ดูหนังออนไลน์
Business

‘พาณิชย์’ มั่นใจ ‘สหรัฐ’ ต่ออายุ ‘GSP’ ชี้ อาจช้า แต่ไม่กระทบส่งออก

กรมการค้าต่างประเทศมั่นใจสหรัฐ ต่ออายุ GSP ที่ให้กับทุกประเทศแน่ หลังผู้ซื้อ ผู้นำเข้า สมาคมการค้าในสหรัฐ ยื่นหนังสือล็อบบี้รัฐสภา และไทยเองก็ได้ร่วมกับกลุ่มประเทศที่ได้ GSP ยื่นหนังสือด้วย เผยไม่มีผลกระทบต่อการส่งออก แค่อาจจะช้าไปบ้าง เหตุสหรัฐกำลังจะมีรัฐบาลใหม่ และต้องสู้กับโควิด-19

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการต่ออายุโครงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) โครงการใหม่ ที่สหรัฐให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งไทย ว่า ขณะนี้โครงการเดิมได้หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 และอยู่ระหว่างรอการดำเนินการของสหรัฐ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีการต่ออายุเมื่อใด

การต่ออายุที่ผ่านมา ใช้เวลานานหลายเดือน ครั้งที่แล้วดีเลย์ไปถึง 4 เดือนกว่าจะต่ออายุโครงการ แต่จะต่อช้าหรือเร็ว ก็ไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปสหรัฐ เพราะผู้นำเข้า ยังนำเข้าได้ปกติ เพียงแต่ต้องจ่ายภาษีไปก่อน และเมื่อโครงการได้รับการต่ออายุ ก็ไปขอคืนภาษีได้

“ตอนนี้สหรัฐ มีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการหลายเรื่อง ทั้งการมีรัฐบาลใหม่ หลังจากที่เพิ่งมีการเลือกตั้งเสร็จ และการต่อสู้กับโควิด-19 ที่ยังมีการระบาดอยู่ ทำให้สหรัฐ ต้องดูความจำเป็นเรื่องที่จะทำก่อน และหลัง โดยโครงการ GSP ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ปกติสหรัฐ ก็ต่ออายุช้าอยู่แล้ว บางครั้งนาน 6 เดือนและเกือบ 1 ปีก็มี แต่สุดท้ายแล้วก็ต่อ อยู่ที่ว่าจะต่อเมื่อใด”

นายกีรติ แสดงความมั่นใจว่า สหรัฐจะต่ออายุโครงการ GSP แน่นอน เพราะมีผู้สนับสนุนการต่ออายุเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่กลางปี 2563 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน  2563 กลุ่มผู้ประกอบการภาคเอกชนสหรัฐ มีทั้งผู้นำเข้า และสมาคมการค้าต่าง ๆ ได้รวมตัวกันประมาณ 222 ราย ทำหนังสือถึงกรรมาธิการการเงิน ของรัฐสภา สหรัฐ ให้พิจารณาต่ออายุโครงการ GSP

ต่อมาทำหนังสือย้ำไปอีกวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 และครั้งล่าสุด วันที่ 1 ธันวาคม 2563 รวมทั้งหมด 3 ครั้ง โดยให้เหตุผลว่าการที่สหรัฐให้ GSP กับประเทศต่าง ๆ ทำให้ผู้นำเข้าประหยัดต้นทุน และผู้บริโภคสหรัฐ ได้บริโภคสินค้าราคาถูกลง

นอกจากนี้ ไทยยังผลักดันให้สหรัฐ ต่ออายุโครงการ GSP โดยเร็วด้วย โดยเมื่อเดือนกันยายน 2563 สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ร่วมกับกลุ่มประเทศที่ได้ GSP จำนวน 26 ประเทศ ทำหนังสือถึงวุฒิสภา สหรัฐ ขอให้เร่งพิจารณาการต่ออายุโครงการ GSP แล้ว

กีรติ รัชโน

สำหรับการใช้สิทธิ GSP ในช่วง 9 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่าการใช้สิทธิรวม 3,271.43 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.44% โดยสหรัฐใช้สิทธิสูงสุด 2,905.83 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.63%

สินค้าใช้สิทธิส่งออกสำคัญ เช่น ถุงมือยาง อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ ใช้สิทธิรองลงมา 238.96 ล้านดอลลาร์ ลดลง 0.19% รัสเซียและเครือรัฐเอกราช ใช้สิทธิ 102.22 ล้านดอลลาร์ ลดลง 2.30% และนอร์เวย์ ใช้สิทธิ 24.42 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33.96%

ส่วนการใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออก ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในช่วง 9 เดือนปี 2563 มีมูลค่า 42,337.88 ล้านดอลลาร์ ลดลง 15.85% โดยตลาดที่ไทยใช้สิทธิส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน อาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย

สินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิสูง เช่น ทุเรียนสด ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ ผลไม้ (ลำไย เงาะ ลางสาด) รถบรรทุกขนส่งขนาดไม่เกิน 5 ตัน เครื่องปรับอากาศ ฝรั่ง มะม่วง มังคุด มันสำปะหลัง เป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team