ดูหนังออนไลน์
World News

‘ดาวโจนส์’ ดิ่งกว่า 600 จุด กังวล ‘โควิด’ ระบาดหนัก ‘มาตรการเศรษฐกิจ’ ชะงัก



ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (26 ต.ค.) ร่วงลง ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง และมาตรการอัดฉีดเศรษฐกิจรอบใหม่ ที่ยังชะงักงันอยู่ ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจมืดหม่นลง ก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 27,657.49 จุด ร่วงลง 678.08 จุด หรือ 2.39% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 27,657.49 จุด ดิ่งลง 678.08 จุด หรือ 2.39% และดัชนีแนสแด็กที่ 11,346.41 จุด ร่วงลง 201.87 จุด หรือ 1.75%

มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เปิดเผยว่า สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่กว่า 83,000 รายทั้งในวันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในวันศุกร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 83,700 ราย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มากกว่าเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งขณะนั้นพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 77,300 ราย

นอกจากนี้ จากการคำนวณของสำนักข่าวซีเอ็นบีซี พบว่า ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สหรัฐมีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เฉลี่ย 68,767 รายต่อวัน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าช่วง 7 วันก่อนหน้านี้ถึง 22%

ขณะนี้สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 8.8 ล้านราย และเสียชีวิตมากกว่า 230,000 ราย

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าสถานการณ์จะย่ำแย่ลงอีกในช่วงฤดูหนาว โดย นพ.สก็อตต์ ก็อตต์ลิเอ็บ อดีตประธานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) กล่าวเตือนว่า สหรัฐจะเผชิญกับการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 โดยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์นี้

อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า สื่อในสหรัฐกำลังสมรู้ร่วมคิดกัน ในการเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และว่า การที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหรัฐพุ่งสูงขึ้น มีสาเหตุจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาเชื้อจากประชากรจำนวนมาก พร้อมอ้างว่า ผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวมีอัตราการหายป่วยจากโควิด-19 สูงถึง 99.9%

นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ โดยนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ แต่ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการเจรจากับวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน

ด้าน ทรัมป์ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบโต้ว่า นางเพโลซีต้องยอมประนีประนอม เพื่อให้มีการอนุมัติมาตรการดังกล่าว โดยทั้งสองฝ่ายยังคงมีความขัดแย้งที่สำคัญ ซึ่งได้แก่ การให้เงินช่วยเหลือต่อรัฐต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งการแก้ไขปัญหาหนี้สินของภาคธุรกิจ

ทางด้านโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า สภาคองเกรสสหรัฐ จะไม่สามารถออกกฎหมายว่าด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี

“หลายประเด็นสำคัญยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้การบรรลุข้อตกลงไม่น่าจะเป็นไปได้” นายอเล็ก ฟิลลิปส์ นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุในรายงาน

“ในขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมาก และเวลาก็เหลือน้อยลง ทำให้คุณเพโลซีและคุณมนูชินคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงก่อนการเลือกตั้ง และต่อให้ทั้งสองคนบรรลุข้อตกลง ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่สภาคองเกรสจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก่อนการเลือกตั้ง” รายงานระบุ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI