Business

สะเทือนหนัก!! นักท่องเที่ยวจีน 2 ล้านคนหนีไทย – ชาร์เตอร์ไฟล์ทแห่ยกเลิกบิน

ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ดูจะไม่คึกคักตามเป้าที่วางไว้เสียแล้ว ด้วยตลาดนักท่องเที่ยวหลักอย่าง “จีน” ที่มาเยือนไทยกว่า 10 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้มีแนวโน้มจะลดลงแน่นอน ผลกระทบจากการเกิดเหตุร้ายกับนักท่องเที่ยวจีนซ้ำซ้อน 2 เหตุการณ์ภายในเวลาใกล้เคียงกัน จากเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม และรปภ.สนามบินทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน เมื่อวันที่ 27 กันยายน นำมาซึ่งผลกระทบแง่ลบ ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนหดหาย

The Bangkok Insight  ตรวจสอบสถานการณ์และผลกระทบดังกล่าว พบว่าหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างตื่นตัว เร่งหาแนวทางแก้ไขสถานการณ์ และวางมาตรการฟื้นฟูตลาดอย่างเร่งด่วน

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก

 นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า เหตุร้ายเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจีนทั้งสองครั้ง ที่เกิดไล่เลี่ยกันภายใน 2-3 เดือน ส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนอย่างเห็นได้ชัด

จากเหตุการณ์เรือฟินิกซ์ล่มที่เกาะภูเก็ต มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จนกระทั่งปัจจุบันการชี้แจงสถานการณ์นี้ต่อทางการจีนก็ยังไม่ชัดเจน เรือที่จมก็ยังไม่ได้รับการกู้ซากขึ้นมา ทำให้ไม่สามารถสร้างความมั่นใจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้

ล่าสุดยังเกิดเหตุการณ์ รปภ.ทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ยิ่งทำให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนแย่ลงไปอีก เป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องรีบกอบกู้สถานการณ์โดยด่วน เพราะผลกระทบได้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนลดจำนวนลงชัดเจน

ภูเก็ต-กระบี่เช่าเหมาลำจีนยกเลิกกว่า 40 เที่ยว

อย่างไรก็ดี ผลกระทบนักท่องเที่ยวจีนหดหาย ต่อเนื่องมาตั้งแต่เหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต ทำให้ช่วงโกลเดนวีค วันหยุดยาวของชาวจีนช่วง 1-7 ตุลาคมนี้  นักท่องเที่ยวจีนมาไทยน้อยมาก จากที่เคยเป็นอันดับ 1 ในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจีนช่วงหยุดยาวนี้ ต่อเนื่องมาหลายปี

ในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่  ปกติมีนักท่องเที่ยวจีน จัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) มาเป็นประจำแต่ปีนี้เที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีน ได้ถูกยกเลิกไปจำนวนมาก ถือว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปีก็ว่าได้

ส่วนหนึ่งของเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนที่ถูกยกเลิก ประกอบด้วย

  • วันที่ 26 กันยายน ยกเลิก 10 เที่ยวบิน
  • วันที่ 27 กันยายน ยกเลิก 9 เที่ยวบิน
  • วันที่ 28 กันยายน ยกเลิก 7 เที่ยวบิน
  • จังหวัดกระบี่ จากที่เคยมี 7-12 เที่ยวบิน ลดเหลือเพียง 3 เที่ยวบิน

เป็นการยกเลิกเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนมากที่สุดในรอบ 10 ปี ไม่เคยมีการยกเลิกมากเท่านี้มาก่อน

ส่วนจำนวนนักท่องเทียวจีนที่มาเยือนไทย นายอิทธิฤทธิ์ กล่าวว่าปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจีน จะลดลงไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน และทำให้การประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวรวมปีนี้ จากที่เดิมประเมินว่าจะได้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนไทย 39 ล้านบาท มาถึงวันนี้คาดว่าจะได้เพียง 37 ล้านคนเท่านั้น ส่วนที่หายไปทั้งหมดคือ “ตลาดจีน”

ประสานรัฐ-เอกชนทำแผนด่วนฟื้นเชื่อมั่น

เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่จะต้องทำในอันดับต้นๆ คือการเร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวตลาดจีน โดยต้องเป็นความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน โดยเมื่อวานนี้ (1 ต.ค.) สทท. ได้เข้าไปประชุมหารือร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อหามาตรการเร่งด่วนในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

ซากเรือฟินิกซ์ ในทะเลภูเก็ตที่ยังไม่ได้เก็บกู้

การประชุมดังกล่าวได้ข้อสรุป 3 แนวทาง ประกอบด้วย

  • สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ก่อนอื่นต้องกู้ซากเรือฟีนิกซ์ขึ้นมาหาสาเหตุ และชี้แจงสร้างความเชื่อมั่นตลาดจีน
  • จัดมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยเอกชนต้องแสดงความพร้อม รถ เรือ ต่างๆ ที่ให้บริการต้องมีคุณภาพมาตรฐานรับรอง ซึ่งสทท.ได้ประสานกับสมาคมผู้ให้บริการรถ และเรือต่างๆ ปรับปุงมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
  • กระตุ้นตลาดให้กลับมาโดยเร็ว อาจมีมาตรการยกเว้นวีซ่า เช่น ให้ฟรีวีซ่า 3-6 เดือน ตามความเหมาะสม หรือให้ดับเบิ้ลวีซ่า (ขอครั้งเดียว เข้าได้ 2 ครั้ง) เป็นต้น รวมทั้งต้องไปหาข้อเท็จจริงเรื่องการทำวีซ่า ออนอไรฟวัลที่มีใบเสร็จ 2,000 บาท แต่นักท่องเที่ยวต้องจ่ายเพิ่มอีก 300 บาทไม่มีใบเสร็จ เรื่องนี้ต้องหาข้อเท็จจริงและชี้แจง
นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ

3-4 เดือนตลาดจีนหายไปแล้ว 20%

นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย(ทีเอชเอ) กล่าวว่า ผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนหดหายเริ่มเห็นภาพมาตั้งแต่ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งหากนับโดยรวมแล้วจะพบว่ายอดนักท่องเที่ยวจีนหายไปประมาณ 20% ลดลงทั้งที่มาเป็นแบบกรุ๊ปทัวร์ และที่เดินทางเองแบบอิสระ หรือ  FIT ( Foreign Individual Tourism) ก็ลดลงด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหดหายไป ยังมีอีกหลายตัวแปร ทั้งเรื่องภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัว ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีเรื่องผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ที่ทำให้มีการปรับเปลี่ยนยกเลิกเที่ยวบินหลายเที่ยวบิน ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจ

เหตุต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลง และผลต่อเนื่องทำให้ยอดจองโรงแรมในไทยลดลง โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ในภาพรวมมีประมาณ 70% น้อยกว่าปีที่แล้ว 10%

ส่วนภาพรวมอัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยว นางสาวศุภวรรณ กล่าวว่า ฤดูการท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายปีนี้ น่าจะมีอัตราการเข้าพักน้อยกว่าปีก่อน ซึ่งมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 80% ปีนี้ผลกระทบจากตลาดจีนลดลง น่าจะทำให้อัตราการเข้าพักโรงแรมลดลงตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูช่วงสิ้นปีว่าจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลจะมีมีมาตรการอะไรออกมากระตุ้นหรือไม่

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ภาพความรุนแรงที่เกิดกับนักท่องเที่ยว ถูกสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ส่งต่อกันไปแบบควบคุมไม่ได้ ตรงนี้ทำให้นักท่องเที่ยวกังวลเรื่องความปลอดภัย อยากให้ภาครัฐหันมาดูแลเรื่องนี้ด้วย ทำอย่างไรจะควบคุมการเผยแพร่ข่าวลบออกไปสู่สายตาต่างชาติ ยิ่งทำให้ขาดความเชื่อมั่นและส่งผลเสียตามมา

สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงแรมไทย ปัจจุบัน นายกสมาคมโรงแรมไทยเผยว่า ในประเทศไทยมีห้องพักที่พร้อมบริการนักท่องเที่ยวประมาณ 1 ล้านห้อง ในจำนวนนี้ราว 35% เป็นห้องพักที่ถูกกฎหมาย อีก 3 แสนกว่าห้อง ซึ่งเป็นโรงแรมที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมโรงแรมไทย ส่วนที่เหลืออีกกว่า 60% เป็นห้องพักรูปแบบอื่น เช่น เกสต์เฮ้าส์ ห้องเช่า แอร์บีเอ็นบี เป็นต้น กลุ่มเหล่านี้ไม่ทราบว่าได้รับผลกระทบเพียงใด เพราะอยู่นอกเหนือการควบคุม

ททท.รับนักท่องเที่ยวจีนลดลง

ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยอมรับว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวของจีนในเมืองไทยไม่ค่อยสู้ดีนัก มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต เรื่อยมาจนกระทั่งข่าวการแพร่ระบาดของไข้เลือดออก ที่มีคนตายไปแล้ว 67 คน และไม่มียารักษา

กระทั่งล่าสุดภาพชาวจีนถูกตบหน้าที่สนามบินดอนเมือง ถูกแพร่กระจายไปยังประเทศจีน ยิ่งตอกย้ำเหตุการณ์ไม่ดีต่อเนื่อง “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยอย่างต่อเนื่องยอมรับส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจีนที่เข้าไทยปีนี้แน่นอน เท่าที่ทราบตอนนี้จำนวนนักท่องเที่ยวหายไปพอสมควร โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ พอเกิดปัญหาก็ไม่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย ประกอบกับเมื่อมีการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้ราคาทัวร์แพงขึ้น การแข่งขันสูง ขณะที่นักท่องเที่ยวก็ต้องการลดราคา”

นักท่องเที่ยวที่ยังเข้ามาเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นประเภท FIT คือเดินทางมาเที่ยวเอง ประเทศไทยก็ยังคงเป็นประเทศต้นๆที่เดินทางเข้ามา แต่ก็มีจำนวนลดลง

หมดหวังเพิ่มยอดนักท่องเที่ยววันชาติจีน

ทั้งนี้โดยภาพรวมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1มกราคมถึงวันที่ 15 กันยายน 2561 เพิ่มขึ้น 9% อยู่ที่ 27.1 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยอยู่ที่  8.06 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 15% ขณะที่เป้าหมายที่ททท.ตั้งไว้ปีนี้อยู่ที่ 10.5 ล้านคน

“ปกตินักท่องเที่ยวช่วงเดือนกันยายนจะไม่ค่อยสูงนัก แต่ที่นักท่องเที่ยวจีนจะออกเดินทางมากส่วนใหญ่จะเป็นช่วงวันชาติจีน ที่หยุด 7 วัน ประกอบกับเศรษฐกิจจีนตอนนี้ไม่ค่อยจะดีนัก รัฐบาลเน้นการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น”

ทอท.แจ้งชาร์เตอร์ไฟล์ทยกเลิกบิน

ส่วนปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้าไทยช่วงวันชาติน่าจะลดลงแน่นอน ได้รับทราบจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ว่าขณะนี้มีการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนพอสมควร โดยเฉพาะเที่ยวบินจากจีน ซึ่งเป็นประเภทชาร์เตอร์ไฟล์ท กลุ่มที่ยกเลิกส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์
สิ่งที่น่ากังวลมากคือเมื่อมีการยกเลิกเที่ยวบิน จะเป็นปัญหาระยะยาว หากต่อไปถ้านักท่องเที่ยวกลับมา จะมาเพิ่มเที่ยวบินหรือเครื่องบินคงลำบาก เมื่อไม่ทำการบินมาประเทศไทย สายการบินก็ต้องไปทำการบินที่อื่น ขณะนี้ประเทศที่ได้รับอานิงส์ ส่วนใหญ่เป็น ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์

“หลังจากมีแต่ข่าวไม่ดีกับนักท่องเที่ยว ตอนนี้มีการแชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก ไม่ให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย บางข้อความอ้างว่ามาเมืองไทยแล้วไม่ปลอดภัย มีการแชร์ข้อมูลที่กล่าวหาประเทศไทยพอสมควร ในหลายๆเรื่อง”

 

Add Friend Follow
อรวรรณ หอยจันทร์