Business

ปักธงไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้วก่อน 20 ปี   

เดินหน้าย่อยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีลงสู่ 6 แผนงาน เร่งกระทรวงทบวงกรมและจังหวัด นำยุทธศาสตร์-แผนแม่บทบรรจุในแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของบปี 63  หวังยกไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้วก่อน 20 ปี 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ ( 27 ก.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในการประชุมประจำปี 2561 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภายใต้หัวข้อ “ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา” โดยมีหน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน ประชาสังคมเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน  เพื่อสร้างการรับรู้และรับฟังข้อเสนอแนะต่อร่างยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580  และยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ 6 ด้าน

โดยกล่าวว่า ยุทธศาสตร์เป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องมีการสร้างความเข้าใจและการรับรู้ให้ตรงกัน เพื่อให้ทุกคนเห็นอนาคตและเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่วันข้างหน้าอย่างมั่นคง ให้รัฐบาลทุกรัฐบาลทำงานประสานกันได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นกรอบให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการ

ทั้งนี้ทุกคนต้องคิดใหม่ทำใหม่ร่วมมือกันพัฒนาประเทศ รัฐบาลนี้มีนโยบาย Thailand+1 และ ไทยแลนด์ 4.0 นำศักยภาพที่มีอยู่มาเป็นตัวกำหนดให้เกิดการเชื่อมโยงกัน  โดยทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบประเทศ ไม่ให้ประเทศกลับไปวุ่นวายเหมือนในอดีต และทำให้ประเทศหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางให้เร็วที่สุด มั่นใจว่าอาจทำได้เร็วกว่า 20 เพื่อมุ่งให้เกิดความเท่าเทียม บูรณาการงบประมาณต่างๆ

สำหรับสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทย ขณะนี้อยู่ประมาณ 42% ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวไม่ทำให้ระบบเศรษฐกิจเสียหาย เพราะไม่เกินระดับ 60% อีกทั้งรัฐบาลไม่ได้ก่อหนี้สาธารณะเพิ่มเติม ดังนั้นวันนี้สถานะทางการเงินของไทยมีความมั่นคงในอันดับต้นๆ ของภูมิภาค และของโลก มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่มั่นคง

รัฐบาลมุ่งแก้จน-เหลื่อมล้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลนี้ทำหลายเรื่องที่รัฐบาลในอดีตไม่สามารถทำได้ และมีการออกกฎหมายหลายฉบับมารองรับการแก้ปัญหา เช่น การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ  และสัญญาขายฝากที่ดิน ทำให้สามารถเรียกคืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนได้นับพันไร่ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาผู้มีรายได้น้อยไม่ให้เสียเปรียบ รวมถึงการจัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎร ซึ่งมีแผนจะดำเนินการให้ครบทุกจังหวัด ถือเป็นการแก้ไขความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม

“ทราบดีว่าทุกคนต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพราะหวังว่าบ้านเมืองจะสงบ แต่ก็ต้องช่วยกันทำให้เกิดความเรียบร้อย ถึงเวลาที่เราต้องคิดใหม่ ทำใหม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวพร้อมกับเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันแก้ปัญหาขยะของประเทศ ด้วยการคัดแยกขยะจากที่บ้าน และไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง รวมถึงการให้เด็กเยาวชนไทยพยายามเลือกเรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อจบแล้วจะได้มีงานทำ โดยเฉพาะสายอาชีพที่เป็นที่ต้องการจำนวนมาก

ด้านนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า การประชุมใหญ่ทางวิชาการครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา” เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงที่มา และสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) รวมถึงรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ

เร่งใส่ยุทธศาสตร์ชาติลงแผนปฏิบัติการปี 63

ทั้งนี้การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ มีเป้าหมายให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐ

ยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้านรองรับ ประกอบด้วย

  1.  ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง
  2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
  3. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
  4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
  5. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

สำหรับความก้าวหน้าของการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัตินั้น จะมีการจัดทำแผนแม่บท ซึ่งต้องแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2561 นำไปประสานงานกับกระทรวงทบวงกรมต่างๆ รวมถึงจังหวัด เพื่อให้ใส่เรื่องที่เกี่ยวข้องไว้ในแผนปฏิบัติการ  ไปสู่ขั้นตอนการรับคำของบประมาณประจำปี 2563 ทำให้แผนที่วางไว้เริ่มนำไปใช้ในปีงบประมาณ 2563 ได้ทัน

