ดูหนังออนไลน์
Entertainment

ม้า อรนภา เผยชีวิตที่ไม่มีงาน สุดเหลือเชื่อ อาถรรพ์ ถ้ำนาคา เคยลบหลู่จนต้องไปขอขมา



หลังจากพิธีกรชื่อดัง ม้า อรนภา กฤษฎี เจอกระแสดราม่าจากการแสดงความคิดเห็นกรณีเด็กนักเรียนออกมาแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง ด้วยถ้อยคำรุนแรง ทำให้ต้องยุติบทบาทหน้าที่ในวงการบันเทิง และห่างหายจากหน้าจอทีวีไปนานกว่า 3 เดือน ล่าสุด (17 พ.ย.) ม้า อรนภา ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 ที่มีน้องคนสนิท มดดำ คชาภา เป็นพิธีกรประจำรายการ

“ตั้งแต่หยุดไปมีคนพาไปเที่ยวเยอะมาก ก็เที่ยวล่องใต้ขึ้นเหนือไปหมดทุกอย่าง เพื่อนกลุ่มสายบุญก็พาไปปฏิบัติธรรม ทำบุญ สายมูก็พาไปมู สายเที่ยวก็พาไปเที่ยว ไม่ได้หยุดเลย ไม่มีความเหงาอะไรเลย ก็สนุกมาก มีความสุขดี ไม่ได้คิดอะไรเลย ในเดือนแรกจนถึงเดือนที่ 2”

“แต่มันก็รู้สึกเหมือนกันนะ ก็รู้สึกตั้งแต่วันแรกๆ แล้ว แต่เผอิญโชคดีอย่างหนึ่งที่เราชินตอนช่วงโควิด ซึ่งเราหยุดกันนานมาก แต่ถามว่ารู้สึกว่ามันขาดหายไปไหม แน่นอนมันต้องขาดหายไป ลองคิดดูสิ คนอย่างดิฉันเริ่มทำงานตั้งแต่เรียนหนังสือ ทำงานมาตลอดจนถึงวันนี้ 40 กว่าปี รู้สึกขาดหายไหมก็รู้สึก แต่ถามว่าใจหายไหม ใจไม่หาย แต่ถามว่าเสียใจไหม เสียใจ”

“เป็นวิกฤติชีวิตครั้งที่ 2 ที่เจอมาหนักสุด ครั้งแรกเป็นเรื่องอื่นๆ ช่วงวัยรุ่น ซึ่งหลังจากที่ไปคอมเมนต์ข้อความรุนแรงเกี่ยวกับเด็กจนเป็นดราม่า ก็เจอเอฟเฟกต์คือไม่ได้ทำงาน นอนนิ่งๆ อยู่กับบ้าน เหมือนคนเกษียณอายุ ดิฉันมันควรจะเกษียณมาตั้งนานแล้ว แต่เผอิญว่าไม่เคยได้หยุดนิ่งๆ สักที แต่พออยู่ๆ มีแบบนี้มา เราก็ นี่คงเป็นเกษียณอายุของเราแล้วมั้ง”

เมื่อ มดดำ บอกว่า คนอยากจะฟังว่าเราอยากจะพูดอะไรกับเด็กๆ ที่เขาได้อ่านคอมเมนต์เหล่านั้น ม้า อรนภา ยิ้มและส่ายหน้า มดดำถามต่อว่า พี่รู้สึกเสียใจไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ม้าก็ตอบว่า “ไม่ตอบได้ไหม (ยิ้ม) ไม่อยากกลับไปพูดอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านมาแล้ว เราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป”

มดดำ ถามต่อถึงวิธีรับมือกับคอมเมนต์ที่เข้ามาต่อว่า ทั้งเรื่องเพศสภาพ เรียกเราว่าลุงพรชัย “ก็ไม่ใส่ใจ แต่คิดอยู่เสมอว่า มีกลุ่มที่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน แล้วพอเรียกร้องแต่ทำกันซะเอง ดิฉันก็ยังงงอยู่ว่าจะเรียกร้องไปทำไม ดังนั้นการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนก็ไม่ควรมาทำในลักษณะแบบนี้เท่านั้นเอง ดิฉันอ่านคอมเมนต์ แต่ดิฉันก็ไม่นอยด์นะ ไม่เคยร้องไห้เลย หลังๆ มาไม่อ่านเพราะเลิกเล่นโซเชียลไปเลยทุกช่องทาง หมายถึงก็ยังดูของคนอื่นแต่ตัวเองไม่ได้โพสต์เลย ติดตามข่าวสารของเพื่อนๆ คนอื่น แต่ดิฉันไม่โพสต์เพราะดิฉันอกหัก (จากโซเชียล) ก็หยุด อยู่นิ่งๆ ไม่ต้องเล่น”

ส่วนธุรกิจห่อหมกของคุณแม่ขายดีขึ้นเยอะมาก “จริงๆ เราเลิกทำไปแล้วนะคะ เราเลิกทำตอนโควิด พอหลังโควิดลูกน้องของแม่เขาก็ลาออกไป ดิฉันก็เลยให้เลิกทำไปเลยเพราะแม่ก็อายุ 95 ปีแล้ว ปรากฏว่าอยู่มาวันหนึ่งคนที่ออกไปดันไปทำแล้วขายข้างๆ บ้าน ที่บ้านเขาก็เลยรู้สึกเสียอกเสียใจ ก็เลยบอกว่าให้ทำเดือนละสัก 3-4 วันไหม เดี๋ยวฉันจะรีวิวให้ แต่ปรากฏว่าทัวร์มาลงห่อหมกแม่ดิฉันสุดฤทธิ์สุดเดช ซึ่งมันไม่เกี่ยวกัน ทุกวันต้องรับโทรศัพท์คนโทรมาด่าทุกเช้า เสร็จแล้วทุกคนก็คงสงสารก็เลยสั่งกัน พอเขาสั่งกันเอาไปทานก็พบว่าอร่อยก็เลยยาวต่อเนื่องมา”

มดดำ ถามว่า แม่รู้เรื่องทั้งหมดไหม? ม้าก็ตอบว่า “จะเหลือเหรอ รู้ค่ะ วันที่มีการประกาศว่าดิฉันยุติการทำรายการที่เป็นการอ่านข่าว ดิฉันกับแม่นั่งดูโทรทัศน์พร้อมกัน แต่เราก็นิ่ง ก็ต้องขอบคุณการปฏิบัติธรรม การกำหนดจิตให้รู้เท่าทัน ณ ปัจจุบัน สิ่งที่เกิดก็มีการตั้งอยู่และดับไป แม่ก็นอยด์แต่ไม่แสดงออก”

มดดำ เล่าถึงอาถรรพ์ ถ้ำนาคา พี่ม้าเคยทักมดดำและน็อต วรฤทธิ์ ว่า “ไปไหว้หินเหรอ” ม้าเลยเล่าต่อว่า “ไม่ใช่ไม่มีความเชื่อ แต่พี่ชอบมีเหตุและมีผล จะไม่หลงไม่งมงาย ก่อนจะพูดคำนั้น พี่ถามว่าหินก้อนนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เรามองว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ”

“หลังจากนั้นเกิดวิกฤตที่คาดไม่ถึง เพื่อนพาไปเที่ยวหัวหิน เพื่อนมาถามว่าไปทำอะไรมาบ้างไหม เช่น ไปดูถูก ไปไม่เชื่อ หรือ ไปพูดอะไรไม่เคารพอะไรบางอย่างหรือเปล่า ฉันก็นั่งนึกๆ ถึงเรื่องถ้ำนาคาก็บอกว่าพูดกับมดดำ นางก็ขนลุกขึ้นมาทันทีว่าฝันเมื่อคืนมันเป็นแบบนี้ เขาก็เลยให้ดิฉันไปขอขมากลางแจ้งเดี๋ยวนั้นเลย เขาก็บอกว่าเชื่อไม่เชื่อไม่เป็นไรนะ แต่แค่มีจิตเป็นลบไม่ได้ ห้ามเด็ดขาดเพราะเราเป็นคนที่สื่อถึงหมดทุกเรื่องราว ถ้ามีโอกาสไปขอขมาได้ก็ไป ให้ไปขอขมา อย่าไปบน มีอยู่วันนึง ฉันก็เห็นคนไปเที่ยวถ้ำนาคา แล้วไปเห็นอาจารย์เป็นหนึ่งไปคอมเมนต์ว่าอยากไปจังเลย ฉันเลยไปคอมเมนต์ว่า ไปไหม จนนัดวันได้ว่าจะไป”

“แต่ก่อนที่ดิฉันจะเห็นคอมเมนต์ทั้งหมด ดิฉันมีความรู้สึกปวดแขน แต่คิดว่าเป็นเพราะเล่นโยคะมากไป แต่มันปวดแบบไร้เหตุผล ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน พอคุยกับอาจารย์เป็นหนึ่งนัดกันเรียบร้อยแล้ว ก็รู้สึกว่าทำไมความปวดมันหาย ความเจ็บหายไปไหน ตอนนั้นก็คิดว่าเพราะอยู่ที่จิตเราที่อยากจะไปก็เลยหาย อีกไม่กี่วันจะไปเขาบอกถ้ำปิด ก็ต้องขอบคุณมดดำที่หาทางทำให้ดิฉันได้ไป ระหว่างทางก็มีอุปสรรคมากมายกว่าจะไปถึงบนนั้น”

“แต่ด้วยจิตที่มีความศรัทธานำไปได้หมดทุกสิ่งอย่าง พอไปถึงเขาก็โทรมาบอกให้ลงมาเดี๋ยวนี้ ไม่ให้เข้า เราบอกขึ้นมาถึงตรงนี้แล้วไม่ให้ทำได้ไง เขาเห็นเราศรัทธาแรงกล้า ก็เลยโอเค”

มดดำ เล่าต่อว่า พอไปถึงจุดสำคัญ พี่ม้า ร้องไห้หนัก จนชาวบ้านบึงกาฬ บอกว่าเห็นแล้วสงสาร ไม่โกรธม้าแล้ว ไม่เคยเห็นร้องไห้ขนาดนี้ “ผู้ใหญ่บ้านผู้ชายและผู้หญิงที่พาไป เขานั่งอยู่ข้างๆ เราก็ไหว้ขอขมาตามที่เขาเขียนมาให้ ตอนนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้น อยู่ๆ มันปริ่มและปีติ ความารู้สึกมันบอกไม่ถูก อยู่ๆ น้ำตาไหลออกมา แล้วสะอึกสะอื้นเยอะมาก แต่รู้สึกตัวตลอดนะ ไม่รู้เพราะอะไรวันนี้ไม่ไหวแล้ว สุดๆ มากๆ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันมหัศจรรย์ มันมีเรื่องราวมากมายที่คิดว่าไม่ได้ๆ ก็ทำได้ ทุกวันนี้กลับมาแล้วสบายใจขึ้น”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team