ดูหนังออนไลน์
Business

10 หุ้นดับ ‘ราคาร่วงแรงสุด’ ในรอบปี 2563 

รุป 10 หุ้นดับ “ราคาร่วงแรงสุด” ในรอบปี 2563 เป็นประจำทุกปีที่เราจะสรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยในรอบปีมาฝากกัน เพื่อรีวิวให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเราผ่านอะไรกันมาบ้าง ซึ่งในบทความนี้จะพาไปดูก่อนว่าปี 2563 เป็นปีที่แย่ของหุ้นตัวไหนบ้าง สำหรับในรอบปี 2563 (วันที่ 2 ม.ค. – 25 ธ.ค. 2563) ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ให้ผลตอบแทนติดลบ 6.86% หรือลดลง 109.51 จุด และนี่คือ 10 อันดับหุ้นที่สร้างผลตอบแทนลดลงมากที่สุด*

*หมายเหตุ: อิงราคาหุ้นตั้งแต่วันเปิดตลาดปี 2563 คือระหว่าง 2 ม.ค. – 25 ธ.ค. โดยคัดเฉพาะหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์เกินค่าเฉลี่ยตลาดที่ 3 หมื่นล้านบาท ขึ้นไปเท่านั้น

1. EGCO หรือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 41.39% หลังจากเป็นขาขึ้นรอบใหญ่มาตั้งแต่ปี 2561 และเพิ่งทำ All Time Higt ที่ 396 บาทเมื่อเดือนตุลาคม2562 แต่ในปีนี้ EGCO สร้างความผิดหวังให้นักลงทุนทีเดียว เพราะนับตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นก็เข้าสู่ขาลงรอบใหญ่ เนื่องจากผลประกอบการที่ขาดทุนในไตรมาสแรก แถมยังเจอโรคเลื่อนทั้งการจ่ายไฟฟ้าบางโครงการ และแผนนำเข้า LNG แต่ต้องบอกว่าการที่ EGCO มูลค่าร่วงแรงแบบนี้ ทำให้เหลืออัพไซด์อยู่มาก เพราะพื้นฐานธุรกิจไม่ได้เปลี่ยนแปลง ทำให้นักวิเคราะห์ยังประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ค่อนข้างสูงนั่นเอง

2. DTAC หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 36.62% เป็นหุ้นที่เจอมรสุมต้นปีท้ายปี เริ่มตั้งแต่เดือนก.พ. ที่มีการประมูลคลื่น 5G โดย DTAC ได้ใบอนุญาตมาเพียง 2 ใบเท่านั้น ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่ช่วงปลายปีก็เจอประเด็นร้อนระบบ OTP ล่มระหว่างช่วงลงทะเบียนคนละครึ่ง เป็นสาเหตุให้หุ้น DTAC เจอประเด็นลบอย่างหนัก

3. TCAP หรือ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 33.80% TCAP ราคาร่วงแรงมาตั้งแต่เดือนมีนาคม จากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอลง ด้วยการหดตัวของสินเชื่อรถยนต์ และบริษัทลูกอย่าง MBK ที่เจอผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่หายไปจากโควิด-19 ที่สำคัญคือประเด็นการหลุดจาก SET50 ทำให้ความน่าสนใจของ TCAP ในปีนี้ลดลงไป

4. KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 32.20% เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่โดนกดดันอย่างหนักเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการงดจ่ายปันผลระหว่างกาล การพักชำระหนี้ และการตั้งสำรองที่สูงขึ้นเพื่อรับมือกับวิกฤติ ทำให้ KTB โดนปรับลดประมาณกำไรปี 2563-2565 ลงกว่า 20%

5. TMB หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 32.14% แม้ภาพรวมผลประกอบการและพื้นฐานของ TMB จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าธนาคารพาณิชย์อื่นๆ จากการควบรวมกิจการกับ TBANK แต่กลับเป็นหุ้นที่ราคาวิ่งสวนกับปัจจัยพื้นฐานพอสมควร เนื่องจากนักลงทุนตอบรับ sentimemt เชิงลบตามธุรกิจธนาคารอื่นๆ 

6. VGI หรือ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 30.96% ด้วยธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านที่เป็นรายได้หลักของ VGI เจอผลกระทบเต็มๆ จากมาตรการ lockdown ทำให้คนออกจากบ้านน้อยลง ผู้โดยสารรถไฟฟ้าหายไปกว่าครึ่ง เม็ดเงินซื้อสื่อโฆษณาก็หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้บริษัทพลิกขาดทุน 2 ไตรมาสติดแล้ว

7. SCCC หรือ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 30.03% ผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์และปูนสำเร็จรูปเบอร์สองของประเทศไทย ที่สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศที่ไม่เติบโต และยังไม่มีปัจจัยบวกอะไรที่ดึงดูดนักลงทุน

8. SCB หรือธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 28.60% เป็นธนาคารพาณิชย์ที่เจอผลกระทบเช่นเดียวกับธนาคารอื่นๆ ในอุตสาหกรรมการเงิน นอกจากนี้ในช่วงหลัง SCB ยังนำมาวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องประเด็นทางการเมือง จนถึงผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีกด้วย

9. BTS หรือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง  28.40% BTS เจอผลกระทบในเรื่องยอดผู้โดยสารรถไฟฟ้า ที่ลดลงอย่างมากในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม  แม้ปัจจุบันยอดผู้โดยสารจะเริ่มกลับมา แต่ก็เพียง 80% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เพราะนักท่องเที่ยวที่หายไป

10. M หรือบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้นปรับลดลง 27.24% เป็นธุรกิจร้านอาหารที่ยอดขายได้รับผลกระทบจากการปิดห้างในช่วงโควิด-19 เช่นกัน  แม้จะกลับมาเปิดได้ตามปกติแล้ว แต่รายได้ก็กลับเข้ามาเพียง 60% จากช่วงเวลาปกติเท่านั้น จึงเป็นปีที่ไม่ใช่ปีทองของเอ็มเคเท่าไหร่นัก 

คำเตือน: บทความนี้ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อ หรือขายหุ้นตัวนี้แต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

InveStory