ดูหนังออนไลน์
Politics

คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน มาแรง! ‘นายกฯ’ สั่งต่อยอดโครงการเพิ่ม

คนละครึ่ง – เราเที่ยวด้วยกัน มาแรง! “นายกรัฐมนตรี” สั่งต่อยอดโครงการเพิ่ม เผยครม.เคาะงบประมาณ 6.1หมื่นล้านบาท เดินหน้าประกันรายได้ชาวสวนยาง – ชาวนา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha โดยระบุว่า ช่วงที่มาประชุมที่ จ. ภูเก็ต ผมได้ยินเสียงตอบรับโครงการ คนละครึ่ง ว่าเป็นที่ชื่นชอบของพี่น้องประชาชน เพราะสามารถช่วยลดค่าครองชีพได้ดี ส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ก็ได้รับการตอบรับดีเช่นกัน มีการขอให้ช่วยเพิ่มเติมในบางส่วน ซึ่งผมรับฟังและจะให้ทีมรีบไปช่วยกันคิดต่อยอด และทำให้ตรงตามความต้องการมากขึ้นครับ

สิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดัน คือ ต้องทำให้เงินในระบบหมุนเวียนไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ ผู้คนมีเงินในการจับจ่ายใช้สอย การค้าขายของประชาชนในทุกภาคส่วนขายได้ดี เป็นเรื่องที่ผมและรัฐบาลสัญญา และขอยืนยันว่าเราทำกันอย่างเต็มที่ครับ

คนละครึ่ง

การจะทำอะไรก็ตามต้องเน้นให้ทั่วถึง การดำเนินงานต้องโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียม แต่ละจังหวัดอาจพัฒนาและมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากขอ คือ ขอให้พวกเราทุกคนช่วยกันเริ่มต้นด้วยความเชื่อใจ ไว้ใจกันและกัน ทำบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย มาร่วมกันแก้ไขปัญหา ผมมั่นใจครับว่าทุกอย่างต้องดีขึ้นแน่นอน

ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับในการต้อนรับของพี่น้องทั้งชาวสมุยและชาวภูเก็ต ที่อบอุ่น มีมิตรไมตรีที่น่ารัก จริงใจ ที่สำคัญอาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ขอบคุณมากครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) นายกรัฐมนตรี ได้ แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 2 และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563 – 2564 รอบที่ 1

ประกอบด้วยมาตรการอื่นๆ วงเงินรวมจำนวน 61,193.96 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 2 วงเงิน 10,042 ล้านบาท ขณะที่โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวฯ และมาตรการคู่ขนาน วงเงิน 51,248.14 ล้านบาท

“เราต้องปรับลดงบประมาณบางรายการ ในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพื่อให้รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ สำหรับการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรดังกล่าว ซึ่งนี่คือปัญหาของเราที่ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการดูแลเกษตกร เพราะมีเกษตรกรปลูกพืชหลักต่างๆ รวม 6 ชนิด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ดังนั้น รัฐบาลต้องหาวิธีที่เหมาะสมในการพิจารณา โครงการประกันรายได้เกษตรกรวงรอบต่อไป สำหรับปีงบประมาณ 2564 ว่า เราจะมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการประกันราคาพืชผลการเกษตรอย่างไร ซึ่งตนสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ไปหารือกับกระทรวงการคลังแล้ว

อย่างไรก็ตาม มองว่า ขณะนี้เราโชคดี ที่ราคายางพาราเริ่มดีขึ้น แต่ไม่ยั่งยืนมากนัก เพราะมีภัยพิบัติต่างๆ เกิดขึ้นในหลายประเทศที่ปลูกยางพารา ซึ่งตนได้เคยเตือนเรื่องนี้แล้วว่า ทุกคนต้องระมัดระวังเรื่องการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยจำเป็นต้องมีกิจกรรมเสริม อาทิ การเลี้ยงสัตว์ในสวนยางพารา หากเกิดกรณีที่พืชชนิดนั้นราคาตก จะทำให้ยังมีรายได้จากสิ่งอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม กรณีของเกษตรกรชาวสวนยางตอนนี้มี 1.8 ล้านราย ซึ่งโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 2 จะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนมีความมั่นใจในการประกอบอาชีพและลดความเสี่ยงเรื่องการขาดรายได้จากการปลูกยางพารา เพราะการทำสวนยางพาราในตอนนี้ มีการจ้างแรงงานกรีดยางด้วย ทำให้รัฐบาลต้องกำหนดสัดส่วนการดูแลเกษตรกรเจ้าของสวนยางและผู้กรีดยางด้วย ซึ่งรัฐบาลพยายามดูแลและช่วยเหลือคนเหล่านี้อย่างเป็นธรรม

ส่วนกรณีของชาวนาทั่วประเทศ ที่มีประมาณ 4.6 ล้านครัวเรือนนั้น รัฐบาลได้อนุมัติการช่วยเหลือชาวนาไปแล้ว 3 โครงการ ได้แก่

1. โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบที่ 1 วงเงิน 18,096 ล้านบาท

2. มาตรการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าว เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาในช่วงเก็บเกี่ยว 5,105.26 ล้านบาท

3. การสนับสนุนค่าบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563 – 2564 วงเงิน 28,046.82 ล้านบาท

“ตนจึงขอย้ำกับชาวนาว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกคน แต่อยู่ที่เราจะช่วยกันอย่างไรในอนาคตเพื่อไม่ให้มีการใช้จ่ายงบประมาณในเรื่องเหล่านี้มากเกินไปจนทำให้รัฐบาลมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการลดอัตราภาษี มีการให้ผ่อนชำระ หรืออะไรต่างๆ ก็ตาม ซึ่งทำให้รัฐบาลเก็บรายได้ลดลง ทั้งนี้ อะไรลดได้ก็ลดไป แต่ขอลดลงเป็นช่วงๆ 3 เดือน หรือ 6 เดือน แต่ให้ลดตลอดทั้งปีไม่ได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้ คือ เราจะต้องทำอย่างไรให้ธุรกิจที่ยังมีโอกาส มีสภาพที่ไม่ใช่เรื่องของการบริการท่องเที่ยวอย่างเดียวสามารถที่จะเดินต่อได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียน ทางรายได้ มีเงินอยู่ในระบบหมุนเวียน

“สิ่งที่ตนได้รับแจ้งมา จากมาตรการของรัฐบาล คือ เรื่องของโครงการ “คนละครึ่ง” และโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งได้รับความนิยม ตนจึงได้สั่งการว่า ในเมื่อวงเงินเรายังเหลืออยู่ ให้ลองดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะปรับปรุงอะไรให้มากขึ้นได้หรือไม่ มีมาตรการอื่นเสริมหรือไม่ในตรงนี้”

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามันเป็นเรื่องของรัฐกับประชาชนช่วยกัน ต่อไปนี้อาจมีภาคเอกชนธุรกิจมาร่วมมือกันด้วยได้หรือไม่ ไม่ว่า จะเป็นในส่วนของสถานประกอบการ หรือ สายการบินต่างๆ ที่จะมาร่วมในโครงการเหล่านี้ ซึ่งรัฐบาลก็จะหามาตรการที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ได้มีการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพราะขณะนี้เราก็มั่นใจในระบบ สาธารณสุขที่ดูแลเรื่องสุขภาพเราทำได้ดี ถือว่าดีมาก แต่เราก็ประมาทไม่ได้ อย่าลืมเรายังประมาทไม่ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team