ดูหนังออนไลน์
Entertainment

ฟังอีกมุม! ติช่า กันติชา เปิดใจ ดราม่าโซเชียลกดดันดาราให้ Call Out



หลังจากนางแบบสาวชื่อดัง ติช่า กันติชา ชุมมะ หรือ ติช่า เดอะเฟซ ได้ถูกชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ติงเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าตัวไม่ออกมา Call Out ว่า “Sweden ไม่educate เรื่องสิทธิเสรีภาพเหรอคะ ทำไมมารียา ออกมาคอลเอ้าท์ได้ แต่ทำไมคุณทำไม่ได้คะ” ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาสวนกลับอย่างดุเดือดว่า

“ใช่ค่ะ ที่ sweden เค้า educate เรื่องนี้ เค้าสอนว่า democracy คืออะไร แต่คุณครูที่นู้นเค้าไม่ express political opinion ให้นักเรียน เค้าจะไม่ไปบอกว่าต้องคิดแบบนี้ หรือ ทำแบบนี้ หรือบอกว่าอันนี้ถูกหรือผิด เพราะทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นของตัวเอง อย่างเสรี

ถ้าต้องออกมาด่า มาตามกดดันคนอื่นในวิธีการ humiliate, point fingers, publicly criticise หรือ เหยียด ไม่ก็ส่งข้อความ hate speech เราว่ามันก็เหมือน ไม่เข้าใจ democracy จริงๆ เพราะเธอกำลังทำสิ่งตรงข้าม… เราก็เลยอยากถามกลับว่า เธอได้เรียนเรื่องนี้มาแล้วจริงๆ เหรอ?” ท่ามกลางชาวเน็ตรายอื่นๆ ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด (26 ต.ค.) สาวติช่า ก็ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่า “ถ้าถามว่าช่วงนี้กดดันมั้ย กดดันเลย ยอมรับเลยว่ากดดันเลยมันเป็นสถานการณ์ที่ตอนนี้ตึงเครียดกับหลายๆ ฝ่าย เพราะว่าด้วยกับโควิดมาแล้วรอบหนึ่ง หลายคนก็ตกงาน ทั้งเครียดหลายๆ อย่าง แล้วมาเจอเรื่องนี้ด้วย ตัวเราก็โดนกดดันมาค่อนข้างเยอะ แล้วหนูก็เชื่อว่าหนูไม่ใช่คนเดียวที่โดน มีดาราหลายท่านศิลปินนักแสดงที่โดนเหมือนกัน ซึ่งอันนี้เป็นอะไรที่ติช่าหนักใจเหมือนกัน เพราะเราต้องมานั่งคิดว่าเราจะทำยังไงดีให้เราเป็นกลางเท่าที่เป็นได้”

“เพราะว่าการที่เรามีกระบอกเสียงหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมคุณไม่ออกมาและใช้เสียงของคุณให้เป็นประโยชน์ แต่การที่เราจะใช้เสียงเรามีเรื่องของความรับผิดชอบ เราก็ต้องมารับผิดชอบเสียงที่เราพูดไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเป็นเรื่องที่เราไม่ได้เข้าใจ 100% เป็นเรื่องที่เราอาจจะรอดูสถานการณ์ว่ามันจะเป็นยังไง ถึงแม้ว่าเราจะมีแนวคิดหลักๆ ของเราอยู่แล้ว แต่มันก็จะมีแตกแขนงโน่นนี่นั่นมา มันอาจจะมีมุมมองอื่นที่เข้ามา เราก็เลยมีความแบบว่ารอก่อนว่ามันจะเป็นยังไง”

“เพราะฉะนั้นช่ามีความรู้สึกว่ามันเป็นความรับผิดชอบของช่า โดยคนที่มีเสียงเนี่ยเวลาจะพูดอะไรเราต้องเข้าใจลึกซึ้ง เราต้องแน่ใจ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมันไม่ใช่แค่ผ่านโซเชียลมีเดียไปกดดัน หรือไปยัดเยียดว่าเธอต้องคิดแบบฉัน เธอต้องแสดงออกเหมือนฉันนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะด่าเธอ แล้วคนที่เขาออกมาเพราะว่าโดนกดดัน หนูว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เราออกมาเพราะว่าเราเชื่ออย่างนั้นจริงๆ เราออกมาทำแอ๊กชั่นเพราะว่านั่นคือ The real change ทุกคนคงจะเข้าใจหนูว่ามันอยู่ในจุดที่ไม่ง่ายเลยกับการที่ต้องอยู่ตรงนี้”

