ดูหนังออนไลน์
Politics

บอกละเอียด! วิธีเช็คสิทธิ ‘เลือกตั้งท้องถิ่น’ แค่กรอกบัตรประชาชนง่ายๆ รู้หมด

คนอยากหย่อนบัตรฯ เข้ามาเลย! บอกละเอียด วิธีเช็คสิทธิ “เลือกตั้งท้องถิ่น” วันที่ 20 ธ.ค. แค่กรอกหมายเลขบัตรประชาชนง่ายๆ รู้ข้อมูลหมด

เตรียมตัวหย่อนบัตรฯ หรือยัง? เพราะในเวลา 08.00-17.00 น. วันที่ 20 ธันวาคมนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายกฯ อบจ.) และ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สภาฯ อบจ.) ขึ้นทั่วประเทศ

วิธีเช็คสิทธิ เลือกตั้งท้องถิ่น 465

ในการเลือกตั้งครั้งจะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่มีการเลือกตั้งนอกประเทศเหมือนกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ครั้งที่ผ่าน ฉะนั้นจึงขอให้มีผู้สิทธิ์มีเสียงเตรียมตัวให้ดี! เพราะโอกาสใช้สิทธิ์ใช้เสียงมีแค่วันเดียวเท่านั้น

การเตรียมตัวขั้นแรกสุด คือ การตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย 2 วิธี

ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการ อบจ. ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง

ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน ให้ตรวจสอบรายชื่อจากเอกสารที่แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมายังเจ้าบ้าน

แต่ช้าก่อน … ประชาชนมีทางเลือกใหม่ สามารถเช็คสิทธิ์ได้ง่ายๆ ในยุค 4.0

 

วิธีเช็คสิทธิ “เลือกตั้งท้องถิ่น” แค่คลิกเดียว

ล่าสุดมีวิธีการเช็คสิทธิ์เลือกตั้งท้องถิ่นง่ายๆ ไม่ต้องเดินทางให้ยุ่งยาก เมื่อกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เปิดระบบตรวจสอบผู้มีสิทธิ เลือกตั้งท้องถิ่น สุดง่าย ดังนี้

  • เข้าสู่ลิงก์ของกรมการปกครอง คลิกที่นี่ **จากทดลองใช้พบว่า ระบบค่อนข้างช้า ขอให้ประชาชนใจเย็นๆ 
  • กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก จากนั้นกด “ค้นหา”

เช็คสิทธิ์ เลือกตั้งท้องถิ่น

  • ปรากฎผลการตรวจสอบสิทธิ เลือกตั้งท้องถิ่น

ถ้าไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกฯ และสภาฯ อบจ. ระบบก็จะขึ้นว่า “ผลการตรวจสอบ ไม่พบข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง”

ถ้าเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งนายกฯ และสภาฯ อบจ. ระบบก็จะแจ้งรายละเอียดการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ว่า มีสิทธิเลือกตั้งที่จังหวัดใด รายชื่อของผู้มีสิทธิ เขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง ลำดับในบัญชีรายชื่อ รวมถึงมีสิทธิเลือกตั้งอะไรบ้าง

เห็นไหมว่า ง่ายๆ แค่นิดเดียว!

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากพบว่า ตนเอง หรือผู้มีชื่อยู่ในทะเบียนบ้านของตนไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือเจ้าบ้านเห็นว่ามีชื่อบุคคลอื่นอยู่ในทะเบียนบ้านของตน โดยไม่ได้อาศัยอยู่จริง ก็ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเพื่อ ขอเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน พร้อมนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้ไปแสดงด้วย

 

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ในการ เลือกตั้งท้องถิ่น นายกฯ อบจ. หรือสภาฯ อบจ. ครั้งนี้ ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งได้ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

  • มีสัญชาติไทย แต่ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
  • คุณสมบัติอื่น ตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

ขณะเดียวกันก็มีการกำหนด “ลักษณะต้องห้าม” มิให้ใช้สิทธิ เลือกตั้งท้องถิ่น สำหรับบุคคลต่อไปนี้

  • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
  • อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
  • ต้องคุมขังอยู่ โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ขอบด้วยกฎหมาย
  • วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  • มีลักษณะอื่น ตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

หลักฐานแสดงตน “เลือกตั้งท้องถิ่น”

  • บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
  • บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ, ใบขับขี่, หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เป็นต้น

 

ไปเลือกตั้งไม่ได้ ควรแจ้งเหตุ!

สำหรับผู้มีสิทธิ เลือกตั้งท้องถิ่น ในครั้งนี้ แต่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ เนื่องจากมีเหตุผลจำเป็น ก็ควรแจ้งเหตุต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิทางการเมืองในอนาคต

โดยทำเป็นหนังสือซึ่งต้องระบุเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง สามารถแจ้งด้วยตัวเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นไปยื่นแทน หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

เหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

  • มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
  • เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
  • เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
  • เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
  • มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
  • ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
  • มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่ กกต. กำหนด

กรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แจ้งเหตุไว้แล้ว แต่ในวันเลือกตั้งไม่ได้ติดธุระหรือมีความจำเป็นใดๆ แล้ว ก็ยังสามารถไปใช้สิทธิ เลือกตั้งท้องถิ่น ที่หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้งได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team