ดูหนังออนไลน์
Business

สั่งฟัน 3 กรณี ‘โรงสี จ.สิงห์บุรี’ รับซื้อข้าวเปลือกเอาเปรียบชาวนา

ตรวจเข้ม รับซื้อข้าวเปลือก พบ 3 กรณี “โรงสี จ.สิงห์บุรี” เอาเปรียบชาวนา ส่งตัวให้ตำรวจ-สั่งปรับแล้ว

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี กรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายใน ตรวจสอบการ รับซื้อข้าวเปลือก ตามฤดูกาลที่กำลังออกสู่ตลาดนั้น

กรมการค้าภายใน ได้มอบหมายให้นายชาตรี อารีวงศ์ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด ตรวจสอบการรับซื้อข้าวเปลือกของท่าข้าวในพื้นที่ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี พบการกระทำผิดซึ่งถือว่าเป็นการเอาเปรียบชาวนา ใน 3 กรณี ดังนี้

  • กรณีที่ 1

ไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบการค้าข้าว โดยใช้สำเนาหนังสืออนุญาตประกอบการค้าข้าวของที่อื่นมาแสดง มีความผิดตามมาตรา 9 มีโทษตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.การค้าข้าว กำหนดระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  • กรณีที่ 2

ไม่วัดความชื้นในการรับซื้อข้าวเปลือก แต่ระบุเปอร์เซ็นต์ความชื้นในใบชั่งให้เกษตรกรในภายหลัง ซึ่งฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 66 พ.ศ.2563 ข้อ 2 การกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกของผู้ประกอบการรับซื้อข้าวเปลือกต้องระบุราคารับซื้อตามมาตรฐานความชื้นที่รับซื้อให้ชัดเจน โดยกำหนดความชื้นไม่เกิน 15% สำหรับข้าวเปลือกทั่วไป และความชื้นที่ 25% สำหรับข้าวเปลือกเกี่ยวสด” ความผิดไม่ปฏิบัติตามประกาศฯ มีระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ในกรณีที่ 1 และ 2 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้กระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวนสภานีตำรวจภูธร (สภ.) บางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

  • กรณีที่ 3

ไม่ใช้เครื่องวัดความชื้นในการรับซื้อข้าวเปลือก เป็นความผิดตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ตามมาตรา 25 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด ซึ่งระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีนี้ได้เปรียบเทียบปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวเปลือกรับซื้อข้าวเปลือกอย่างเป็นธรรมและเกษตรกรต้องระมัดระวัง และดูแลประโยชน์ของตนด้วย หากพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าวสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team