ดูหนังออนไลน์
Business

ไตรมาส 3 ‘นกแอร์’ ขาดทุนเพิ่ม 1.4 พันล้าน ‘ประเวช’ ทิ้งประธานกรรมการบริหาร



เลือดไหลไม่หยุด! ไตรมาส 3 “นกแอร์” ขาดทุน เพิ่ม 134% เป็น 1.4 พันล้าน ทีมบริหารง่อนแง่น “ประเวช” สละเครื่อง! ทิ้งเก้าอี้ประธานกรรมการบริหาร ลาออกตาม “ประเสริฐ”

วันนี้ (17 พ.ย. 63) บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนของปี 2563 ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ไตรมาส 3 นกแอร์ ขาดทุน ส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 1,466 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 134% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 624 ล้านบาท

งวด 9 เดือน ขาดทุนส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ รวม 3,935 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 143% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1,615 ล้านบาท

ไตรมาส 3 นกแอร์ ขาดทุน ประเวช

“นกแอร์” แจงผลประกอบการ ขาดทุน เละ

ตามที่นกแอร์ได้รายงานผลประกอบการสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยงบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2563 จำนวน 2,598.71 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวดำนวน 2,280.91 ล้านบาท

โดยมีขาดทุนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่จำนวน 3,935.96 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีผลขาดทุนจำนวน 1,634.97 ล้านบาท บริษัทจึงขอชี้แจงปัจจัยหลักและเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท ดังนี้

  1. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่อง โดยตรงต่อการเดินทางทางอากาศและสถานการณ์ของสายการบินทั่วโลกทำให้จำนวนผู้โดยสารทางอากาศโดยรวมทั้งภายในและระหว่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเนื่องมาจากการควบคุมการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศที่เข้มข้น และมาตราการปิดเมืองของภาครัฐในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 อันเป็นเหตุให้สายการบินนกแอร์ได้มีการยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศเป็นการชั่วคราว
  2. ในขณะที่ผู้โดยสารเริ่มมีการเดินทางภายในประเทศมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 อัตราการแข่งขันในเรื่องราคา ค่าตั๋วเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากผู้ประกอบการสายการบินทุกสายการบินได้ถูกจำกัดการบินเพียงภายในประเทศ อันเป็นผลให้ราคาค่าตั๋วและอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารลดลง
  3. จากการนำมาตรฐานบัญชีการรายงานงบการเงินฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่า เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ทำให้บริษัทรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากบริษัทมีสัญญาเช่าระยะยาวที่เป็นเงินสกุลต่างประเทศ
  4. การแจ้งเลิกกิจการของ บริษัท สายการบินนกสกู๊ด จำกัด (บริษัทย่อย) เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 อันเป็นผลทำให้บริษัทรับรู้ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่ขาดทุนต่อเนื่อง

นกแอร์

จากรายงานงบการเงินรวมสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2563 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 4,827.74 ล้านบาท ลดลง 47.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้จำนวนผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ นกแอร์ มีจำนวนรวม 9,473.19 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 10.74% ซึ่งลดลงในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ที่ลดลง ทั้งนี้เนื่องจากใน 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นยอดเงิน 656.11 ล้านบาท จากการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่ามาใช้ รวมถึงการบันทึกต้นทุนดอกเบี้ยของสิทธิการใช้เครื่องบินและพื้นที่ตามสัญญาเช่า จำนวน 462.65 ล้านบาทด้วย และบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิด ตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เป็น ยอดเงินจำนวน 1,446.02 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จ จำนวน 2,598.71 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนจากการเลิกกิจการของบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทำให้ส่วนผลขาดทุนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 3,935.96 ล้านบาท

นกแอร์

ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น

สายการบิน นกแอร์ แจ้งเพิ่มเติมว่า ผู้สอบบัญชีไม่สามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทที่สิ้นสุด 30 กันยายน 2563 ได้ เนื่องจากบริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 และอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการฯ ซึ่งจะเป็นกระบวนการในการปรับปรุงแผนการดำเนินการให้สามารถเกิดความต่อเนื่องของธุรกิจต่อไป โดยจะขึ้นอยู่กับการได้อนุมัติแผนและดำเนินการตามแผนต่อไป สถานการณ์ดังกล่าวนี้แสดงถึงความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญ อาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความสามารถของบริษัทที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

Key Man “ประเวช-ประเสริฐ” สละเครื่อง นกแอร์

กลางดึกวานนี้ (16 พ.ย. 63) นกแอร์ ยังได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า นายประเวช องอาจสิทธิกุล ได้ขอลาออกจากการดำรงกรรมการบริษัทและประธานคณะกรรมการบริหาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 

ก่อนหน้านี้ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ก็ได้ขอลาออกจากการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระและประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team