ดูหนังออนไลน์
Economics

ไม่ต้องกลัว! ‘คลัง’ ยืนยัน ‘คนละครึ่ง’ ไม่ถูกรีดภาษีย้อนหลัง



คนละครึ่ง เงียบเหงา! ยอดใช้จ่ายผ่าน “เป๋าตัง” วันแรกกว่า 60 ล้านบาทเท่านั้น “กระทรวงการคลัง” ไม่ห่วง ยังเหลือให้ใช้จ่ายถึง 31 ธันวาคม 2563 ยืนยันไม่ถูกรีดภาษีย้อนหลังแน่นอน

จากกรณีโครงการ “คนละครึ่ง” เปิดรับลงทะเบียนของประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันนี้ 16 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ

คนละครึ่ง

ล่าสุด วานนี้ (23 ต.ค.) เปิดให้ใช้สิทธิ์วันแรกแล้ว สำหรับประชาชนที่ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์แล้ว ขอให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย จากนั้นเติมเงินจำนวนเท่าใดก็ได้ตามต้องการเข้าไปในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ก็จะสามารถใช้สิทธิ์ซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการร้านค้าที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 ในช่วงเวลา 06.00 น. – 23.00 น. โดยสำหรับการใช้จ่ายแต่ละครั้งรัฐจะร่วมจ่ายครึ่งหนึ่ง แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนที่ผ่านการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง สามารถใช้จ่ายได้แล้ว โดยเริ่มวานนี้ (23 ต.ค.) เป็นวันแรก จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ทั้งนี้ ประชาชนสามารถจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าทั่วไป ไม่รวมสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบและบริการต่างๆ ในลักษณะการร่วมจ่าย (Co-pay)

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์แล้ว ขอให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย จากนั้นเติมเงินจำนวนเท่าใดก็ได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเติมครั้งเดียว 3,000 บาท จากนั้นจึงเข้าไปในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ก็จะสามารถใช้สิทธิจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าทั่วไป กับผู้ประกอบการร้านค้าที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ในช่วงเวลา 06.00 น. – 23.00 น.

คนละครึ่ง

สำหรับการใช้จ่ายแต่ละครั้งรัฐจะร่วมจ่ายครึ่งหนึ่ง แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ เช่น การใช้จ่ายในครั้งแรกหากต้องการจ่ายค่าอาหาร 200 บาทก็ต้องมีเงินใน “เป๋าตัง” อย่างน้อย 100 บาทเพื่อสแกนจ่ายเงินกับร้านค้า “ถุงเงิน” และรัฐจะร่วมจ่ายให้ร้านค้าอีก 100 บาท หรือหากจะใช้จ่าย ค่าสินค้าจำนวน 400 บาท ก็ต้องมีเงินใน “เป๋าตัง” อย่างน้อย 250 บาท รัฐจะร่วมจ่ายให้ร้านค้า 150 บาท

สำหรับร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบเข้าร่วมโครงการและมีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” แล้ว ขอให้อัพเดท แอปพลิเคชันให้เป็นปัจจุบันและกดปุ่มยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าวก่อนด้วย เพื่อให้พร้อมรับการสแกนจ่ายเงินด้วยแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของประชาชนได้อย่างราบรื่น

โดยขณะนี้มีร้านค้า ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 300,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนสามารถสังเกตร้านค้าดังกล่าว จากสัญลักษณ์โครงการคนละครึ่งที่หน้าร้านค้า หรือค้นหารายชื่อและที่ตั้งร้านค้าได้จากเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com อีกทางหนึ่ง

“ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ได้ต่อเนื่องทุกวัน ในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. จนกว่าจะครบ10 ล้านคน ส่วนผู้ประกอบการร้านค้าสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านเว็บไซต์ หรือ ณ สาขาและจุดรับลงทะเบียนของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)” นายอนุชา กล่าว

คนละครึ่ง

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยอดการจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการคนละครึ่งในวันแรก เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยอดตั้งแต่ 06.00-17.00 น. มียอดใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง กว่า 60 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังไม่กังวลว่าจะมีการใช้จ่ายน้อย เพราะเพิ่งเริ่มยังเหลือให้ใช้จ่ายอีก 69 วัน ส่วนกรณีมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เพียง 317,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านหาบเร่ แผงลอยกว่า 50,000 ราย

ล่าสุด กระทรวงการคลังได้ขอความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเหลือ โดยจะส่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศลงพื้นที่เพื่อเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเข้าโครงการ พร้อมกับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยยืนยันตัวตนร้านค้าที่เข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องการตรวจสอบจากธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะช่วยให้มีร้านค้าเข้าร่วมได้มากขึ้น

“ยืนยันว่า การเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลภาษีแต่อย่างใด ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรีดภาษีย้อนหลัง” นายพรชัย กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team