ดูหนังออนไลน์
Business

ที่เดียวจบ! วิธีเช็คเงิน ‘ประกันรายได้เกษตรกร’ ข้าว-ข้าวโพด-ยางพารา-มันสำปะหลัง

ที่นี่ ที่เดียวจบ! วิธี เช็คเงิน “ประกันรายได้เกษตรกร” ข้าว-ข้าวโพด-ยางพารา-มันสำปะหลัง ปี 2563/2564 รู้หมดเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. เมื่อไหร่

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เริ่มทยอยจ่ายเงิน “ประกันรายได้เกษตรกร” ปี 2563/2564 หลายรายการให้เกษตรกรทั่วประเทศแล้ว ประกอบด้วย ผู้ปลูกข้าว, ข้าวโพด, ยางพารา และมันสำปะหลัง

โดยเกษตรกรที่มีปลูกพืชดังกล่าวสามารถ เช็คเงิน ประกันรายได้เกษตรกร ด้วยตัวเองง่ายๆ ดังต่อไปนี้

เช็คเงิน ประกันรายได้เกษตรกร

วิธีตรวจสอบสิทธิ์ “ประกันรายได้” และติดตามความคืบหน้า

เกษตรกรทั่วประเทศสามารถตรวจสอบสิทธิ์การรับเงินประกันราคาจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาลได้ ผ่านเว็บไซต์ของ ธ.ก.ส. คลิกที่นี่ เพียงกรอกหมายเลขบัตรประชาชน และกด “ค้นหา” เพื่อตรวจสอบสิทธิ์

ประกันรายได้เกษตรกร ตรวจสอบ

ถ้าเป็นผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ก็จะปรากฎข้อมูลว่า มีสิทธิ์ได้รับเงินส่วนต่างจากโครงการ ประกันรายได้เกษตรกร ประเภทใดบ้าง, เลขที่บัญชี, วันที่โอนเงิน, สาขาธนาคาร ธ.ก.ส. รวมถึงสถานะการโอนเงินว่า อยู่ระหว่างดำเนินการหรือสำเร็จแล้ว

แต่ถ้าไม่ได้เป็นผู้มีได้สิทธิ์ จะขึ้นข้อความว่า “ไม่พบข้อมูลการขึ้นทะเบียน” ซึ่งเกษตรกรต้องไปติดต่อหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามชนิดพืชที่ได้รับสิทธิ์

ประกันรายได้เกษตรกร เช็คเงิน

วิธีนี้จะสามารถตรวจสอบสิทธิ์การรับเงิน ประกันรายได้เกษตรกร และเงินเยียวยาได้หลายประเภท ดังนี้

  • ประกันราคาข้าว
  • เงินช่วยเหลือผู้ปลูกข้าว ได้แก่ โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็น 2 งวด งวดแรก 500 บาทต่อไร่
  • ประกันราคามันสำปะหลัง
  • ประกันราคายางพารา
  • ประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
  • ประกันราคาปาล์มน้ำมัน

 

3 วิธีเช็คเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. สำหรับผู้มีสิทธิ์

ถ้าหากเกษตรกรรายใดมีสิทธิ์รับเงิน ประกันรายได้เกษตรกร จากโครงการต่างๆ ก็สามารถ เช็คเงิน ที่โอนเข้าบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. ได้ด้วย 3 วิธีด้วยกัน

1.ธนาคาร ธ.ก.ส.

เกษตรกรสามารถนำสมุดบัญชี หรือบัตรเอทีเอ็ม (ATM) หรือบัตรเดบิต (Debit) ไปตรวจสอบที่เครื่องบริการธุรกรรมอัตโนมัติ หรือที่ธนาคาร ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ

2.แอพพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile เช็คเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เงื่อนไขการสมัครแอพพลิเคชั่น คือ ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป, มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันของ ธ.ก.ส. และมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ IOS 10.0 หรือ Android 5.0 ขึ้นไป และสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้

การสมัครสามารถดำเนินการได้ 2 ช่องทาง คือ

  • สมัครผ่านแอพพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile ด้วยตนเองผ่านบัตร ATM หรือ บัตรเดบิต ธ.ก.ส
  • เจ้าของบัญชีติดต่อสมัครใช้บริการได้ที่ธนาคาร ธ.ก.ส. ทุกสาขา ซึ่งต้องใช้หลักฐาน 3 อย่าง คือ แบบฟอร์มใบคำขอใช้บริการ ธ.ก.ส. A-Mobile, บัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน) และบัตรประชาชน

3.บริการ BAAC Connect ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) รับข้อความแจ้งเตือนผ่านบัญชีไลน์ BAAC Family เมื่อเงินเข้าบัญชี

การสมัครบริการ BAAC Connect เพื่อรับการแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกผ่านบัญชี ธ.ก.ส. สามารถทำได้ง่ายๆ และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพียงทำตาม 8 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.เพิ่มเพื่อนในแอพพลิเคชั่นไลน์ด้วยบัญชี @BAACFamily หรือ คลิกที่นี่

2.กด “ลงทะเบียน BAAC Connect” จากแถบเมนูด้านล่าง

ประกันรายได้เกษตรกร ธ.ก.ส.

3.กดเลือก “สมัครใช้บริการ”

4.กดเปิดปุ่ม “ยอมรับ” และกด “ยืนยัน”

5.กรอกข้อมูลเลขบัตรประชาชน วันเดือน/ปี/เกิด และหมายเลขโทรศัพท์

ต่อมาออกจากแอพพลิเคชั่นไลน์ ไปที่การโทร เพื่อขอเลขอ้างอิง 7 หลัก ด้วยการกดโทรศัพท์ *179*เลขบัตรประชาชน 13 หลัก# แล้วกดโทรออก จากนั้นกรอกหมายเลขอ้างอิง 7 หลักและกด “ยืนยัน”

6.กรอกรหัส OTP จำนวน 6 หลักที่ได้รับและกด “ยืนยัน”

BAAC Connect ธ.ก.ส.

7.กดเลือกบัญชี ธ.ก.ส. ที่ต้องการให้แจ้งเตือนจำนวน 1 บัญชี แล้วตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและกด “ยืนยัน”

8.ลงทะเบียนสำเร็จ! โดยแถบข้อมูลข้างล่างจะเปลี่ยนจาก “ลงทะเบียน” เป็น “จัดการข้อมูล”

ประกันรายได้เกษตรกร

**อย่างไรก็ตาม พบว่าในบางช่วงการแจ้งเตือนเงินเข้าผ่านบริการ BAAC Connect อาจจะล่าช้า ถ้าหากมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team