั้งที่มีการโกงกัน แต่เราไม่อาจตกอยู่ในน้ำมือของคนเหล่านี้ได้ เราจะต้องมีสันติ” นายทรัมป์ระบุ

17.06 น. มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน จากเหตุผู้ชุมนุมปะทะกับตำรวจ เป็นพลเรือนหญิง ถูกยิงที่หน้าอก

17.39 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่อาคารรัฐสภาเอาไว้ได้ และมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิด ทำลายวัตถุต้องสงสัยที่ถูกพบบริเวณด้านนอกของสำนักงานพรรครีพับลิกัน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากอาคารรัฐสภา

18.00 น. นางมูเรียล โบว์เซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศเคอร์ฟิว โดยมีผลตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 มกราคม ถึง 06.00 น. ของวันที่ 7 มกราคมตามเวลาท้องถิ่น

18.27 น. ตำรวจวอชิงตัน ดีซี เปิดเผยว่าสามารถกันผู้ชุมนุมออกจากบริเวณรัฐสภาได้แล้ว มีการจับกุมผู้ชุมนุม 13 คน ระหว่างเหตุจลาจล  ยึดปืนพก และปืนยาวได้ 5 กระบอก นอกจากนี้ยังระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งบาดเจ็บ

สหรัฐ

18.37 น. นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ประกาศว่า สภาคองเกรสจะกลับมาทำการประชุมเลือกประธานาธิบดีอีกครั้ง ในวันนี้

19.00 น. กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าเสริมกำลังเพิ่มเติมอีก 2,700 นายที่อาคารรัฐสภา

22.00 น. โดยประมาณ การประชุมร่วมวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เพื่อประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งของคณะผู้เลือกตั้ง และรับรองว่านายไบเดนเป็นผู้ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี

ที่มา : บีบีซี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team