ดูหนังออนไลน์
Entertainment

แมทธิว เปิดใจ ดราม่าไม่ให้เกียรติ ใช้คำพูดรุนแรงไล่ น้ำ รพีภัทร บอกอย่าไปโลกสวยมาก



จากกรณีดราม่า 10 Fight 10 Presented By GSBATTERY ซีซั่น 2 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (16 พ.ย.) ระหว่าง แมทธิว ดีน โค้ชทีมไวท์ กับนักแสดงหนุ่ม น้ำ รพีภัทร ช็อตสั้นๆ ที่ หนุ่มน้ำ เข้ามาคุยกับ เต้ นันทศัย ระหว่างพักยกแรก พร้อมกับยื่นยาดมมาให้ แล้ว แมทธิว ได้บอกน้ำว่า “โอเค นั่งก่อนๆ มึงนั่งก่อน คนเยอะ” พร้อมตะโกนบอก “เฮ้ย เอามันออกไป ให้ไปนั่งข้างล่าง”

โดยชาวเน็ตต่างพากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงจังหวะดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก มองว่าแมทธิวพูดรุนแรงกับน้ำไปหรือเปล่า พูดจนน้ำหน้าเสีย ซึ่งขณะเดียวกัน ก็มีคนเห็นต่าง เข้ามาแย้งว่าแมทธิวทำถูกแล้ว เพราะอยู่ระหว่างกำลังแข่งขันและสอนนักมวยแก้เกมคู่ต่อสู้อยู่ คนนอกไม่ควรเข้าไป ก่อนเกิดการโต้เถียงกันจนกลายเป็นประเด็นดราม่าเดือด

ล่าสุด (18 พ.ย.) แมทธิว ดีน ได้มีโอกาสออกมาเปิดใจเคลียร์ถึงกระแสดราม่าต่างๆ กับสื่อมวลชน โดยระบุว่า “เห็นกระแสบางคนที่ดราม่า ก็อาจจะได้ยินคำพูดหรือเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีและคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลก หรือว่าเป็นเรื่องที่มันดรามา แต่ว่าสำหรับผมและทุกๆ คนพี่ๆ ที่ผมรู้จัก รวมไปถึงน้ำเองก็ไม่มีอะไรเลย เป็นเรื่องของผู้ชาย อย่างแรกเลยการชกมวยเป็นกีฬาของลูกผู้ชายอยู่แล้ว กว่าเราจะมาถึงจุดบนเวทีเราผ่านกันมาเยอะ เต้ (นันทศัย พิศลยบุตร) เป็นคนที่ขยันซ้อมมาก 1 ปีที่ผ่านมาเรียกว่าค่ายมวยค่อนข้างจะเป็นบ้านหลังที่สองของเขา ทุ่มเทสุดๆ แล้วมันก็ไปจบที่เกมส์บนเวทีตรงนั้น”

“ส่วนเรื่องการพูดจาสำหรับคนที่ไม่รู้จักกับกีฬาตรงนี้ หรือไม่รู้จักพวกผมอาจจะดูว่ามันรุนแรงหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วสำหรับพวกเรามันเป็นเรื่องเล็กมาก นี่เรียกว่าซอฟต์สุดๆ แล้ว ผมกับน้ำก็สนิทกัน ทำงานกันมาเยอะแยะ เล่นละครกันมาเยอะแล้ว”

“ถามว่ามีโอกาสได้คุยเรื่องข่าวกับน้ำหรือยัง ยังไม่ได้คุยนะ ผมโทร.ไป แต่เขาไม่ได้รับ สงสัยเลี้ยงไก่ เลี้ยงควายอยู่ (หัวเราะ) แต่จริงๆ ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก เพราะเขาเองก็ออกมาพูดแล้วว่ามันไม่มีอะไร แค่จังหวะมันไม่ค่อยได้ คือเขาก็เป็นเพื่อนเต้ด้วย เขาก็อยากจะให้เต้ผลงานดีที่สุดบนเวที แต่จังหวะมันไม่ค่อยได้ในมุมมองผม เพราะเราก็ซ้อมกันมาเยอะ เรามีแผนการของทีมเรา มีสิ่งที่เราตกลงกันไว้ ก็กลัวว่าถ้าเกิดมันผิดเพี้ยนไปจากแผนตรงนั้นผลงานมันอาจจะไม่ค่อยดีเท่าที่เราต้องการ”

ลิเดีย : “ระหว่างเบรก มันมีเวลาที่เราจะแก้เกมส์ค่อนข้างมีลิมิต และพอเวลาที่พี่เต้ควรจะต้องโฟกัสกับโค้ช ก็รู้สึกว่าไม่อยากให้เขาต้องวอกแว่ก หรือเกิดหลายเสียงหลายสิ่ง อยากให้มีสมาธิที่สุด”

แมทธิว : “คนที่มองว่าแรงก็คือคนที่ไม่รู้จักพวกเรา มันเป็นการคุยแบบผู้ชายของวัยเราในแบบสไตล์เรา น้ำก็ไม่ได้อะไร ก็คุยกันแบบปกติ มันมีหนักกว่านี้เยอะ แรงกว่านี้เยอะ แล้วนี่คือเป็นกีฬา น้ำเขาก็รู้พอได้กลับไปคิด มันไม่ใช่หน้าที่ของเขาตรงนั้น ซึ่งเราก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้ว่าอะไร เราบอกไปว่าไปก่อนแป๊บหนึ่ง กำลังสอนอยู่ ใจเย็นๆ มันมีสไตล์ของมันครับ”

“ถามว่าเห็นคอมเมนต์ดราม่าต่างๆ แล้วซีเรียสไหม ผมว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องของคนอื่น มันเป็นเรื่องของผมกับน้ำที่ต้องคุยกัน คนอื่นจะมองยังไงเราห้ามความคิดใครไม่ได้อยู่แล้ว บางคนบอกว่าการที่ผมใช้คำหรือไล่เขาออกไปมันมีความรุนแรง ต้องกลับไปคิดเองว่ามันคิดแบบนั้นจริงหรือเปล่า ว่าพูดแค่นั้นมันแรงเหรอ ไม่ใช่มั้ง อย่าไปโลกสวยมาก เอาแบบชีวิตจริงดีกว่า (หัวเราะ)”

ลิเดีย : “ด้วยหน้าที่ของพี่แมทคือเป็นโค้ช จะต้องทำให้ผลงานของคนที่ขึ้นชกออกมาดีที่สุด เพราะฉะนั้น ณ โมเมนต์นั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือพี่เต้ตั้งสติ เดี๋ยวเราจะแก้เกมแบบนี้นะ แต่ถ้ามันมีเสียงมาเยอะก็อาจจะทำให้วอกแว่กได้”

แมทธิว : “ใช่ครับ นั่นคือสิ่งที่เราตั้งใจ กับนักมวยทุกคนแหละครับ ซ้อมมาเป็นปี บางคนเห็นเฉพาะเกมบนเวที แต่ผมได้อยู่กับนักมวยทั้ง 11 คนมาเป็นปีแล้ว อย่างที่บอกการเข้าซ้อมกับค่ายอาทิตย์ละ 3-4 วัน มันแทบจะเจอทุกวันเลยด้วยซ้ำ มันสลับวนมากันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นความตั้งใจตรงนั้นไม่อยากจะให้หลุดไปจากตรงนั้น อยากจะให้ผลงานของเขาออกมาดีที่สุด แพ้ชนะก็แล้วแต่ ไม่เป็นไร อยากจะให้เขามีประสบการณ์ในการชกบนเวที 1 ครั้งในชีวิตของเขาให้ออกมามีความประทับใจและดีที่สุดครับ”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team