พร้อมระบุว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ถือเป็นการตั้งเป้าหมายใหญ่ให้ชัดเจน มุ่งให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในอีก 20 ปี และมีแผนอื่นๆ ที่มาช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ อาทิ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนความมั่นคง และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีทิศทางการพัฒนาเป็นไปในทางเดียวกัน

“ต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการขับเคลื่อนร่วมกันตามบริบทของตนเอง และมุ่งไปยังเป้าหมายเดียวกัน ประเทศจึงจะสามารถก้าวข้ามไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว สศช. ขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมแสดงความเห็นในการจัดทำร่างแผนแม่บทด้านต่าง ๆ ในช่วงของการจัดทำแผนแม่บทจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นระยะ ๆ ในยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน และร่างแผนแม่บทที่เกี่ยวข้อง  ประชาชนสามารถแสดงความเห็นเข้ามาทางเว็บไซต์และ เฟซบุ๊กของ สศช.ได้อีกช่องทางหนึ่ง ที่เราเปิดเป็นเวทีให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ตลอดเวลา” นายทศพร  กล่าว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ผ่านมาประเทศไทย ไม่เคยปักธงว่าเราจะเป็นอะไร ถึงเวลาที่เราจำต้องมีเป้าหมายให้ชัดเจน จึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปีเพื่อเป็นกรอบการทำงานในแต่ละด้าน โดยนำเป้าหมายเป็นตัวตั้ง และย้อนกลับมาทำแผนปฏิบัติการเพื่อให้ไปสู่เป้าหมาย

ทั้งหมดมีการนำข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)  และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ รวมกว่า 2,000 ข้อเสนอมาประกอบในยุทธศาสตร์ชาติด้วย เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ

เน้นแก้ 3 เรื่องก่อน

นายกรัฐมนตรีให้เริ่มทำจากข้อเสนอที่ประชาชนต้องการก่อน ซึ่งมีด้วยกัน 3 เรื่อง ประกอบด้วย การแก้ปัญหาปากท้อง ซึ่งเราพบว่ามีผู้ที่มีเงินเดือนประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน หรือ 24,000 บาทต่อปี มีกว่า กว่า 20 ล้านคน ทำอย่างไรที่จะทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็น 600,000 บาทต่อปี ให้ไทยก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 20 ปี จะทำอย่างไรเป็นโจทย์สำคัญ 2.ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ 3.การแก้โกง

การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้กระบวนการทำงานของรัฐบาลใน 3 เรือ่งใหญ่ คือ แผนงานระยะสั้น (Quick Win) 2.โครงการ ด้านโลจิสติกส์ และการขยายโครงข่ายคมนาคมขนส่ง และ 3. การแก้ไขกฎหมาย

นายกอบศักดิ์ ย้ำว่ารัฐบาลนี้แก้จน และลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งของฐานราก จึงเกิดโครงการต่างๆอย่างหลากลายเป็นรูปธรรมมากมาย เช่น กองทุนพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นกลในการพัฒนาชนบท ขณะเดียวกันก็มีกองทุนพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน 200 ล้านบาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งของคนรุ่นใหม่ที่จะมารับไม้ต่อไป การแก้ไขสัญญาขายฝาก  ผ่านมา 90 ปี ไม่สามารถทำได้ รวมถึงกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยคนจนในการต่อสู้คดี โครงการธนาคารต้นไม้ โดยมีการแก้กฎหมายและเรียบต่างๆให้ไม้มีค่าที่อยู่ในพื้นที่ประชาชนสามารถนำมาขายได้ มีธนาคารปูม้า เพื่อฟื้นฟูและรักษาพื้นที่ป่าชายเลนไปพร้อมกับสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว  และโครงการสร้างนักบริบาลชุมชน เพื่อให้เป็นกลไกในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนต่างๆ  เป็นต้น

“ทั้งหมดนี้ทำแล้ว และกำลังทำต่อไป หากทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ยากเลยที่เราจะกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายใน 20 ปี และแน่นอนว่า เราจะเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก”

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB