ดูหนังออนไลน์
CEO INSIGHT

เปิดยุทธศาสตร์ ‘ไทยน้ำทิพย์’ สู้โควิด ลุยไซส์ใหญ่ กระตุ้นลูกค้าบริโภค ‘ที่บ้าน’



ไทยน้ำทิพย์ สู้โควิด ปรับกลยุทธ์รับพฤติกรรมลูกค้า New Normal ด้วยการเน้นสินค้าไซส์ใหญ่ กระตุ้นลูกค้าบริโภคที่บ้าน ชดเชยนักท่องเที่ยวหาย

นายอินเยส คอร์ทเฮ้าส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โคคา-โคลา แฟนต้า สไปรท์ มินิทเมด ชเวปส์ และน้ำดื่มน้ำทิพย์ เปิดเผยว่า ไทยน้ำทิพย์ สู้โควิด ด้วยการปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการบริโภค “ที่บ้าน” เพิ่มเติมจาก “การรับประทานอาหารนอกบ้าน” มากขึ้นกว่าที่เคย

ไทยน้ำทิพย์ สู้โควิด

ทั้งนี้เพราะ แม้ว่าภาพรวมธุรกิจของ ไทยน้ำทิพย์ในช่วงต้นปี 2563 เป็นไปในทิศทางบวก แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งมีความรุนแรงมากขึ้นในเดือนมีนาคม ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ ถูกจำกัดการเดินทาง และต้องอยู่กับบ้าน

ไทยน้ำทิพย์จึงหันมาให้ความสำคัญ กับผลิตภัณฑ์ไซส์ใหญ่ขึ้น เช่น เครื่องดื่มขนาด 1.5 ลิตร ที่เหมาะสำหรับการบริโภคในครัวเรือน โดยบริษัทได้เติมเต็ม ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอ และการส่งเสริมการขาย ครอบคลุมทั้งในการสื่อสาร และการดำเนินการ เพื่อกระตุ้นการบริโภค “ที่บ้าน” เพิ่มเติมจากการบริโภคในร้านอาหารนอกบ้าน และยังเป็นการชดเชยสัดส่วนการบริโภคของนักท่องเที่ยวที่หายไป

ขณะเดียวกัน ไทยน้ำทิพย์ยังต่อยอดความสำเร็จ ของผลิตภัณฑ์สูตรไม่มีน้ำตาล ด้วย “โค้ก สูตรไม่มีน้ำตาล กลิ่นออร์เรนจ์” เพื่อสร้างสีสันให้กับตลาดน้ำอัดลม ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตอบรับกับเทรนด์สุขภาพ ที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี

ไทยน้ำทิพย์ สู้โควิด

นอกจากนี้ ยังเป็นการตอกย้ำ ความเป็นหนึ่งในผู้นำ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ด้วยธุรกิจที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้อุตสาหกรรมโดยรวมชะลอตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ด้วยกลยุทธ์สำคัญที่ครอบคลุมทั้งด้าน ผลิตภัณฑ์ (Product) พันธมิตร (Partnership) และพนักงาน (People)

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของโคคา-โคล่า ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของไทยน้ำทิพย์ ที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเซกเมนต์เครื่องดื่มอัดลม ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 55.2%  เพิ่มขึ้น 0.6% จากปีที่ผ่านมา

สำหรับตลาดน้ำดำ ไทยน้ำทิพย์สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้เพิ่มขึ้น 0.6% มาอยู่ที่ 48.2% ขณะที่ ตลาดเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาลก็ขยายตัวถึง 15.8% โดยมี โค้ก สูตรไม่มีน้ำตาล เป็นผู้นำในตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 58.5% เพิ่มขึ้น 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

อินเยส คอร์ทเฮ้าส์

“โรคอุบัติใหม่ ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลกนี้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้ธุรกิจทั้งหลายจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อก้าวต่อไปในช่วงเวลาท้าทายเช่นนี้”กรรมการผู้จัดการ ไทยน้ำทิพย์ กล่าว

ในส่วนของคู่ค้าและพันธมิตรนั้น ได้ให้ความสำคัญกับคู่ค้าทุกราย โดยทำงานร่วมกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยในการปรับตัวทางธุรกิจ ให้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้น กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ โดยให้ความสำคัญกับการบริโภคที่บ้าน ได้ถูกนำมาปรับใช้กับคู่ค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าปลีกครบวงจรขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าส่ง ร้านค้าเงินสดและบริการตนเอง ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม และร้านอาหาร โดยส่งเสริมการขายบรรจุภัณฑ์พร้อมดื่มขนาดใหญ่ ทั้งในรูปแบบขวด PET และกระป๋องอะลูมิเนียม โดยเฉพาะร้านอาหารให้บริการด่วน

ความช่วยเหลือดังกล่าว ยังครอบคลุมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ เช่น ร้านค้าทางอ้อม ซึ่งซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านค้าส่ง  หรือร้านค้าเงินสด ที่ต้องขนส่งสินค้าเอง ด้วยการให้ความรู้ เกี่ยวกับการส่งเสริมการขาย และเทคนิคการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

พร้อมกันนี้ หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในเดือนพฤษภาคม ไทยน้ำทิพย์ได้ริเริ่มโครงการ “ความสุข” มอบน้ำดื่มน้ำทิพย์ และโค้ก สูตรไม่มีน้ำตาล กว่า 7 ล้านขวดและกระป๋อง รวมมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ให้แก่ร้านอาหาร ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ที่เป็นคู่ค้าร่วม 190,000 แห่งฟรี เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคู่ค้าฟื้นตัว และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจ ได้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลาย

ในส่วนของพนักงาน อันเป็นหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จ ตลอดช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ ไทยน้ำทิพย์ได้เตรียมความพร้อมให้กับพนักงานทั้ง 7,500 คน โดยจัดหาและแจกจ่ายชุดอุปกรณ์ป้องกันโควิด 19 เช่น หน้ากากผ้า และเจลแอลกอฮอล์  ให้กับพนักงานอย่างทั่วถึง รวมทั้ง มีนโยบายไม่ลดเงินเดือน และไม่เลิกจ้างพนักงานทุกระดับ แต่ให้โอกาสในการสับเปลี่ยนหน้าที่ อย่างเหมาะสม ในช่วงล็อกดาวน์แทน

“ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จะสิ้นสุดเมื่อใด แต่หากประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมกัน ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงภาคเอกชน ที่มีศักยภาพและทรัพยากร เชื่อว่าจะสามารถลดผลกระทบ  และช่วยให้ทั้งภาคธุรกิจ และประเทศไทย ในภาพรวมฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย”นายอินเยส กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT