Economics

บอร์ดไฟเขียวแผนฟื้นฟู ‘ขสมก.’ คาดพนักงานยื่นเออร์รี่ 5 พันคน

บอร์ดไฟเขียวแผนฟื้นฟู “ขสมก.” คาดมีพนักงานยื่นเออร์รี่รีไทร์ 5 พันคน เตรียมเปิดประมูลซ่อมบำรุงและปรับสภาพรถเมล์เอ็นจีวีเก่า 323 คัน วงเงินรวม 1.2 พันล้านบาท

นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บอร์ด ขสมก.) เปิดเผยว่า วันนี้ (11 ต.ค.) บอร์ดมีมติเห็นแผนฟื้นฟูกิจการตามที่ ขสมก. เสนอ โดยหลังจากนี้จะส่งให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป ซึ่งแผนฟื้นฟูดังกล่าวครอบคลุมโครงการจัดหารถเมล์ 3,000 คัน วงเงินลงทุนราว 13,000 ล้านบาทด้วย

นอกจากนี้ บอร์ดได้เห็นชอบเงื่อนไขการประมูล (TOR) โครงการซ่อมบำรุงรถเมล์ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 323 คัน ระยะเวลา 5 ปี วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท หลังจากนี้ ขสมก. สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที เพราะโครงการบรรจุในงบประมาณดำเนินการ

ขณะเดียวกันบอร์ดได้รับทราบเงื่อนไขการประมูล (TOR) โครงการปรับปรุงสภาพรถเมล์เอ็นจีวี 323 คันดังกล่าว วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาทต่อคัน หรือรวมแล้วไม่เกิน 161.5 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ ขสมก. ต้องเสนอเรื่องให้บอร์ดเห็นชอบการเปิดประมูลอีกครั้ง ซึ่งจะดำเนินการได้เร็วที่สุดในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่เมื่อจัดซื้อจัดจ้างเสร็จและได้รายชื่อผู้ชนะการประมูลแล้ว ก็ยังไม่สามารถลงนามสัญญาได้ จนกว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมชาติจะเห็นชอบการทบทวนงบลงทุนของโครงการนี้

เปิดแผนฟื้นฟู ขสมก.

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า ขสมก. จะใช้แผนฟื้นฟูกิจการเป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้ ขสมก.สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระกับภาครัฐ และประชาชนผู้ใช้บริการจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

แผนฟื้นฟูกิจการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ 1) เพื่อปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้รถใหม่และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ 2) เพื่อให้ ขสมก. สามารถเลี้ยงตัวเองได้ลดภาระกับภาครัฐ

กลยุทธ์ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการฉบับนี้มี 7 ด้าน

1) การจัดหารถโดยสาร 3,000 คัน ได้แก่ โครงการจัดซื้อรถเมล์ปรับอากาศเชื้อเพลิงเอ็นจีวีใหม่จำนวน 489 คัน, โครงการปรับปรุงสภาพรถโดยสารเอ็นจีวีเดิมจำนวน 323 คัน, โครงการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) จำนวน 35 คัน, โครงการจัดซื้อรถเมล์ไฮบริด จำนวน 1,453 คัน และโครงการเช่ารถเมล์ใหม่ จำนวน 700 คัน แบ่งเป็น เช่ารถเมล์ไฮบริด 400 คันและเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 300 คัน

2) การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ซึ่งมีทั้งหมด 7 โครงการ ได้แก่ การติดตั้งและใช้งานในระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์บนรถโดยสาร (E-Ticket), ระบบบริหารงานหลักองค์กร (Enterprise Resource Planning : ERP), การติดตั้งระบบตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติการเดินรถ (GPS) บนรถโดยสาร, การติดตั้ง WIFI, ป้ายอัจฉริยะ, การออกบัตรร่วม และเพิ่มช่องทางการชำระค่าโดยสารโดยนำระบบ QR-Code มาใช้

3) การปรับปรุงเส้นทางเดินรถเพื่อลดการทับซ้อน เชื่อมต่อและรองรับกับระบบขนส่งสาธารณะระบบราง และมีเส้นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ

4) การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดกระชับลง (LEAN) จากจำนวนพนักงาน 5.14 คนต่อรถ 1 คันในปี 2561 จะลดลงเป็น 2.75 คนต่อรถ 1 คันในปี 2565 โดยคาดการณ์ว่าจะมีพนักงานเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) จำนวน 5,051 คน แบ่งเป็นปี 2563 มีพนักงานสำนักงานเข้าร่วม 655 คน, ปี 2564 พนักงานเก็บค่าโดยสาร 2,198 คน และปี 2565 พนักงานเก็บค่าโดยสาร 2,198 คน

นอกจากนี้จะปรับเปลี่ยนหน้าที่พนักงานให้มีความเหมาะสม โดยตั้งเป้าจะเปลี่ยนพนักงานเก็บค่าโดยสารไปทำหน้าที่ด้านอื่นๆ จำนวน 448 คน ในปี 2563 และจะเพิ่มการจ้างพนักงานใหม่ โดยเฉพาะพนักงานที่มีความรู้ทางระบบเทคโนโลยีดิจิทัล

5) การลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารและค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง โดยมีอัตราค่าเหมาซ่อมของ
รถใหม่ลดลง 50%

6) เพิ่มรายได้ ด้วยการขอปรับอัตราค่าโดยสารเฉพาะรถโดยสารใหม่, ขอรับการสนับสนุนการให้บริการสาธารณะ (PSO), การจัดรถโดยสารใหม่ออกวิ่งให้บริการเต็มประสิทธิภาพ และการจัดเก็บค่าตอบแทนค้างชำระของรถเอกชนร่วมบริการ รวมถึงพัฒนาพื้นที่เชิงธุรกิจในอู่บางเขนและอู่มีนบุรี

7) การบริหารหนี้สินโดยขอให้ภาครัฐรับภาระหนี้ทั้งหมด ที่เกิดจากนโยบายของภาครัฐ

ประมูลซ่อมบำรุงรถเมล์เอ็นจีวี 1,000 ล้านบาทเสร็จเดือนหน้า

นายประยูร กล่าวต่อว่า ที่ประชุมบอร์ดยังได้เห็นชอบทีโออาร์โครงการซ่อมบำรุงรถเมล์ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซเอ็นจีวีจำนวน 323 คัน ระยะเวลา 5 ปี วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการเปิดประมูลแบบคัดเลือก คาดว่าจะทราบผลและเสนอรายชื่อผู้ชนะให้บอร์ดเห็นชอบในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากผู้ซ่อมบำรุงรถเมล์เอ็นจีวี 323 คันกำลังจะหมดสัญญาในเดือนธันวาคมนี้ จึงต้องเร่งหาผู้ซ่อมบำรุงรายใหม่มาทดแทนเพื่อไม่ให้ขาดช่วง

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE