ดูหนังออนไลน์
Business

ปาล์มไทยมีเฮ! อินเดียหั่นภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบอีก 10% โอกาสทองส่งออก

อินเดียหั่นภาษีน้ำมันปาล์ม 10% จาก 37.5% เหลือ 27.5% พาณิชย์ชี้ โอกาสส่งออกน้ำมันปาล์มไทย เร่งจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจออนไลน์ เดือนมกราคม 2564

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า รัฐบาล อินเดียหั่นภาษีน้ำมันปาล์ม ลงอีก 10% (Crude Palm Oil) จากเดิม 37.5% เหลือ 27.5% มีผลตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการ บริโภคน้ำมันปาล์มในประเทศ และบรรเทาภาระผู้บริโภค จากราคาสินค้าหมวดอาหารที่เพิ่มขึ้น

อินเดียหั่นภาษีน้ำมันปาล์ม

การปรับอัตราภาษีนำเข้า น้ำมันปาล์ม ของอินเดีย ซึ่งเป็นการปรับลดลงต่อเนื่อง หลังจากที่เดือนมกราคม 2563 อินเดียเพิ่งปรับลดอัตราภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากเดิม 40% เหลือ 37.5% สำหรับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนมาแล้ว

ทั้งนี้ อินเดียเป็นประเทศผู้นำเข้า น้ำมันปาล์ม มากที่สุดในโลก โดยการบริโภคน้ำมันปาล์ม คิดเป็นสัดส่วน 40% ของน้ำมันเพื่อการบริโภค (edible oils) ในประเทศทั้งหมด และมีการนำเข้าน้ำมันเพื่อการบริโภค เฉลี่ยประมาณ 15 ล้านตันต่อปี รองจากการนำเข้าน้ำมันดิบ และทองคำตามลำดับ

สำหรับในปี 2562 อินเดียนำเข้า น้ำมันปาล์มดิบ (พิกัด 1511.10) จากทั่วโลก มูลค่ารวม 3,555 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 11.37% โดยนำเข้าจากอินโดนีเซียสูงสุด สัดส่วน 66.03% รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 26.25% สิงคโปร์ 5.02% และนำเข้าจากไทยอันดับ 4 มูลค่า 89.64 ล้านเหรียญสหรัฐ 63% หรือสัดส่วน 2.52%

ขณะที่ในช่วง 9 เดือนปี 2563 (มกราคม-กันยายน) อินเดียนำเข้า น้ำมันปาล์มดิบ จากทั่วโลก มูลค่ารวม 3,221.24 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.61% โดยนำเข้าจากอินโดนีเซียสูงสุด 69.61% รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 24.53% สิงคโปร์ 3.72% ไทย 1.93% หรือมูลค่า 62.17 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 28.64%

สมเด็จ สุสมบูรณ์

ปัจจุบัน แม้ว่าส่วนแบ่งตลาดน้ำมันปาล์มดิบของไทย ในอินเดีย ยังมีสัดส่วนน้อย เมื่อเทียบกับอินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่กรมฯ มองว่า การที่อินเดีย ลดอัตราภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบลง 10% จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าน้ำมันปาล์มของไทย ไปตลาดอินเดีย ให้ขยายตัวได้มากขึ้น

“โดยเฉพาะการส่งออก จากท่าเรือภาคใต้ฝั่งตะวันตก ไปท่าเรือฝั่งตะวันออกของอินเดีย เช่น เมืองเจนไนและโกลกาตา ที่ต้นทุนการขนส่งไม่สูงจนเกินไป และช่วยให้แข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่ง เช่น มาเลเซียได้”นายสมเด็จ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมฯ ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยศึกษามาตรฐาน น้ำมันปาล์ม ภายใต้กรอบความยั่งยืนของน้ำมันปาล์มอินเดีย (Indian Palm Oil Sustainability Framework หรือ IPOS) ด้วย เพื่อเตรียมรองรับเงื่อนไขด้านมาตรฐาน น้ำมันปาล์ม ที่คาดว่าอินเดียจะนำมาใช้ในอนาคต

พร้อมกันนี้ เพื่อขยายโอกาสส่งออก น้ำมันปาล์ม ของไทย รองรับอานิสงส์จากการลดภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบของอินเดีย กรมฯ ได้เตรียมแผนจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้า น้ำมันปาล์ม ในวันที่ 19 มกราคม 2564

นอกจาก น้ำมันปาล์ม แล้ว จะมีสินค้าประเภทอื่นๆ ที่จะจัดเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าอินเดีย ภายใต้ชื่อกิจกรรม Sourcing for India ในวันที่ 18-22 มกราคม 2564 ด้วย เช่น ไม้ยางพาราและเฟอร์นิเจอร์ อาหารสัตว์เลี้ยง ของเล่นเด็ก เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ฮาลาล เป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

WANPEN PUTTANONT