“คอมเมนต์ที่หนูได้มาก็คือมันมีการเปรียบเทียบเยอะ แล้วก็มีการถามว่าติช่าโตที่สวีเดนเนี่ย ทำไมที่นั่นเขาไม่ได้สอนเรื่องประชาธิปไตยเหรอ แล้วหนูก็บอกว่าที่ที่หนูเรียนมาตอนอยู่ที่สวีเดน เขาสอนว่าประชาธิปไตยมันคืออะไร แต่คุณครูจะไม่ออกความเห็นว่าฉันคิดแบบนี้นะเพราะความคิดของคุณครูมันสามารถไปโน้มน้าวความคิดของคนอื่นได้ ถ้าเกิดฉันคิดแบบนี้แล้วไปบอกคนอื่นอย่างเนี้ยเขาไม่ทำ เขาจะแค่แบบว่าฉันแค่สอนเธอว่านี่คืออะไรนะ ถ้าเกิดเธอจะเอาไปคิดหรือไปมีความเห็นอะไรมันเป็นเรื่องของเธอ”

ซึ่งหนูก็คิดว่าตัวหนูเองการที่เรามีผู้ติดตาม ไม่ว่าเราจะออกความคิดเห็นอะไรมันสามารถมีอิทธิพลให้คนอื่นคิดเหมือนกับเราได้ ซึ่งหนูคิดว่าทุกคนควรจะมีเสรีในการออกความคิดเห็นในความคิดของตัวเองในการแสดงออกของตัวเอง แล้วหนูคิดว่าในความเห็นที่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ คุณสามารถที่จะออกมาพูดด้วยความสมัครใจของคุณจริงๆ ตอนที่คุณแบบต้องการอย่างนั้นจริงๆ คิดแบบนั้นจริงๆ ในจุดที่ตัวเองอยู่ว่าทำได้มั้ย เพราะว่าหลายคนต้องคิดหน้าคิดหลังเยอะเหมือนกันค่ะ แล้วตอนนี้เราคิดว่ามันอยู่ในระบบ แต่ระบบของเรามันก็จะมีประชาชนที่เห็นด้วยและไม่ได้เห็นด้วย ถ้าเกิดคนในประเทศของเราคิดเหมือนกันหมด 100% ทุกอย่างตรงกันเราไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ด้วยว่าตอนนี้มันมีหลายความคิดหลายความแตกต่าง มันก็เลยจะมีความแบบเอ้อ…ยากนี้นิดหนึ่งค่ะ”

“วิธีจัดการกับความกดดันที่เกิดขึ้น ในมุมมองของนักแสดงตอนนี้โดนกดดันว่าคุณต้องทำอย่างนี้นะ เพราะไม่งั้นจะเป็นแบบนี้ๆ หลายคนก็จะรู้สึกว่าแล้วจะมาพูดยังไงดีในเมื่อฉันอยู่ในจุดที่แบบว่าต้องรอก่อนหรือดูก่อน เพราะบางอย่างเราเห็นด้วยถึงขั้นหนึ่ง แต่มีอีกแค่บางจุดที่เราอย่างงี้อย่างงั้นอยู่ เราก็เลยต้องรอ แล้วอีกอย่างหนึ่งคนมาคอมเมนต์ว่าทำไมพอเรื่องตัวเองพูดง่าย แน่นอนเรื่องตัวเองพูดง่าย เพราะมันเป็นเรื่องของหนูเอง มันเป็นเรื่องที่หนูไม่ต้องมานั่งรับผิดชอบหลายๆ ความคิดเห็น มันเป็นเรื่องที่มันพูดง่ายไงอาจจะเป็นไลฟ์สไตล์ อาจจะเป็นความสัมพันธ์ มันไม่ได้ไปทำร้ายคนอื่นหรือไม่ได้ไปมีอิทธิพลต่อความคิดของคนอื่นในด้านใดด้านหนึ่งอ่ะค่ะ ช่าเลยคิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบของคนที่มีกระบอกเสียงที่ควรจะปล่อยให้คนอื่นเขามีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วก็ให้เขาแสดงออกในแบบของตัวเอง”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team