ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

เที่ยวถิ่นศิลปะ และเกษตรกรรม ‘สุพรรณบุรี’

เที่ยวเท่ใกล้กรุง เข้าสู่กลางเดือนเดือนพฤศจิกายน อากาศหนาวอย่างจริงจังมากขึ้น ชวนให้สองขา ก้าวออกเที่ยวเสียจริง ถ้ามีเวลาหลายวัน ก็วางแผนเที่ยวใกลๆหน่อย อาจขึ้นเหนือสูดโอโซนท้าลมหนาว สายหมอก และดอกไม้ ก็คงจะฟินไม่น้อย

แต่ถ้าเรามีเวลาไม่มาก 1 วัน 2 วัน เราก็เที่ยวใกล้กรุงนี่แหละ ฟินที่สุดแล้ว ฉะนั้นทริปนี้ลุงชายคา จะพาไปเที่ยวสุพรรณบุรี จังหวัดใกล้กรุง เมืองที่มีดนตรีและนักร้องอยู่เต็มไปหมด แต่ไม่ใช่แค่นั้นครับ สุพรรณบุรียังมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย นั่นคือ นายบรรหาร ศิลปอาชา ผู้โด่งดัง และทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเติบโต และเจริญก้าวหน้าได้อย่างน่าทึ่ง

แต่สุพรรณบุรี จะมีดีแค่นี้หรือ ไม่นะ สุพรรณยังมีที่เที่ยวดีๆ อาหารอร่อยๆ ให้ได้เพลิดเพลินอีกเยอะ ทริปนี้ลุงชายคาพาเที่ยวแบบไปเช้า กลับมืดๆ ครับ เป็นแบบ One Day Trip นี่แหละ เพียงแต่กลับค่ำๆมืดๆหน่อยเท่านั้นเอง

สิ่งที่ทริปนี้ยังเหมือนเดิน ก็คือคอนเซ็ปท์การเที่ยวครับ นั่นคือ เที่ยวไทยเที่ยวง่าย สนุกทุกทริป กับ 5จุดเช็คอิน 5วิถีถิ่นกินเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และ 5 กิจกรรมท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ

“วัดป่าเลไลก์วรวิหาร” ถนนมาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ. เมือง

จุดแรกเราแวะเอาฤกษ์เอาชัย ไหว้หลวงพ่อโตที่วัดป่าเลล์วรวิหารกันก่อน วัดป่าแห่งนี้เป็นวัดดังครับ ลุงชายได้ยินชื่อมานาน เป็นวัดเก่าแก่ คาดว่าอายุราวๆ 1200 ปี อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดป่า ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตปางป่าเลไลยก์

เดิมหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปางประทานปฐมเทศนา เช่นเดียวกับพระพุทธรูปศิลาขาว หรือหลวงพ่อประทานพร วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ต่อมาได้มีการบูรณะและทำเป็นปางป่าเลไลยก์ แบบในปัจจุบัน

วัดป่าเลไลยก์วรวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ระดับวรวิหาร หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์

ก่อนเข้าไปไหว้หลวงพ่อโต เราต้องผ่านจุดคัดกรอง เช็คอินผ่านแอ๊บไทยชนะ และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์

เจ๊ตุ๋ยปลาร้าสับวัดป่า เจ้าแรกของจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับรางวัลชนะเลิศอาหารอร่อยของสุพรรณ เป็นร้านขายของฝากที่ดังคู่กับวัดป่าเลไลก์กันเลย ของที่ขายก็พวกปลาร้า น้ำพริก และนานาปลาครับ ปลาร้าผัด ปลาร้าสับ ปลาแดดเดียว ปลาจ่อม ปลาส้ม ฯลฯ ใครเดินผ่านร้านนี้ ต้องมีอันต้องหิวข้าวแน่นอน ก็แหม กลิ่นปลาร้าสับ ปลาร้าผัด โน่นนี่สารพัดเมนูปลาร้า มันโซยมาหาจมูกแบบไม่ได้ตั้งตัวกันเลย หอม ชวนหินกันนะสิคร๊าบบบบบ

อีกร้าน ที่ลุงชายสะดุดตา อยากแนะนำคือ ร้านเอกชัย ขนม เป็นร้านตกแต่งดี สะอาดตา ขนมและของฝากของขายเยอะมาก มีหลายแบรนด์นะครับ ไม่เฉพาะแต่ของเอกชัย ขนมเจ้าดังเมืองสุพรรณเท่านั้น แหมๆๆ น้องคนขายก็สวย อัธยาศัยดี น่ารักเชียว อิอิ เห็นน้องคนขายสวย เอ้ย!! อัธยาศัยดี เลยอุดหนุนขนมสาลี่และขนมอื่นๆ ใส่ถุงผ้า เป็นการละขยะ ลดโลกร้อนจ้า

“บานาน่า สุพรรณ” (Banana Suphan) หรือ “ศูนย์อนุรักษ์พันธุกล้วยสุพรรณบุรี”  ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของวัดป่าเลไลก์ ใกล้กับสถานีรถไฟมาลัยแมน อยู่ใกล้ๆ กับวัดป่าเลไลก์ครับ เป็นวิสาหกิจชุมชนเกษตรพอเพียง อนุรักษ์พันธุ์กล้วยหายากในประเทศไทย มีสายพันธุ์กล้วยมากถึง 108 ชนิด โดยเฉพาะของสุพรรณบุรีเอง ก็คือ กล้วยน้ำว้ากาบขาว พันธุ์เตี้ยโคนต้นอวบลูกดก มีการแปรรูปกล้วยเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมาย

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยสุพรรณบุรี มีเนื้อที่ 18 ไร่ กว้างใหญ่มาก มีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยว เปิดเวลา 08.00-19.00 น.

พระธรรมพุทธมงคล (หลวงพ่อสอิ้ง) วัดป่าเลไลยก์ เอื้อเฟื้อสถานที่ และสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ บานาน่า สุพรรณ ก่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนวัดป่าเลไลยก์

นอกจากมีร้านอาหาร มีกล้วยพันธุ์ต่างๆให้ชม ภายในศูนย์ยังสวยงาม ร่มรื่น มีสระน้ำ มีบริการล่องเรือเที่ยว และมีร้านนั่งชิว หย่อนขา และให้อาหารปลาอีกด้วย

“อุทยานมังกรสวรรค์ และศาลเจ้าพ่อหลักเมือง”  ตั้งอยู่ที่ ต.รั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภายในบริเวณอุทยานมังกรสวรรค์  เป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร หมู่บ้านมังกรสวรรค์ และ อุทยานพุทธบัญชา (พระยูไล)

โดดเด่นเห็นแต่ใกลเลยครับ สำหรับอุทยานมังกรสวรรค์ มังกรตัวใหญ่ สวยงาม เป็นมหัศจรรย์งานสร้างจากยแรงเงิน และแรงศรัทธา

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อุทยานมังกรสวรรค์ สุพรรณบุรี ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 20 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2539 ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ของจีน แบ่งเป็นห้อง 18 ห้อง รูปแบบแปลกตาด้วยภาพ แสงสีเสียง และเทคนิคพิเศษ (วันนี้พิพิธภัณฑ์ปิด ลุงชายคาเลยไม่ได้เข้าชมครับ )

หมู่บ้านมังกรสวรรค์ อยู่ภายในอุทยานมังกรสวรรค์ โดยจำลองรูปแบบจาก “เมืองลีเจียง” เมืองโบราณ อายุนับพันปี ภายในหมู่บ้านมังกรสวรรค์มีร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงร้าน 7-11 ด้วย

อุทยานพุทธบัญชา (พระยูไล) ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ อุทยานมังกรสวรรค์ ภายในอุทยานมีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมแบบจีน 5 ชั้น ยามค่ำเปิดไฟเปลี่ยนสีสวยงาม ภายในประดิษฐานองค์พระยูไล หล่อด้วยทองเหลือง ปางประทับนั่งบนปัทมาสน์ มือถือเจดีย์ บุ๋งเซียง รายล้อมด้วยพระอรหันต์ จำนวน 18 องค์

“สามชุก ตลาด 100 ปี” อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เป็นตลาดห้องแถวไม้ อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ในอดีตตลาดสามชุกเป็นย่านการค้าสำคัญ เป็นชุมชนของชาวไทยเชื้อสายจีน

ในปี 2510 การคมนาคมทางบกได้พัฒนาขึ้น ทำให้เส้นทางค้าขายทางน้ำซบเซาลง ตลาดสามชุกจึงเงียบเหงาไปด้วย คนรุ่นใหม่ก็ทยอยออกไปหางานทำยังต่างถิ่น ต่อมาในปี 2543 มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ขึ้นมา เพื่อฟื้นฟู ตลาดสามชุก ให้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง และได้รับการพัฒนามาตลอด

จนกลับมาคึกคักเช่นในอดีต เป็นการอนุรักษ์สิ่งล้ำค่าแห่งวิธีชีวิตของคนในตลาดสามชุกเอาไว้ ในนาม “สามชุก ตลาดร้อยปี ตลาดมีชีวิต พิพิธภัณฑ์มีชีวา” อันเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เกิดจากการพัฒนาของคนในชุมชนท้องถิ่นตลาดสามชุกอย่างแท้จริง

ตลาดสามชุก เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง 6โมงเย็น แต่ช่วงที่คึกคัก ร้านรวงเปิดมากที่สุดเป็นช่วง 8-9 โมงเป็นต้นไป วันนี้ลุงชายคา มาเดินที่ซอย1 ในวันธรรมดาครับ แม้ผู้คนจะไม่เยอะ แต่ของก็มีขายมากมากมาย ลุงเดินชมตลาด ดูเรือนไม้เก่าๆ เห็นสิ่งของเก่าๆ แล้วหวนคิดถึงอดีตครับ แฮ่ๆ แก่แล้ว ก็แบบนี้แหละครับ อิอิ

สำหรับวิถีถิ่นกินเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในตลาด สามชุก ลุงขอแยกเป็น 2 ส่วนครับ

ของกินทั่วไปในตลาด มีหลากหลายให้เลือกกินครับ เลือกกันไม่หมดกันเลย มีแต่ของน่ากินทั้งนั้น เช่น ทองม้วนกรอบ ตังเมโบราณ ตุ๊บตั๊บ อมยิ้ม ขนมเปี๊ยะ ขนมผิง ฯลฯ

ลูกชิ้นยักษ์ ชื่อร้าน นิสา ลูกชิ้นยักษ์ ร้านี้มีหลายสาขา โดยสาขาแรกเกิดขึ้นที่ตลาดสามชุกแห่งนี่แหละครับ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ห้องแถว 2 ห้อง อยู่ในตลาดสามชุกซอย 1 มีก๋วยเดี๋ยวลูกชิ้นหมู , ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ,ก๋วยเกี๋ยวต้มยำ , เย็นตาโฟ  หรือจะสั่งกินแบบลูกชิ้นปิ้งก็ได้ครับ จิ้มน้ำจิ้ม ก็อร่อยครับ

จุดเด่นของร้าน นิสา ลูกชิ้นยักษ์ คือลูกชิ้นหมู ขนาดใหญ่มหึมา ทำจากเนื่อหมูแท้ๆ ไม่มีแป้งปน และไม่ใส่สารกันบูด กินกับจิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน

 

“หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย” (บ้านควาย) Buffalo Village  ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี โทร 08-9036-4445

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ถูกตั้งขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นภาพชีวิตชาวนาชนบทไทยดั้งเดิม เราจะได้เห็นการทำนาแบบเดิมๆ ได้สัมผัสงานฝีมือและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่สะท้อนให้เห็นได้จากกลุ่มหมู่บ้านชาวนาไทยและแบบเรียบง่าย อาทิเช่น บ้านเรือนไม้แบบเรือนปลายนา เป็นบ้านคนที่ฐานะค่อนข้างยากจน มีการก่อสร้างแบบเรียบง่าย

ส่วน เรือนศรีประจันต์ เป็นบ้านที่สร้างจากไม้แท้หลังคามุงจาก และกระเบื้องซึ่งเป็นหลังที่สี่และมีขนาดที่ใหญ่โตกว่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นบ้านของครอบครัวขนาดใหญ่ และมีฐานะค่อนข้างร่ำรวย และมีอุปกรณ์ต่างๆที่เก็บไว้มากมาย ควรค่าแก่การศึกษา

