ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

‘ไวรัส RSV’ อันตรายที่มาพร้อมลมหนาว เด็กเล็กเสี่ยงสูง ไม่มียารักษาแต่ป้องกันได้



ไวรัส RSV อันตรายที่มาพร้อมลมหนาว แพทย์เตือนเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เสี่ยงสูงสุด เป็นแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้ แถมไม่มียารักษาโยตรง แต่ป้องกันได้

หลังจากมีข่าวแพร่โลกโซเชียล กรณีผู้ปกครองรายหนึ่ง ลูกน้อยอายุเพียง 5 เดือน ติดเชื้อ ไวรัส RSV ทำให้มีอาการปอดอักเสบ โดยติดเชื้อจากการผู้อื่นที่อาจป่วย มาสัมผัส จับหรือหอมแก้มลูก รวมทั้งการพบเด็กป่วยจากไวรัส RSV เพิ่มสูงขึ้น เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้กัน

ไวรัส RSV

อ. พญ.โสภิดา บุญสาธร สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ความรู้ผ่าน เพจ “RAMA CHANNAL” ถึงโรคที่เกิดจาก ไวรัส RSV พร้อมแนะวิธีการรักษา ป้องกัน ดังนี้

ไวรัส RSV คืออะไร

ไวรัส RSV(Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เป็นสาเหตุของ การติดเชื้อทางเดินหายใจ ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ทำให้ร่างกายผลิตเสมหะออกมาจำนวนมาก

ทั้งนี้ การติดเชื้อไวรัส RSV สามารถ ติดเชื้อได้ ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยส่วนมากมักเกิดกับเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้มีมานานหลาย 10 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันเริ่มมาเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เนื่องจาก มักจะก่อให้เกิดอาการรุนแรงในเด็กเล็ก

สาเหตุและการติดเชื้อ

เชื้อไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัส ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ภายนอกร่างกาย มักติดต่อผ่านทางการ ไอ จาม รวมถึงการสัมผัสโดยตรงจากสารคัดหลั่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ติดต่อผ่านสารคัดหลั่งต่าง ๆ จากการสัมผัส

ปัจจุบัน เปอร์เซ็นต์การเสียชีวิต ของเด็กที่ติดเชื้อไวรัส RSV โดยตรงนั้นน้อยมาก เพราะไวรัส RSV ไม่ใช่เชื้อโรคที่ร้ายแรง หากเด็กได้รับเชื้อ ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 5 วัน ซึ่งทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ หากเกิดในผู้ใหญ่หรือเด็กโตที่มีสุขภาพแข็งแรง อาการป่วยจะหายได้เอง

แต่หากเกิดในเด็กเล็ก ที่ภูมิคุ้มกันยังต่ำ อาจทำให้มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ที่เป็นโรคปอด โรคหัวใจ ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกัน

แต่สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ มักมาจากการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กมาก ๆ หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด เด็กที่คลอดก่อนกำหนด และมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจจะเกิดภาวะรุนแรง ถึงขั้นการหายใจล้มเหลว ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ หรือเสียชีวิตได้

วิธีสังเกตอาการ

เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส RSV ระยะเริ่มต้นนั้นใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 3-6 วัน หลังจากได้รับเชื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา เริ่มจากการมีน้ำมูก จาม ไอ ทำให้ คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองรู้ตัวช้า

ดังนั้นจึงต้องคอยสังเกตอาการ ของลูกหลานอย่างใกล้ชิด และต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มด้วย เช่น อยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ไอ จาม มีเสมหะในคอจำนวนมาก หายใจเหนื่อยหอบ หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าหลอดลมตีบ หรือหลอดลมฝอยอักเสบ

สิ่งที่ต้องระวังสังเกต คือ เมื่อมีอาการไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส ไอจนอาเจียน หายใจเร็วหอบ จนชายโครงหรืออกบุ๋ม หายใจออกลำบากหรือหายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing)

วิธีการรักษา 

ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเชื้อไวรัส RSV โดยตรง แต่ใช้วิธีการรักษาตามอาการ รักษาประคับประคอง เช่น การให้ยาลดไข้ แก้ไอละลายเสมหะ ในเด็กบางรายที่มีเสมหะเหนียวมาก มีลักษณะของหลอดลมตีบ ต้องทำการพ่นยาขยายหลอดลม รวมถึงการเคาะปอดและดูดเสมหะ

โรคติดเชื้อไวรัส RSV ใช้เวลาในการฟื้นไข้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดอาการได้ตั้งแต่ไข้หวัดธรรมดา รวมถึงอาการรุนแรงเป็นปอดบวมซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตลูกน้อยได้ เชื้อไวรัสนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ

ไม่มียารักษา แต่ป้องกันได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มียารักษาโดยตรง แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้ ดังนี้

  • รักษาความสะอาด ผู้ปกครองควรดูแลความสะอาดให้ดี หมั่นล้างมือตัวเองและลูกน้อยบ่อย ๆ เพราะการล้างมือสามารถลดเชื้อที่ติดมากับมือทุกชนิดได้ถึงร้อยละ 70
  • ควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะครบ 5 หมู่ และให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ
  • การออกกำลังกายในอากาศที่ถ่ายเท ไม่อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง
  • ใส่หน้ากากอนามัยในที่ที่คนพลุกพล่าน
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ
  • ให้เด็กดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อลดภาวะขาดน้ำและช่วยขับเสมหะออกจากร่างกาย
  • หากเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่หย่านม ก็สามารถให้เด็กดูดนมได้มากที่สุดตามต้องการ
  • ควรดูแลทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว และแยกไว้ต่างหาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
  • หากมีอาการป่วยควรให้หยุดเรียนจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อได้อีกทางหนึ่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT