ดูหนังออนไลน์
Politics

แฮปปี้! รัฐบาลพอใจ ‘คนละครึ่ง’ เฟสแรกช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

โฆษกรัฐบาล เผยผลตอบรับโครงการ “คนละครึ่ง” เฟสแรก น่าพอใจ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก พร้อมเดินหน้าเฟสต่อไป วอนเยาวชนชุมนุมอย่างสร้างสรรค์

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการคนละครึ่ง ว่า การดำเนินการเฟสแรกเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมีประชาชนลงทะเบียนครบจำนวน 10 ล้านสิทธิ์ตามเป้าหมาย คาดว่า จะมีเงินหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายกว่า 6 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด มีร้านค้าที่ลงทะเบียนกว่า 6 แสน 4 หมื่นร้านค้า ขณะที่ยอดใช้จ่ายโดยรวมอยู่ที่ 13,481 ล้านบาท เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 208 บาทต่อคน ซึ่งโครงการนี้ นอกจากเป็นการช่วยเรื่องค่าครองชีพ ให้ประชาชนทั่วไปแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก ที่เป็นร้านค้ารายย่อยได้รับประโยชน์ จึงเชิญชวนร้านค้าที่สนใจ ลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ ยืนยัน รัฐบาล ไม่ได้มุ่งตรวจสอบการเสียภาษี แต่คาดหวัง ให้เงินที่อัดฉีดลงไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

โฆษกรัฐบาล

ส่วนกรณีที่มีเสียงเรียกร้อง อยากให้ขยายเพิ่มเติมในเฟสต่อไปนั้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ได้พูดที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมา ว่า โครงการอะไรที่คิดว่า เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาดำเนินการตามงบประมาณที่มีอยู่

พร้อมกำชับ ให้แก้ไขสิ่งที่ยังเป็นช่องโหว่ในการทุจริต หลังพบข้อมูลว่า มีบางร้านค้าฉวยโอกาส ปรับเพิ่มราคา ขอให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส ผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กระทรวงการคลัง หรือ ช่องทางทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ลงไปตรวจสอบให้เกิดความรัดกุมมากขึ้น

โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า อยากให้กลุ่มเยาวชน ที่มีการชุมนุมกันอยู่ในขณะนี้ ช่วยกันเสนอแนะแนวคิด ในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาประเทศ ดีกว่าที่จะมีเพียง ความเห็นต่างในเรื่องของการเมือง และ อยากให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่การชุมนุม ที่มีแต่การเสียดสีเรื่องทางการเมืองเท่านั้น

“รัฐบาลพร้อมเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ในการเจรจาการหาทางออกทางการเมือง และอยากให้ผู้ชุมนุมมีส่วนร่วมในการนำเสนอ ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องให้เป็นไปตามกลไกของรัฐสภา รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ” โฆษกรัฐบาล กล่าว

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำระบบเพื่อรองรับการโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ จากเดิมที่โอนให้ในวันทำการถัดไป

ทั้งนี้ เนื่องจากกระทรวงการคลัง ได้คำนึงถึงความสำคัญในการช่วยเหลือร้านค้ารายย่อย โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย ที่จำเป็นต้องมีเงินหมุนเวียนในการค้าขายได้ต่อเนื่องทุกวัน โดยจะเริ่มโอนเงินในวันหยุด ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2563

โดยยอดใช้จ่ายของประชาชนครึ่งหนึ่งที่ใช้จ่ายกับร้านค้า ร้านค้าจะได้รับยอดรวมโอนเข้าบัญชีที่ลงทะเบียนทุกสิ้นวัน ในช่วง 02.00 น. – 6.00 น. ตามระบบชำระเงินของธนาคาร สำหรับส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ร้านค้าจะได้รับในวันถัดไป ในช่วง 17.30 น. – 19.00 น. โดยไม่เว้นวันหยุด

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 6.5 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 7,832,522 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 13,764 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 7,012 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 6,752 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 207 บาทต่อครั้ง

โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ ทั้งนี้ ยอดการใช้จ่ายของเมืองรองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับด้วยเช่นกัน

รองโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ย้ำว่า ประชาชนที่ลงทะเบียนสำเร็จและได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้รีบติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รวมทั้งยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย และขอให้เริ่มใช้สิทธิในการใช้จ่ายภายใน 14 วัน ตามที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิการใช้จ่ายตามโครงการจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team