ดูหนังออนไลน์
General

’30 บาท รักษาทุกที่’ เพิ่ม 4 สิทธิบัตรทอง คนไทยต้องเป็นวีไอพี ทุกโรงพยาบาล

30 บาท รักษาทุกที่ “อนุทิน” ลุยนำร่อง กทม. ตั้งเป้าปี 65 คนไทยรับบริการคลินิกปฐมภูมิระบบบัตรทองได้ทั่วประเทศ เพิ่ม 4 สิทธิ ผู้ป่วยมะเร็งรักษาได้ทุกที่30 บาท รักษาทุกที่ “อนุทิน” ลุยนำร่อง กทม. ตั้งเป้าปี 65 คนไทยรับบริการคลินิกปฐมภูมิระบบบัตรทองได้ทั่วประเทศ เพิ่ม 4 สิทธิบัตรทอง ผู้ป่วยมะเร็งรักษาได้ทุกที่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม สร้างความร่วมมือภาคีเครือข่ายภาคประชาชน พร้อมเปิดเผยว่า จะเร่งยกระดับบริการบัตรทอง ให้เป็น 30 บาท รักษาทุกที่ ซึ่งเป็นภาค 2 ของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

30 บาท รักษาทุกที่

ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้พัฒนาการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค การรักษาก็ยังไม่ครอบคลุมสารพัดโรคเช่นปัจจุบัน แต่ได้มีการเพิ่มสิทธิ์เข้าไปเรื่อย ๆ

“จะเห็นว่า ทุกนโยบาย ต้องอาศัยการพัฒนาต่อยอด และ 30 บาทรักษาทุกที่ ขอให้เป็นภาค 2 ของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน”นายอนุทินกล่าว

ทั้งนี้ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ คนไทยต้องเป็น VIP ทุกโรงพยาบาล นำมาซึ่งการขยายสิทธิบัตรทองออกไปใน 4 บริการหลัก และเริ่มปฏิบัติไปบ้างแล้ว นั่นคือ การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยปฐมภูมิ หรือผู้ป่วยด้วยโรคทั่วไป สามารถเข้ารับบริการในสถานบริการปฐมภูมิ ในสิทธิบัตรทองได้เลย ซึ่งเริ่มนำร่องในพื้นที่ กทม.แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และจะใช้ได้ทั่วประเทศในปี 2565

ขณะเดียวกัน ยังได้เพิ่มเติมการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ผู้ป่วยใน ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว นำร่องบริการแล้วที่ จ.บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุรินทร์ และชัยภูมิ

นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญกับผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมีสิทธิ์เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลที่ไหนก็ได้ ที่มีความพร้อม และอยู่ในเครือข่ายการให้บริการ จะเริ่มในเดือนมกราคม 2564 ถือเป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งได้จัดหาเครื่องฉายรังสีเพิ่มเติม 7 เครื่อง ตามข้อเสนอของทีมแพทย์ มาติดตั้งตามโรงพยาบาลทั่วประเทศแล้ว

“นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ มักจะมีการตั้งข้อสังเกตุว่า ที่สุดแล้ว ประชาชนจะไปใช้บริการแต่โรงพยาบาลใหญ่ เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา วิธีแก้คือ ทางกระทรวงจะขยายขีดความสามารถของโรงพยายาลทั่วประเทศ จากนี้ จะไม่มีการพูดถึงเรื่องโรงพยาบาลใหญ่ โรงพยาบาลเล็ก แต่ต้องทำให้ทุกโรงพยาบาล เป็นโรงพยาบาลที่ดี”นายอนุทินกล่าว

ขณะที่ แนวทางการพัฒนาการให้บริการในสิทธิ์บัตรทอง ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด สปสช. ประกอบไปด้วย 4 บริการหลัก ดังนี้

1. ประชาชนเจ็บป่วย ไปรับบริการกับหมอประจำครอบครัว ในหน่วยบริการปฐมภูมิทุกที่ ในระบบบัตรทอง ตามนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” เบื้องต้นนำร่องในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ซึ่งมีความพร้อมที่จะเดินหน้าได้

ในการดำเนินงานนั้น กระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร จะขยายเครือข่ายบริการปฐมภูมิเพื่อรองรับ มีการเชื่อมต่อข้อมูลคลินิกหมอครอบครัวและผู้ป่วยเพิ่มเติม จัดทำระบบตรวจสอบสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน และมีระบบยืนยันตัวตนประชาชนในการรับบริการผ่านบัตรประชาชน ทั้งนี้จะเริ่มต้นได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 นี้

2. ผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัว จากเดิม ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ที่เข้ารับการรักษาตัว เป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล มีส่วนหนึ่งต้องนอนรักษาต่อเนื่อง ด้วยสาเหตุทางการรักษา ซึ่งในกรณีที่ใบส่งตัวครบกำหนด ในการใช้สิทธิบัตรทองต่อเนื่อง ผู้ป่วยหรือญาติต้องกลับไปยังหน่วยบริการประจำเพื่อขอใบส่งตัวใหม่ ทำให้เกิดความไม่สะดวกและเป็นปัญหา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ต่างจังหวัด

ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในกรณีนี้ สปสช.ได้ปรับระบบ ให้ผู้ป่วยในสามารถรักษาต่อเนื่องได้ทันที ตามการวินิจฉัยของแพทย์โดยไม่ต้องใบส่งตัว ใช้เพียงบัตรประชาชนตรวจสอบตัวตนผู้ป่วย ซึ่งจะนำร่องในพื้นที่เขต 9 เริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ส่วนใน กทม. และปริมณฑล จะเริ่ม งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 จากนั้นจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

3. โรคมะเร็ง สามารถรับบริการที่ไหนก็ได้ที่มีความพร้อม โดยผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยแล้วว่าเป็นมะเร็ง จะได้ใบรับรองและประวัติ หรือ Code เพื่อเลือกไปรับบริการที่อื่นผ่าน 3 ช่องทาง คือ สายด่วน สปสช. 1330, แอปพลิเคชัน สปสช. และติดต่อที่หน่วยบริการโดยตรง เฉพาะที่โรงพยาบาลรักษามะเร็งที่มีความพร้อมเข้าร่วม และให้บริการตามโปรโตคอลรักษามะเร็ง บริการระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) บริการปรึกษาเภสัชกรทางไกล (Tele pharmacy) และการให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน ทั้งนี้จะเริ่มในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มกราคม 2564

4. ย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่พัฒนาก้าวหน้า โดยเฉพาะการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังหน่วยบริการ ทำให้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการใหม่ได้ทันที หลังเปลี่ยนหน่วยบริการประจำ รวมถึงกรณีที่เปลี่ยนหน่วยบริการเอง ผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. โดยจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 มกราคม 2564

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team