ป.ล. ที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ได้รับเครื่องหมาย SHA ด้วยนะครับ เป็นเครื่องหมายที่ทำให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัยจากโควิด-19 ครับ

ราคาค่าเข้าชมสถานที่

ค่าเข้าชมสถานที่ ผู้ใหญ่ 30 บาท / ท่าน เด็ก 20 บาท / ท่าน
ค่าชมโชว์ ผู้ใหญ่ 20 บาท / ท่าน เด็ก 10 บาท / ท่าน
ค่านั่งเกวียน ผู้ใหญ่ 20 บาท / ท่าน เด็ก 10 บาท / ท่าน

ร้านของฝากของกิน “นาเฮียใช้” วิถีถิ่นกินเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจุดที่ 5 

นาเฮียใช้ คือ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิต และจิตวิญญาณชาวนาไทย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่รวบรวม เรื่องราวที่น่าสนใจและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในวิถีของเกษตรกรที่ทรงคุณค่าให้ได้ศึกษาและเรียนรู้  เป็นสถานที่ที่แสดงถึงความเป็นบ้านเรือนไทยที่งดงาม มีการรวบรวมเรื่องราว และองค์ความรู้ในวิถีของเกษตรกรที่ทรงคุณค่า

ที่นี่จะทำให้เราหวนคิดถึงภาพอดีต ภาพวิถีแห่งท้องทุ่ง ยุ้งฉาง ไอ้ทุย ควายไทย และเครื่องมือในการดำรงชีวิติของผู้คนในถิ่นนี้ จะเรียกว่า เป็นจิตวิญญาณ ของชาวนาไทย ก็คงไม่ผิด

นอกจากสถานที่สวยๆดีๆ แบบนี้ ก่อนกลับ ที่นาเฮียใช้ ยังมีของฝากของขายหลายอย่าง เป็นผลิตภัณฑ์ของกิน ของใช้จากศูนย์เรียนรู้นาเฮียใช้เอง เช่นข้าวสารพันธุต่างๆ ปลาร้าทรงเครื่อง น้ำพริกนรกแมงดา ข้าวขาวดอกมะลิ ข้าลืมผัว ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ฯลฯ แพ็คเกจสวยงาม

ก่อนกลับกรุง ลุงได้กลับเข้าไปที่อุทยานมังกรสวรรค์อีกครั้ง ในตอนเย็น เพื่อถ่ายภาพในช่วงแสงทไวไลท์ครับ สิ่งที่ลุ้นทุกครั้งเมื่อรอเวลาถ่ายภาพสถานที่ต่างๆในตอนพลบค่ำก็คือ ไฟ ที่ตัวสถานที่ที่เราจะถ่ายครับ วันนนั้นก็ลุ้นตลอดว่า มังกร จะเปิดไฟไหม

แต่ในใจลึกๆ บอกว่า เปิดแน่ ที่คิดเช่นนั้นเพราะอุทยานมังกรสวรรค์แห่งนี้ สวยงามมาก เป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดสุพรรณ ของคุณบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของไทย ต้องเปิดไฟสิน่า และแล้วก็ไม่ผิดหวัง อุทยานมังกรสวรรค์ เปิดไฟสวยงาม ลุงชายคาถ่ายรูปอย่างมีความสุข

หลังถ่ายภาพอุทยานมังกรสวรรค์เสร็จ ก็ได้เวลาอำลา สุพรรณบุรี ก่อนกลับแวะกินก๋วยเตี๋ยวเติมพลังกันก่อน ถึงบ้านราวๆ2ทุ่มครึ่ง เป็นอันจบทริป ขับรถเที่ยวสุพรรณบุรี

ก่อนจากกันในทริปนี้ ลุงขอฝากไว้เหมือนเดิมครับ ออกไปเที่ยวไทย เป็นการช่วยเมืองไทยครับ และที่สำคัญอย่าลืมมาตการด้านความปลอดภัยครับ ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ ให้ความร่วมมือกับสถานที่ ทิ้งขยะลงถัง ฯลฯ

#Amazingไทยเท่ #เที่ยวไทยเที่ยวง่ายสนุกทุกทริป

ที่มา : เฟซบุ๊กเพจ ชายคาตะวัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team